 |
หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ [ วันพุธ ที่ 16 เดือน กันยายน 2552 ] |
|
| 'บริจาคโลหิต'สร้างกุศล |
หนึ่งคนให้มากมายผู้รับ
เลือดเป็นดั่งสายธารที่ไหลเวียนอยู่ในร่างกายของมนุษย์ คือของเหลวที่มีความสำคัญต่อการดำเนินชีวิต เนื่องจากทำหน้าที่ลำเลียงก๊าซออกซิเจนและสารอาหารไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ซึ่งเราไม่สามารถจะดำรงชีวิตอยู่ได้หากขาดเลือด
เลือดหรือโลหิตในร่างกายของมนุษย์จะไหลเวียนอยู่ประมาณ 4,000-5,000 มิลลิลิตร (ซีซี) แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนบนเป็นพลาสมา หรือน้ำเหลือง และส่วนล่างคือเม็ดเลือด ประกอบด้วย เม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาวและเกล็ดเลือด ความสำคัญแต่ละส่วนประกอบจะแตกต่างกันไป ด้วยหน้าที่และความสำคัญของเลือดทำให้เราไม่สามารถมีชีวิตอยู่ได้หากขาดเลือด แต่ในขณะเดียวกันเราสามารถบริจาคเลือดเพื่อต่อลมหายใจให้เพื่อนมนุษย์ได้ด้วยเช่นกัน
แพทย์หญิงสร้อยสอางค์ พิกุลสด ผู้อำนวยการศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ให้ความรู้เกี่ยวกับ หมู่โลหิต และการได้รับบริจาคโลหิตว่า หมู่โลหิตแบ่งออกเป็น 4 หมู่ ได้แก่ เอ, บี, เอบี และ โอ โดยเปอร์เซ็นต์ของหมู่โลหิตในคนไทยร้อยละ 37.5 เป็นกรุ๊ป โอ, ร้อยละ 33.4 เป็นกรุ๊ป บี, ร้อยละ 21.7 เป็นกรุ๊ป เอ, ร้อยละ 7.4 เป็นกรุ๊ป เอบี จะเห็นได้ว่าตาม สถิติของคนไทยมีเลือดกรุ๊ป โอ มากที่สุดและมีเลือดกรุ๊ป เอบี น้อยที่สุด ดังนั้นยอดโลหิตที่ได้รับ การบริจาคมากที่สุดคือกรุ๊ป โอ แต่ถึงเลือดกรุ๊ป โอ จะมีอยู่มากก็ตาม เลือดกรุ๊ปโอก็มีความพิเศษคือสามารถ บริจาคให้ผู้ป่วยที่ต้องการเลือดได้ทุกกรุ๊ป
ในอนาคตศูนย์บริการโลหิตฯ ตั้งเป้าหมายการจัดหาเลือดไว้ ปีละ 1,680,000 ยูนิต โดย ในกรุงเทพฯ จัดหาให้ได้ปีละ 605,000 ยูนิต และต่างจังหวัดต้องจัดหาให้ได้ปีละ 1,075,000 ยูนิต สำหรับในกรุงเทพฯ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติฯ ต้องจัดหาโลหิตให้ได้ วันละ 1,500 ยูนิต จึงจะเพียงพอต่อความต้องการ ของผู้ป่วยในโรงพยาบาลต่าง ๆ ซึ่ง ผู้บริจาค 1 คนจะสามารถบริจาคได้ 1 ยูนิต ดังนั้นทุกวันจะต้องมีผู้บริจาคใจตรงกันจำนวน 1,500 คนมาบริจาคเลือด ปัจจุบันเราได้รับบริจาคเลือดในปริมาณตัวเลขที่ใกล้เคียงกับการตั้งเป้าไว้ แต่ไม่สม่ำเสมอ เพราะผู้ป่วยต้องการเลือดทุกวัน นอกจากผู้ป่วยที่ประสบอุบัติเหตุที่ต้องการเลือดมากแล้วยังมีสถิติผู้ป่วยที่ต้องการเลือดจากภาวะมะเร็งระยะสุดท้ายที่จะต้องผ่าตัดต้องใช้เลือดทุกวัน เพื่อให้เลือดไปประคับประคองให้มีชีวิตอยู่จนกว่าจะสิ้นสุดการรักษา
นอกจากนี้โลหิตทุกหยาดหยดที่ได้รับการบริจาคจะนำมากลั่นแยกไปให้ผู้ป่วยแต่ละภาวะ เช่น พลาสมา หรือน้ำเหลือง จะนำไปใช้รักษาผู้ป่วยที่เป็นโรคขาดน้ำเหลือง มีอาการช็อกเนื่องจากน้ำร้อนลวก, ไฟไหม้ เม็ดเลือดแดง ใช้ในผู้ป่วยที่สูญเสียโลหิตจากอุบัติเหตุ, การผ่าตัด หรือซีดจากมีความผิดปกติของเม็ดเลือดแดง เช่น โลหิตจาง ธาลัสซีเมีย เม็ดเลือดขาว ใช้ในผู้ป่วยที่มีอาการติดเชื้อ เนื่องจากมีจำนวนเม็ดเลือดขาวน้อย เกล็ดเลือด นำไปรักษาผู้ป่วยที่มีภาวะเกล็ดเลือดต่ำ เช่น โรคไข้เลือดออก เลือดออก ในสมอง เกล็ดเลือดไม่ทำงาน โรคไขกระดูกฝ่อ ฉะนั้นการบริจาคเลือดจึงไม่ใช่เป็นการช่วยเหลือผู้ป่วยเพียงแค่คน เดียว แต่เลือด 1 ถุง สามารถช่วยผู้ป่วยได้หลายคน
ในปี 2549 ที่ผ่านมาศูนย์บริการโลหิตฯ ได้ร่วมกับ เดอะ มอลล์ กรุ๊ป จำกัด จัดโครงการ ร่วมบริจาคโลหิต 60 ล้านซีซี ถวายในหลวงสำเร็จเรียบร้อยแล้ว และทางศูนย์ฯ ยังมี โครงการ ร่วมสร้างกุศล ส่งบุญ ด้วยการบริจาคโลหิต ตลอดปี 2552 โดยเริ่ม ตั้งแต่ 1 มกราคม-31 ธันวาคม 2552 นี้เพื่อกระตุ้นให้ผู้บริจาคโลหิตเพียงปีละ 1 ครั้ง บริจาคโลหิตอย่างสม่ำเสมอทุก 3 เดือนและจัดหาโลหิตที่มีคุณภาพปลอดภัยเพียงพอสำหรับผู้ป่วย โดยใช้แนวคิดหลักการบริจาคโลหิตเป็นบุญกุศลอันยิ่งใหญ่และสามารถส่งบุญให้แก่กันได้พร้อมทั้งมอบของที่ระลึกผู้ร่วมโครงการคือ สมุดบันทึกบุญ ให้แก่ผู้ที่บริจาคโลหิตเป็นครั้งที่ 2 ในโครงการ
ประโยชน์ที่ได้รับจากการบริจาคโลหิตสำหรับผู้ให้ นั่นคือ ความรู้สึกอิ่มอกอิ่มใจ ร่างกายได้ถ่ายเทเลือด ทำให้เรามีเลือด ใหม่ ๆ เพราะเมื่อบริจาคไปแล้วร่างกายจะผลิตเลือดขึ้นมาใหม่ ถือเป็นผลดีทำให้ร่างกายแข็งแรง สำหรับประโยชน์ของผู้ป่วย คือ เป็นการต่อชีวิตให้อยู่รอดต่อไป ส่วนผลพลอยได้คือ ทำให้เรา ได้ตรวจร่างกายใน 4 โรคคือ 1. เอดส์ 2. ไวรัสตับอักเสบบี 3. ไวรัสตับอักเสบซี และ 4. ซิฟิลิส
หลักการเตรียมตัวก่อน บริจาคโลหิต คือ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ไม่ควรรับประทานอาหารที่มีไขมันสูง ควรดื่มน้ำ 3-4 แก้วก่อนการบริจาคโลหิต 20-30 นาที งดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์อย่างน้อย 24 ชั่วโมง งดสูบบุหรี่ก่อนและหลังการบริจาคโลหิตเพื่อให้ปอดฟอกโลหิตได้ดี
ในขณะที่เรายังมีร่างกายแข็งแรงสามารถเดิน วิ่งเล่นได้ ยังมีผู้ป่วยอีกมากมายที่นอน รอความช่วยเหลือ ฉะนั้นการบริจาคเลือดเพื่อต่อเวลาและลมหายใจให้ผู้ป่วยเหล่านี้ จึงถือ เป็นการสร้างบุญกุศลอันยิ่งใหญ่ มอบชีวิตใหม่ให้แก่พวกเขาอย่างแท้จริง.
เดอะมอลล์ กรุ๊ป ประสบความสำเร็จ
ชวนคนไทยบริจาคโลหิตถวายพ่อหลวง
ถือฤกษ์ดีวันที่ 9 เดือน 9 ที่ผ่านมาประกาศความสำเร็จโครงการ สายโลหิต สายใจ เทิดไท้ พ่อของแผ่นดิน โครงการรณรงค์คนไทยร่วมบริจาคโลหิต 60 ล้านซีซี ถวายเป็นพระราชกุศล พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ไปเรียบร้อยแล้วสำหรับบริษัทเดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด โดยโครงการดังกล่าวได้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่วันที่ 4 มิถุนายน 2549 จวบจนปัจจุบันเป็นเวลากว่า 3 ปี
ลักขณา นะวิโรจน์ รองประธานกรรมการบริหารอาวุโส บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด และประธานอนุกรรมการการรณรงค์เพิ่มผู้บริจาคโลหิต ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย กล่าวว่า เป็นความสำเร็จและน่ายินดีอย่างยิ่งที่โครงการ สายโลหิต สายใจ เทิดไท้ พ่อของแผ่นดิน ที่บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป ริเริ่มขึ้นด้วยความร่วมมือของพันธมิตรหลายองค์กรทำให้การสนับสนุนโครงการสำเร็จลุล่วงด้วยดี มีโลหิตส่งมอบสภา กาชาดไทยถึง 60 ล้านซีซี
โครงการ สายโลหิต สายใจ เทิดไท้ พ่อของแผ่นดิน ถือเป็นโครงการเพื่อสังคม ซึ่งตลอด 3 ปี ที่ผ่านมาได้ช่วยเหลือชีวิตคนมากมาย ถือเป็นกุศลอันยิ่งใหญ่และเป็นความประทับใจของทีมงานและผู้เข้าร่วมโครงการนี้ โดยจากความร่วมมือของหลายหน่วยงานทำให้โครงการนี้เป็นโครงการแรกและโครงการเดียวที่สภากาชาดไทยให้การรับรองว่าสามารถรณรงค์การรับบริจาคโลหิตได้มากที่สุด ซึ่งจากผลสำเร็จของโครงการฯ ดังกล่าวจึงได้มีการต่อยอดการทำงานเรื่องรณรงค์หาโลหิตอย่างจริงจัง โดย การจัดตั้งศูนย์บริการโลหิตย่อยขึ้นที่เดอะมอลล์ 2 สาขา คือ สาขานครราชสีมาและสาขาบางแค และในอนาคต กำลังวางแผนให้มีขึ้นที่ ดิ เอ็มโพเรียม เพื่อรณรงค์รับบริจาคโลหิตจากลูกค้า ดิ เอ็มโพเรียมด้วย.
กรวิกา คงเดชศักดา
| |
|
|
|
 |
| |