 |
หนังสือพิมพ์ข่าวสด ปีที่ 19 ฉบับที่ 6865 [ วันอังคาร ที่ 15 เดือน กันยายน 2552 ] |
|
| ออกกำลังกายรวมพลังสู้หวัด09 |
กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับคณะอนุกรรมการสนับสนุนป้องกัน ควบคุม และการแก้ปัญหาการแพร่ระบาดของไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ 2009 สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดงานออกกำลังกาย รวมพลังสู้หวัด 2009
จากข้อมูลสำนักงานสถิติแห่งชาติปี 2550 ระบุว่า คนไทยอายุ 11 ขวบขึ้นไปออกกำลังกายร้อยละ 29.65 ขณะที่ปี 2547 ออกกำลังกายร้อยละ 29 จึงเพิ่มขึ้นไม่ถึงร้อยละ 1 กีฬาที่นิยม 3 อันดับแรก คือ 1.เดิน ร้อยละ 19 2.วิ่ง ร้อยละ 17.78 3.แอโรบิก ร้อยละ 8.05 เหตุผลที่ทำให้ออกกำลังกายมากที่สุดคืออยากมีสุขภาพแข็งแรง ส่วนเหตุผลที่ไม่ออกกำลังกายมากที่สุดคือ "ไม่มีเวลา"
นายวิทยา แก้วภราดัย รมว. สาธารณสุข กล่าวว่า อยากเชิญชวนให้คนไทยออกกำลังกายมากขึ้น เพราะการออกกำลังกายคือวัคซีนป้องกันโรคได้ดีที่สุด ไม่ว่าจะเป็นโรคไข้หวัดใหญ่ 2009 ที่ระบาดอยู่ขณะนี้หรือโรคอื่นๆ
การออกกำลังกายระดับปานกลางคือแอโรบิก ที่ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกาย ทำให้ไม่เจ็บป่วยง่าย โดยทั่วไประบบภูมิคุ้ม กันทำงาน 2 แบบ คือ 1.อาศัยเซลล์โดยตรงเมื่อมีเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกาย เม็ดเลือดขาวไปพบเข้าก็จะจับกินทำลายเสีย 2.อาศัยเซลล์โดยอ้อม คือเมื่อมีเชื้อโรคเข้ามา ร่างกายจะมีเซลล์เข้าไปทำความรู้จักกับเชื้อโรค แล้วส่งข้อมูลไปให้เซลล์ที่มีหน้าที่สร้างสารต่อต้าน และจะสร้างสารขึ้นมาต่อต้าน เรียกว่า แอนติบอดี
งานวิจัยจำนวนมาก ระบุว่าการออกกำลังกายแบบ แอโรบิกที่ระดับความหนักปานกลางอย่างสม่ำเสมอ ช่วยทำให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายเข้มแข็งขึ้นได้ เพราะระบบไหลเวียนเลือดดีขึ้น มีการแตกแขนงของหลอดเลือดในเนื้อเยื่อต่างๆ มากขึ้น เม็ดเลือดขาวหรือแอนติบอดีสามารถเข้าสู่เนื้อเยื่อได้ง่าย เมื่อมีเชื้อโรคเข้ามาจะเข้าไปจัดการได้เร็ว
น.พ.มงคล ณ สงขลา ประธานคณะอนุกรรมการ กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากลานอเนก ประสงค์เพื่อออกกำลังกายทั้ง 150 แห่งแล้ว ยังมีกิจกรรมรณรงค์ เผยแพร่ข้อมูลสถานการณ์การแพร่ระบาดของไข้หวัด 2009 ในพื้นที่ชุมชนโดยรอบ การตรวจสุขภาพ ทดสอบสมรรถภาพร่างกายแบบเคลื่อนที่ พร้อมทั้งกิจกรรมโรดโชว์ ไปตามแหล่งชุมชนต่างๆ
นอกจากให้ความรู้เรื่องไข้หวัด 2009 แล้ว ยังแนะนำสถานที่ออกกำลังกายใกล้บ้าน เพื่อให้คนไทยใช้การออกกำลังกายเป็นยาวิเศษป้องกันโรคไข้หวัด 2009 สถานที่โรดโชว์ ได้แก่ วันที่ 18 ก.ย. สถานีรถไฟฟ้าสยาม, วันที่ 26 ก.ย. เดอะมอลล์ บางแค, วันที่ 3 ต.ค. เซ็นทรัล ภูเก็ต, วันที่ 16 ต.ค. สถานีรถไฟหัวลำโพง
| |
|
|
|
 |
| |