หนังสือพิมพ์แนวหน้า [ วันจันทร์ ที่ 14 เดือน กันยายน 2552 ]
สธ.เผยช่วง8เดือน โรค"มือเท้าปาก" เด็กป่วย5พัน-ดับ3 สั่งคุมเข้มอนุบาล


นายมานิต นพอมรบดี รมช.กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) กล่าวถึงสถานการณ์โรคมือเท้าปากเมื่อวันที่ 13 กันยายน ว่า ขณะนี้ประเทศไทยอยู่ในช่วงฤดูฝนมีโอกาสเกิดโรคมือเท้าปาก (Hand, Food Mouth disease) ซึ่งมักเป็นกับเด็กอายุต่ำกว่า 10 ปีมากกว่าวัยรุ่น แต่กลุ่มเสี่ยงติดเชื้อมากที่สุดคือ เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี โดยเฉพาะเด็กที่อยู่ในพื้นที่ที่มีระบบสุขาภิบาลไม่ดี อยู่อย่างแออัด

ทั้งนี้ จากการเฝ้าระวังสถานการณ์ปี 2552 สำนักระบาดวิทยารายงานตั้งแต่เดือนมกราคม-สิงหาคม 2552 พบผู้ป่วยโรคมือเท้าปากทั่วประเทศ 4,859 ราย เสียชีวิต 3 ราย แยกเป็น ภาคกลาง 2,093 ราย โดยพบผู้ป่วยมากที่สุดที่จ.สมุทรปราการ 242 ราย เสียชีวิต 1 รายที่จ.นครปฐม ภาคเหนือ 1,457 ราย มากที่สุดที่จ.น่าน 202 ราย เสียชีวิต 2 รายที่จ.กำแพงเพชร ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 884 ราย มากที่สุดที่จ.นครราชสีมา 186 ราย ไม่มีเสียชีวิต และภาคใต้ 425 รายมากที่สุดที่จ.ตรัง 109 ราย ไม่มีเสียชีวิต ผู้ป่วยที่พบมีทุกกลุ่มอายุ แต่มากที่สุดเป็นเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี พบมากถึงร้อยละ 92 ของผู้ป่วยทั้งหมด เนื่องจากไม่มีภูมิต้านทานโรค

ในส่วนมาตรการควบคุมป้องกันโรคนั้น นายมานิตกล่าวว่า ได้สั่งการให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.)ทั่วประเทศ สำนักงานควบคุมป้องกันโรคทุกเขต เฝ้าติดตามสถานการณ์ในพื้นที่ใกล้ชิด หากพบผู้ป่วยจะส่งทีมสอบสวนเคลื่อนที่เร็วเข้าควบคุมโรคทันที เพื่อไม่ให้แพร่ระบาดในวงกว้าง และให้ทุกจังหวัดประชาสัมพันธ์ให้ความรู้ประชาชนในการป้องกันโรค ขณะเดียวกันได้ทำหนังสือขอความร่วมมือไปยังกระทรวงศึกษาธิการ กทม. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้ร่วมเฝ้าระวังป้องกันโรค โดยเฉพาะในศูนย์เด็กเล็ก สถานรับเลี้ยงเด็ก โรงเรียนอนุบาลและโรงเรียนประถมศึกษาทั่วประเทศ ดูแลความสะอาดสถานที่ อุปกรณ์เครื่องใช้ของเล่นเด็ก ให้เฝ้าระวังเด็กโดยตรวจเด็กก่อนเข้าห้องเรียน

ด้านนพ.ม.ล.สมชาย จักรพันธุ์ อธิบดีกรมควบคุมโรคกล่าวว่า โรคมือเท้าปากพบได้ทั่วโลก มักเกิดกระจัดกระจายหรือระบาดเป็นครั้งคราว เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัสในกลุ่มเอนเทอโรไวรัส (Enteroviruses) ซึ่งเป็นเชื้อที่จะเพิ่มขยายจำนวนในลำไส้ของคน ที่พบในไทยส่วนใหญ่เกิดจากเชื้อค็อกซากีไวรัส เอ 1 และเอ 16 (coxsackievirus A1, A16) อาการไม่ค่อยรุนแรง จะหายได้เองภายใน 7-10 วัน ส่วนชนิดที่รุนแรงคือ เอ็นเทอโรไวรัส 71 ( EV71) ซึ่งทำให้มีอาการสมองอักเสบอาการรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต แต่ในไทยพบได้น้อยมาก

ม.ล.สมชายกล่าวต่อว่า หลังติดเชื้อไวรัสมือเท้าปากประมาณ 3-5 วัน จะมีอาการป่วย เริ่มด้วยมีไข้สูงช่วง 1-2 วันแรก ต่อมาไข้จะลดลงและมีตุ่มแผลในปาก ส่วนใหญ่พบที่เพดานปาก ลิ้น มักพบที่ลิ้น กระพุ้งแก้ม ทำให้เจ็บปากไม่อยากกินอาหาร และมีตุ่มพองสีขาวรอบๆแดง พบตามด้านข้างของนิ้วมือ นิ้วเท้า ฝ่ามือ ฝ่าเท้า ส้นเท้า มักไม่คัน เวลากดจะเจ็บ ส่วนใหญ่ไม่ค่อยแตกเป็นแผล และอาการจะหายได้เองประมาณ 1 สัปดาห์ มีเพียงส่วนน้อยอาจมีอาการทางสมองร่วมด้วย ซึ่งอาจทำให้รุนแรงถึงเสียชีวิตได้ ทั้งนี้ หากพบผู้ป่วยที่มีอาการดังกล่าว ขอให้พาไปพบแพทย์ เพื่อรับการรักษาโดยเร็ว เพราะโรคนี้ไม่มียารักษาเฉพาะ มีเพียงยาบรรเทาอาการ เช่น ยาลดไข้ แก้ปวด

อธิบดีกรมควบคุมโรคกล่าวด้วยว่า โรคนี้ติดต่อกันโดยการสัมผัสเชื้อที่ปะปนอยู่ในน้ำมูกน้ำลาย และอุจจาระของผู้ป่วย หรือติดต่อทางการไอจาม ยังไม่มีวัคซีนป้องกัน สามารถป้องได้โดยการรักษาสุขอนามัยส่วนบุคคล เช่น ฝึกเด็กให้ล้างมือจนเป็นนิสัย พี่เลี้ยงและผู้ดูแลเด็กต้องล้างมือด้วยน้ำและสบู่เป็นประจำหลังจากทำความสะอาดเด็กหลังขับถ่ายหรือเปลี่ยนผ้าอ้อมเด็ก และก่อนการเตรียมอาหารหรือป้อนอาหารเด็ก รวมถึงการแยกแก้วน้ำหรือของใช้อื่นๆ ของเด็กแต่ละคน ไม่คลุกคลีใกล้ชิดกับผู้ป่วย และรักษาความสะอาดทั่วๆ ไป โดยเฉพาะ ห้องน้ำ ห้องส้วม ห้องครัว

ทั้งนี้ สถานเลี้ยงเด็กหรือโรงเรียนต่างๆ ควรให้ความรู้และขอความร่วมมือผู้ปกครองป้องกันการระบาด หากเด็กมีไข้ หรือมีผื่นขึ้นขึ้นตามฝ่ามือ ฝ่าเท้าในปาก ขอให้ดูแลเด็กเป็นเวลา 5-7 วัน และแจ้งให้สถานรับเลี้ยงเด็กหรือโรงเรียนทราบ เพื่อให้คำแนะนำและรีบแจ้งเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่ พิจารณาจัดส่งทีมสอบสวนโรคเคลื่อนที่เร็ว เข้าดำเนินการควบคุมไม่ให้โรคแพร่สู่เด็กอื่น และขอให้แยกเด็กป่วยออกจากเด็กทั่วๆ ไป หากเด็กมีอาการรุนแรง เช่น ไข้สูง ซึม ไม่ยอมรับประทานหรือดื่มนม ร้องโยเย อาเจียนมาก หอบ ให้รีบนำเด็กไปโรงพยาบาลทันที