หนังสือพิมพ์ คม ชัด ลึก [ วันจันทร์ ที่ 4 เดือน กันยายน 2552 ]
ชาวอินเดียหันพึ่งฉี่วัวและสมุนไพรเพื่อต้านหวัด


ชาวอินเดียหันพึ่งฉี่วัวและสมุนไพรเพื่อต้านไข้หวัดใหญ่ 2009 ท่ามกลางความวิตกว่ามีการใช้ยาที่ยังไม่ผ่านการตรวจสอบอย่างแพร่หลาย สภาฯหนุนทดลองวัคซีนหวัดยกย่องอาสาสมัคร ยอดผู้ป่วยโรคจิตโคราชพุ่งหลังหวัด 2009 ระบาดหนัก

ประชาชนชาวอินเดียกำลังหันไปพึ่งวิธีการสร้างภูมิคุ้มกันแบบแพทย์แผนโบราณที่ใช้กันมานานหลายร้อยปีเพื่อหวังต่อสู้กับไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ที่ระบาดทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 100 คนแล้วนับตั้งแต่เริ่มมีการระบาดในประเทศ หลังจากรัฐบาลอินเดียได้จำกัดการใช้ยาต้านไวรัส"ทามิฟลู"และยาชนิดอื่นๆอย่างเข้มงวดเพื่อให้มีปริมาณเพียงพอในกรณีเกิดการระบาดครั้งใหญ่ และขณะนี้มีการแจกใบปลิวหรือส่งอีเมล์เผยแพร่การใช้สมุนไพรและวิธีการรักษาแบบโบราณไปทั่ว แต่ก็มีพวกฉวยโอกาสเสนอขายยาสูตรต่างๆที่ยังไม่มีการพิสูจน์ตรวจสอบด้วย

องค์กรไม่แสวงผลกำไรแห่งหนึ่งซึ่งประกาศตัวว่าวิจัยผลิตภัณฑ์จากวัว ได้บอกว่า ยาที่ได้จากสารสกัดจากฉี่วัวสามารถทำให้หายป่วยจากไข้หวัดใหญ่ได้ และยาสูตรหนึ่งที่มีส่วนผสมของฉี่วัว มูลสัตว์ นมที่จับตัวเป็นก้อน นม และเนยที่เรียกว่า กี จะช่วยป้องกันไข้หวัดใหญ่ได้ ขณะที่มูลนิธิแห่งหนึ่งซึ่งสอนโยคะ บอกว่า การสูดดมกีขณะอุ่นๆ และนวดฝ่าเท้าด้วยน้ำมันมัสตาร์ดจะช่วยสร้างภูมิคุ้มกันเพื่อต่อต้านไข้หวัด

การแพร่หลายของยาที่ยังไม่ผ่านการพิสูจน์ ทำให้รัฐมนตรีสาธารณสุขของแต่ละรัฐแจ้งเตือนให้รัฐบาลกลางดำเนินการป้องกันไม่ให้มีการจำหน่ายยาเหล่านี้ เพราะขณะนี้จำนวนผู้ใช้ยาประเภทนี้เพิ่มขึ้นร้อยละ 15-20 ภายในเวลาเพียง 2-3 สัปดาห์

สภาฯหนุนทดลองวัคซีนหวัดยกย่องอาสาสมัคร

นพ.ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ส.ส.ชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการสาธารณสุขสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงการทดลองผลิตวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ชนิดเอ เอช 1เอ็น1 หรือไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009ว่าทางคณะกรรมาธิการฯเห็นด้วยและสนับสนุนขบวนการขององค์การสัชกรรม เพราะเป็นประโยชน์ต่อประชาชน พร้อมยกย่องบุคคลที่รับเป็นอาสาสมัครในการฉีดวัคซีนเป็นผู้ใจกล้าและเซ็นยินยอมให้ทดลอง เนื่องจากร่างกายมนุษย์แต่ละคนมีภูมิคุ้มกันที่แตกต่างกัน การทดลองวัคซีนอาจเป็นอันตายถึงขั้นทำให้เสียชีวิตได้

พร้อมกันนี้อยากฝากให้รัฐบาลเข้ามาดูแลในช่วงสถานการณ์ที่ใกล้ถึงปลายฝนต้นหนาว ซึ่งเชื้อไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ 2009 จะแพร่ระบาดได้อย่างรวดเร็วเหมือนพยามัจจุราช เพราะเชื้อสามารถแพร่ได้ดีในอากาศเย็นชื้น จึงอยากให้รัฐบาลใส่ใจให้มากและไม่อยากให้ประชาชนนิ่งนอนใจที่ควรมีการป้องกันและระแวดระวังอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในโรงเรียนและชุมชนที่แออัด ซึ่งอาจเป็นสถานที่ที่แพร่เชื้อได้ง่ายและรวดเร็ว

นครราชสีมายอดป่วยจิตพุ่งหลังหวัด2009ระบาดหนัก

วันนี้ ( 4 ก.ย.) เวลา 10.00 น . นพ.มงคล ศิริเทพทวี รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลจิตเวชนครราชสีมาราชนครินทร์ เป็นประธานการประชุมเพื่อเตรียมรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 และการป้องกันการเกิดความหวาดกลัวและวิตกกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค ที่โรงพยาบาลจิตเวชนครราชสีมาราชนครินทร์ อ.เมือง จ.นครราชสีมา โดยมีเจ้าหน้าที่กลุ่มงานด้านสุขภาพจิตของโรงพยาบาลทั้งภาครัฐและเอกชน เข้าร่วมในการประชุมครั้งนี้จำนวน 65 คน

นายแพทย์มงคล ศิริเทพทวี รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลจิตเวชนครราชสีมาราชนครินทร์ เปิดเผยถึงสถานการณ์ผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลจิตเวชนครราชสีมาราชนครินทร์ มีแนวโน้มที่สูงขึ้นอย่างมากในช่วงตั้งแต่ที่เกิดการระบาดของเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ตั้งแต่ในเดือนมิถุนายน 2552 จนถึงปัจจุบัน เมื่อเปรียบเทียบกับจำนวนผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษากับโรงพยาบาลในช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยตัวเลขของผู้ป่วยสะสมที่เข้ารับการรักษาจากโรงพยาบาลจิตเวชนครราชสีมาราชนครินทร์ ในช่วงเดือนมิถุนายนจนถึงเดือนสิงหาคม 2552 ซึ่งเป็นช่วงที่เกิดการระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 มีจำนวนถึง 25,941 ราย เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้วซึ่งมีจำนวนทั้งสิ้น 23,749 ราย ถึง 2,192 ราย

ทั้งนี้ผู้ป่วยที่มีจำนวนสูงขึ้นส่วนใหญ่จะมาจากปัญหาเศรษฐกิจที่ตกต่ำและสภาพบ้านเมืองที่เต็มไปด้วยความขัดแย้ง แต่ส่วนหนึ่งอาจจะมาจากปัญหาความวิตกกังวล เกี่ยวกับการระบาดของเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ที่ทำให้ประชาชนโดยเฉพาะญาติและคนใกล้ชิดของผู้ป่วยเกิดภาวะความเครียด วิตกกังวล กลัวว่าจะติดเชื้อ ส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตโดยตรง ดังนั้นหน่วยงานของโรงพยาบาลรวมถึงสถานพยาบาลต่างๆ จึงควรที่จะให้คำปรึกษาแนะนำแก่บุคคลกลุ่มเสี่ยงโดยเฉพาะ กลุ่มเสี่ยงที่จะติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 รวมถึงบรรดาญาติพี่น้องและคนใกล้ชิด เพื่อลดความวิตกกังวล ผ่อนคลายความตรึงเครียดโดยการแนะนำให้รู้จักการป้องกันตัวเองจากการติดเชื้อ และให้ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องในการดูแลรักษาสุขภาพหากติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 โดยเฉพาะในช่วงที่อาจจะเกิดการระบาดหนักระลอกที่ 2 ในช่วงฤดูหนาวที่กำลังจะมาถึง

สำหรับสถานการณ์การระบาดของเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา จากข้อมูลของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา มีรายงานผู้ป่วยที่เข้าข่ายต้องสงสัยติดเชื้อฯ จำนวนกว่า 66,500 คน ยืนยันผลการตรวจพิสูจน์ว่าติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 จำนวนทั้งสิ้น 950 คน เสียชีวิตแล้ว 4 ราย