หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ [ วันจันทร์ ที่ 4 เดือน กันยายน 2552 ]
ผนึกกำลังเรียกคืนอะลูมิเนียม จัดทำขาเทียมพระราชทาน


เพราะนับวันปริมาณขยะมูลฝอยที่เพิ่มขึ้นในสังคมเราจะทวีคูณ และเพิ่มขึ้นในอัตราที่ไม่มีทีท่าว่าจะหยุดยั้ง แต่ใช่ว่าขยะจำนวนมหาศาลที่ว่านี้จะเป็นขยะที่ไร้ค่าทั้งหมด เพราะขยะจำนวนไม่น้อยสามารถนำมารีไซเคิลเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่ได้ ด้วยเหตุนี้ จึงเป็นที่มาของโครงการดีๆจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและส่งแวดล้อมโดยกรมควบคุมมลพิษ ร่วมกับมูลนิธิขาเทียมในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี บริษัท ไทยเบเวอร์เรจแคน จำกัด ,บริษัท บางกอกแคน แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด, การรถไฟแห่งประเทศไทย และบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เดินหน้าโครงการ “เรียกคืนอะลูมิเนียม เพื่อจัดทำขาเทียมพระราชทาน”

นายภิมุข สิมะโรจน์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า โครงการนี้จัดขึ้นเพื่อปลูกจิตสำนึก และรณรงค์ให้เยาวชนของชาติ และประชาชน ร่วมกันบริจาควัสดุอะลูมิเนียมส่งให้กับมูลนิธิขาเทียมฯ เพื่อนำกลับไปจัดทำขาเทียม และไม้เท้าพระราชทาน มอบให้กับผู้พิการยากไร้ รวมทั้งช่วยลดปัญหาตกค้างของขยะมูลฝอยประเภทอะลูมิเนียม และลดพื้นที่ในการฝังกลบอีกด้วย

ทั้งนี้ผู้บริจาคในต่างจังหวัดสามารถนำอะลูมิเนียมไปร่วมบริจาคได้ 2 ทาง คือ ที่สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด เพื่อขนส่งทางรถไฟและร่วมบริจาคโดยใส่กล่องไม่เกิน 5 กิโลกรัม ส่งได้ที่ที่ทำการไปรษณีย์ไทย ทั่วประเทศ โดยการรถไฟแห่งประเทศไทย และบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ได้สนับสนุนการขนส่งจากผู้บริจาคถึงปลายทางกรมควบคุมมลพิษ ไม่คิดค่าธรรมเนียมไปถึงสิ้นปี 2553

พร้อมกันนี้นาย ภิมุขยังใช้โอกาสนี้มอบรางวัลพร้อมโล่แก่โรงเรียนในจังหวัดนครปฐม ที่ชนะการประกวดแผนงานโครงการเรียกคืนอะลูมิเนียมฯ ปี 2551 อีกด้วย ได้แก่ โรงเรียนบ้านกระทุ่มล้ม โรงเรียนวัดหนองศาลา(ประชานุกูล) และโรงเรียนบัวปากท่าวิทยา รวมทั้งมอบรับอะลูมิเนียมจากชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพแห่งประเทศไทย ร่วมกับชุมชนสมเด็จย่า เพื่อส่งมอบอะลูมิเนียมให้กับมูลนิธิขาเทียมในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีต่อไป

และวันที่ 5 – 11 กันยายน 2552 จะมีการจัดกิจกรรมในจังหวัดขอนแก่น บริเวณสวนสาธารณบึงแก่นนคร,ถนนข้าวเหนียว และจะจัดที่จังหวัดระยอง จังหวัดภูเก็ต เป็นลำดับต่อไป ซึ่งแต่ละพื้นที่มีโรงเรียนเข้าร่วมเรียนรู้ ร่วมประกวดการเรียกคืนอะลูมิเนียม ชิงรางวัล คาดว่าจะสามารถเพิ่มปริมาณโรงเรียนในพื้นที่เป้าหมายเข้าร่วมโครงการไม่น้อยกว่า 100 โรงเรียนต่อพื้นที่ และรวบรวมอะลูมิเนียมได้ไม่น้อยกว่า 12 ตัน เพื่อสร้างจิตสำนึกให้กับกลุ่มเยาวชนในการมีส่วนร่วมจัดทำแผนการคัดแยกขยะอย่างถูกวิธี และสามารถนำกลับมาใช้ใหม่อย่างเป็นระบบ ลดปริมาณการตกค้างของขยะมูลฝอยโดยเฉพาะอะลูมิเนียม