หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ [ วันจันทร์ ที่ 4 เดือน กันยายน 2552 ]
อันตราย ‘มะเร็งปากมดลูก’ รู้ตัวเมื่อลุกลาม!!!


ต่อเนื่องเรื่องมะเร็งกันเป็นสัปดาห์ที่สอง ‘มุมสุขภาพ’ มีสารพันเรื่องควรรู้จากนิทรรศการของโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ Stop Cancer รู้เท่าทันโรคมะเร็ง...รู้ก่อน ป้องกัน และรักษาได้ กับเรื่องราวของ ‘มะเร็งปากมดลูก’ มัจจุราชตัวฉกาจที่เป็นสาเหตุให้หญิงไทยเสียชีวิตมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง และยังทำสถิติตามคร่าชีวิตหญิงทั่วโลกเป็นอันดับสาม

แค่รู้ว่าเป็นโรคที่ทำให้ผู้หญิงส่วนใหญ่เสียชีวิตยังไม่พอ ยังควรรู้ว่า มะเร็งปากมดลูก จะไม่ส่งสัญญาณหรือปรากฏอาการใด ๆ ให้ทราบจนกว่าจะเข้าขั้นลุกลามจนสายเกินแก้ แถมยังไม่ได้เกิดจากพันธุกรรม ดังนั้น หญิงแท้ทุกรายก็มีความเสี่ยงป่วยเป็นมะเร็งได้ทุกคน โดยเฉพาะหญิงที่มีพฤติกรรมทางเพศไม่เหมาะสม เช่น เปลี่ยนคู่นอนบ่อยๆ หรือมีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่อายุยังน้อย ยิ่งพาเข้าทางเสี่ยงทำให้ร่างกายมีสิทธิเผชิญกับเชื้อ HPV (Human Papillomavirus) ที่จะเข้ามาแฝงตัวอยู่นานหลายปีเพื่อฟูมฟักพลังร้ายกลายเป็นเซลล์มะเร็งในที่สุด โดยมักจะตรวจพบในช่วงอายุ 30 – 50 ปี

ทว่าวันคืนพ้นผ่าน หากคุณผู้หญิงมีอาการเลือดออกทางช่องคลอดหลังการมีเพศสัมพันธ์หรือมีประจำเดือน ส่วนวัยหมดประจำเดือนก็จะมีอาการตกขาว มูกเลือด ตกขาวมากและมีกลิ่น ให้รีบสงสัยว่าเข้าข่ายป่วยเป็นมะเร็งปากมดลูก และควรพบแพทย์ทันที

ในทางตรงกันข้าม กันไว้ย่อมดีกว่าแก้ คุณผู้หญิงควรหาวิธีป้องกันมะเร็งชนิดนี้ ด้วยการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก เป็นประจำทุกปี และภายใน 3 ปี หลังมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรก แต่ไม่ควรเกินอายุ 21 ปี

นอกจากการตรวจคัดกรองแล้ว แพทย์จะให้วัคซีนป้องกันเชื้อ HPV ซึ่งจะได้ผลดีหากฉีดก่อนมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรก

วันพรุ่งนี้ ‘ภาษาหมอ’ จะมาขยายความ ‘การตรวจคัดกรอง’ กับ ‘การตรวจคัดกรอง Pap Smear’ นั้นแตกต่างกันอย่างไร?.