 |
หนังสือพิมพ์บ้านเมือง [ วันศุกร์ ที่ 4 เดือน กันยายน 2552 ] |
|
| ดัน4มาตรการล้อมคอกหวัด |
สธ. คลอด 4 มาตรการล้อมคอกป้องโรคหวัด 2009 ระวังเชื้อกลายพันธุ์ผสมข้ามสายพันธุ์-สกัดระบาดชนบท-หอพัก-โรงเรียน พร้อมกระตุ้นการท่องเที่ยว ด้าน วิทยา ร่วมห้างสรรพสินค้า 9 เครือข่าย เปิดโครงการ รวมพลังธุรกิจค้าปลีกสู้หวัด 2009 มีทั้งกิจกรรมการทำความสะอาดจุดสัมผัสเสี่ยงไข้หวัด และเปิดลานกีฬาในห้างฯ ให้ประชาชนออกกำลัง เริ่ม 9 ก.ย.นี้
เมื่อวันที่ 3 ก.ย.52 น.พ.ไพจิตร์ วราชิต รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ป้องกันและควบคุมแก้ไขสถานการณ์การระบาดใหญ่ของโรคไข้หวัดใหญ่ 2009 ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 16 หน่วยงานว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบตั้งคณะอนุกรรมการย่อยในแต่ละด้านขึ้นเพื่อมาหารือวางแนวทางใน 4 ด้านคือ 1.การเฝ้าระวังป้องกันโรคในชุมชนเพื่อดูแลป้องกันการเจ็บป่วย หลังข้อมูลสำนักระบาดวิทยาพบเริ่มมีการระบาดในต่างจังหวัด โดยมีกระทรวงมหาดไทยรับผิดชอบ 2.การเฝ้าระวังการเปลี่ยนแปลงสายพันธุ์ของโรคทั้งในสัตว์และในคน การผสมข้ามสายพันธุ์ การเฝ้าระวังการดื้อยา มีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นแกนหลักในการรับผิดชอบ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สถาบันอุดมศึกษา กระทรวงสาธารณสุขให้การสนับสนุน 3.มาตรการด้านการท่องเที่ยว เพื่อสร้างความมั่นใจกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวเกิดความเชื่อมั่น โดยอาจมีมาตรการให้บริการรักษาแก่นักท่องเที่ยวฟรี ซึ่งจะมีกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเป็นแกนหลักดูแล และกระทรวงสาธารณสุขร่วมดำเนินการ และ 4.จัดตั้งคณะทำการบูรณาการดูแลในส่วนของร้านเกมส์ หอพัก เรือนจำ ค่ายทหาร โรงงาน เพื่อติดตามและลดจำนวนผู้ป่วยผู้ติดเชื้อให้ได้มากที่สุด ทั้งนี้จะประชุมแต่ละคณะทำงานอีกครั้ง เพื่อติดตามความคืบหน้าในสัปดาห์หน้า ส่วนการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ 2009 ในขณะนี้พบมีการระบาดในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แต่ในภาพรวมเป็นการระบาดแบบชะลอตัว ค่อยๆ ระบาดในต่างจังหวัด จำนวนผู้ป่วยติดเชื้อไม่พุ่งสูงเหมือนการระบาดในระยะแรก
นายวิทยา แก้วภราดัย รมว.สาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงกรณีนักวิชาการออกมาให้ความเห็นว่าไม่มั่นใจการทดลองวัคซีนไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 โดยห่วงเรื่องความปลอดภัยเนื่องจากมีความเป็นไปได้ที่เชื้อจะกลายพันธุ์ ว่าเป็นเรื่องทางวิชาการ คิดว่าคณะกรรมการที่ทำการทดลองวัคซีนได้หารือกรณีนี้ตลอดเวลา เพื่อสร้างความมั่นใจให้เกิดขึ้นและน่าจะตกลงกันได้ ส่วนกรณีที่จีนสามารถผลิตวัคซีนไข้หวัดใหญ่ 2009 สำเร็จแล้ว คงต้องให้กรมควบคุมโรคและองค์การเภสัชกรรม (อภ.) ติดตามดูผลสำเร็จของวัคซีนที่จีนผลิตได้ว่ามีประสิทธิภาพมากน้อยแค่ไหน ส่วนตัวคิดว่าการผลิตวัคซีนของประเทศใดก็ตาม น่าจะรองรับความต้องการของประชาชนในประเทศนั้นก่อน การจะไปซื้อวัคซีนที่จีนผลิตได้คงจะยังไม่เกิดขึ้นในตอนนี้
วันเดียวกัน นายวิทยา แก้วภราดัย รมว.สาธารณสุข น.พ.มงคล ณ สงขลา ประธานคณะอนุกรรมการสนับสนุนป้องกันควบคุม และการแก้ปัญหาการแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และภาคเอกชน ห้างสรรพสินค้า ธุรกิจค้าปลีกขนาดใหญ่ 9 เครือข่าย ร่วมลงนามความร่วมมือ ในโครงการ รวมพลังธุรกิจค้าปลีกสู้หวัด 2009 โดยนายวิทยา กล่าวว่า ขณะนี้ประชากรในไทยมีภูมิคุ้มกันโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 แล้วประมาณ 2 ล้านคน เหลืออีก 62 ล้านคนที่ยังไม่มีภูมิคุ้มกันและรอการป่วย ซึ่งการจับมือกับภาคธุรกิจห้างสรรพสินค้า 9 เครือข่าย ที่มีสาขา 1,200 สาขา ประกอบด้วย 1.บิ๊กซี 2.คาร์ฟูร์ 3.เซ็นทรัลพัฒนา 4.เซ็นทรัลรีเทล 5.เดอะมอลล์ กรุ๊ป 6.แฟชั่นไอซ์แลนด์ 7.ฟิวเจอร์ปาร์ครังสิต 8.ซีคอน 9.เทสโก้โลตัส เชื่อว่าจะยิ่งทำให้ประชาชนใน กทม. ตื่นตัวมากยิ่งขึ้น มีการเฝ้าระวังโรคโดยมีเครือข่ายในการร่วมประชาสัมพันธ์รณรงค์เป็นพนักงานร้านค้ากว่า 200,000 คนร่วมให้ข้อมูล
ด้าน น.พ.มงคล กล่าวว่า มาตรการในห้างสรรพสินค้า และธุรกิจค้าปลีก คือ 1.การดูแลสภาพแวดล้อม อุปกรณ์ และสถานที่ที่เป็นจุดสัมผัสร่วม ทั้ง ลูกบิด ราวบันได ปุ่มกดลิฟท์ โทรศัพท์ เครื่องเล่นเด็ก จัดเตรียมอุปกรณ์ทำความสะอาดและฆ่าเชื้อโรคเพื่อความมั่นใจของทุกคน 2.รณรงค์และเผยแพร่ข้อมูลสถานการณ์การแพร่ระบาดของไข้หวัด 2009 3.การเปิดลานแอโรบิก 150 จุด บริเวณห้างสรรพสินค้า/ห้างค้าปลีกทั่วประเทศ ให้คนไทยมาออกกำลังกายสู้หวัด พร้อมกันนี้ ยังมีการแต่งเพลง รวมพลังสู้หวัด ขึ้นมาโดยเฉพาะเพื่อให้ทางห้างสรรพสินค้า/ธุรกิจค้าปลีก นำไปส่งเสริมการออกกำลังกายภายในองค์กร โดยจะถือฤกษ์ดีในวันที่ 9 ก.ย.นี้เริ่มจัดกิจกรรมทั้งหมด
| |
|
|
|
 |
| |