 |
หนังสือพิมพ์แนวหน้า [ วันศุกร์ ที่ 4 เดือน กันยายน 2552 ] |
|
| สาหร่ายปลอมจีน..ทะลักไทย 3วิธีแล็บพิสูจน์-เฝ้าระวัง-หากพบติดคุก10ปี |
กระแสข่าวการพบสาหร่ายปลอมที่ปรากฏขึ้น สร้างความตื่นตระหนกให้กับประชาชนเป็นอย่างมาก และยังมีรายงานอีก มีร้านค้าบางแห่งตามแนวชายแดนจำหน่ายสาหร่ายอบแห้งปลอม โดยเป็นสาหร่ายอบแห้งนำเข้ามาจากสาธารณรัฐประชาชนจีน สิ่งปนเปื้อนที่พบเป็นพลาสติกสีดำใสปนอยู่ในเนื้อสาหร่ายแห้ง มองด้วยตาเปล่าแทบไม่แตกต่าง แต่เมื่อนำสาหร่ายไปแช่น้ำ เพื่อเตรียมปรุงอาหาร พบว่า...
"สาหร่ายเนื้อพลาสติก"...!!
เพื่อสร้างความเชื่อมั่นถึงความปลอดภัยของผู้บริโภค กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ลงพื้นที่สำรวจตามแนวชายแดน และแหล่งจำหน่ายสาหร่ายเก็บตัวอย่างตรวจวิเคราะห์ พิสูจน์การปลอมปนของพลาสติกในสาหร่าย โดยวิธีที่เชื่อถือได้ และสามารถให้ข้อมูล เพื่อการแจ้งเตือนภัยแก่ผู้บริโภคได้ในทันที และในกรณีที่มีปัญหาก็พร้อมที่จะดำเนินมาตรการเฝ้าระวังได้อย่างทันท่วงทีเช่นกัน
ในเบื้องต้นได้มีการเก็บตัวอย่างสาหร่ายจากแหล่งต่างๆ จำนวน 24 ตัวอย่าง เพื่อนำมาตรวจสอบพิสูจน์ทางห้องปฏิบัติการ คือ เก็บจากสุ่มจากแหล่งต่างๆ 13 ตัวอย่าง เก็บ ณ จุดนำเข้า จ.เชียงราย จำนวน 5 ตัวอย่าง สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาส่งมาตรวจ จำนวน 5 ตัวอย่าง ด่านท่าเรือกรุงเทพ จำนวน 1 ตัวอย่าง และยังมีการเก็บตัวอย่างเพิ่มจากแหล่งอื่นๆ อีกจำนวน 29 ตัวอย่าง ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจพิสูจน์
นพ.มานิต ธีระตันติกานนท์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า เมื่อเก็บตัวอย่างแล้ว จะนพเข้าห้องแล็บในการตรวจพิสูจน์มีอยู่ 3 แนวทาง คือ 1.การตรวจสอบเอกลักษณ์โดยใช้เครื่องอินฟราเรดสเปกโทรสโกปี(FT-IR) เป็นการตรวจโครงสร้างของสารอินทรีย์ โดยประเมินเปรียบเทียบผลจาก Infrared Spectrum ของตัวอย่างกับ Infrared Spectrum ของสารเคมีที่มีการเก็บรวบรวมอยู่ในฐานข้อมูล(Library) จำนวนมากกว่า 5,000 แบบ เฉพาะของพลาสติกจำนวน 1,580 แบบ นอกนั้นเป็นข้อมูลของสารเคมีอื่นๆ ที่มีโครงสร้างใกล้เคียงกัน พบว่าไม่มีตัวอย่างใดที่มีโครงสร้างใกล้เคียงกับฐานข้อมูลที่มีอยู่ พบว่าตัวอย่างทั้ง 24 ตัวอย่าง เมื่อเทียบกับ Infrared Spectrum ของพลาสติกแล้วไม่ใกล้เคียงกับพลาสติกชนิดใดที่มีอยู่ในฐานข้อมูล แต่เมื่อนำมาเปรียบเทียบกับ Infrared Spectrum ของสาหร่ายจริงมีความใกล้เคียงกันถึง 98.8% ทั้ง 24 ตัวอย่าง
2.การตรวจสอบเอกลักษณ์สารพันธุกรรม (ดีเอ็นเอ) ซึ่งพบสารพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิตในตัวอย่างทั้ง 24 ตัวอย่าง และ 3.การตรวจทางกายภาพ การตรวจพิสูจน์จากลักษณะภายนอก เมื่อเทียบกับพลาสติกทำสแลนบังแดด พบว่า ลักษณะของความเหนียวเมื่อใช้มือดึง สาหร่ายจะขาดง่ายกว่าเส้นพลาสติก เมื่อเทียบลักษณะการพองตัวเมื่อแช่น้ำ สาหร่ายจะมีการพองตัว และมีผิวสัมผัสที่เป็นเมือก แต่เส้นพลาสติกไม่มีการพองตัว และไม่มีเมือก เมื่อนำไปอังไฟพบว่ามีกลิ่นคาวของสาหร่าย และเมื่อนำสาหร่ายไปทำการตรวจพิสูจน์ลักษณะภายใน โดยใช้กล้องจุลทรรศน์พบว่าโครงสร้างเซลล์สาหร่ายของตัวอย่างมีโครงสร้างคล้ายคลึงกับสาหร่ายจริง มีโครงสร้างแตกต่างจากเส้นพลาสติกที่ใช้ทำแสลนบังแดด
ผลจากการตรวจพิสูจน์ทั้ง 3 แนวทาง พบว่า การตรวจความเหนียว การพองตัวเมื่อแช่น้ำ กลิ่นเฉพาะเมื่อนำไปอังไฟ และการตรวจพิสูจน์โครงสร้างภายในโดยใช้กล้องจุลทรรศน์ (Compound Microscope) ที่กำลังขยาย 100 เท่า พบว่าเป็นลักษณะของสาหร่ายจริง ทั้ง 24 ตัวอย่าง
นพ.มานิต กล่าวอีกว่า กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์เป็นหน่วยงานที่มีภารกิจหลักในการศึกษาวิจัย และพัฒนางานด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์และสาธารณสุข เพื่อพัฒนาองค์ความรู้และเทคโนโลยีที่สามารถนำไปใช้ในการตรวจวินิจฉัย ชันสูตร เฝ้าระวัง และควบคุมโรค ที่เป็นปัญหาสาธารณสุขของประเทศ ให้บริการตรวจวิเคราะห์บริการตัวอย่างผลิตภัณฑ์สุขภาพ เช่น อาหาร ยา (ยกเว้นยาเสพติด) สมุนไพร ชีววัตถุ เครื่องสำอาง และวัตถุอันตรายที่ใช้ในทางการสาธรารณสุข เครื่องมือแพทย์ และแนะนำข้อมูลเบื้องต้นในการส่งตรวจวิเคราะห์ ซึ่งได้รับการรับรองระบบคุณภาพตามมาตรฐาน ISO 9001/2000 จากสถาบันรับรองมาตรฐาน ISO หรือ MASCI
นอกจากนี้ยังมีศูนย์รวมบริการในต่างจังหวัดกระจายทั่วประเทศอยู่ถึง 14 แห่ง เพื่อคอยให้บริการแก่ประชาชน และยังมีชุดทดสอบ ซึ่งเหมาะแก่การใช้งานของทุกชุมชน สำหรับใช้ในการตรวจคัดกรองความไม่ปลอดภัยของอาหารและผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่มีขายตามท้องตลาด ซึ่งเป็นการตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการในภาคสนาม ใช้งานได้ง่าย สะดวกให้ผลรวดเร็ว แม่นยำ นพ.นรังสันต์ พีรกิจ รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา กล่าวว่า ขณะนี้มีการนำเข้าสาหร่ายอบแห้งที่ถูกต้องจำนวน 23 บริษัท ตั้งแต่มกราคม 2552 จนถึงปัจจุบันมีการขออนุญาตนำสาหร่ายอบแห้งเข้ามาในประเทศ ประมาณ 246,000 กก. มูลค่ากว่า 62 ล้านบาท สำหรับการเลือกซื้อสาหร่ายอบแห้งให้ปลอดภัยที่สำคัญคือต้องมีฉลากภาษาไทย ระบุชื่ออาหาร ชื่อบริษัทผู้ผลิต/ผู้นำเข้า และที่ตั้ง ปริมาณสุทธิ วันเดือนปีที่ผลิต หรือหมดอายุ และเมื่อนำสาหร่ายไปแช่น้ำแล้วสามารถเห็นได้ด้วยตาเปล่าว่าสีของสาหร่ายจะไม่สม่ำเสมอ เนื่องจากเม็ดสีกระจายไม่เท่ากัน ส่วนขอบไม่เรียบมีรอยหยัก เนื้อสัมผัสลื่นไม่แข็งกระด้าง มีกลิ่นคาว และมีความยืดหยุ่นซึ่งจะขึ้นอยู่กับในแต่ละสายพันธุ์ของสาหร่าย
อย่างไรก็ตาม อย. ได้มีการเฝ้าระวังและติดตามตรวจสอบผลิตภัณฑ์สาหร่ายอบแห้งทั้งที่ผลิตในประเทศและนำเข้าจากต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นประเทศใด หากแสดงฉลากไม่ถูกต้องจะมีโทษปรับไม่เกิน 3 หมื่นบาท หากพบว่าเป็นพลาสติกจะจัดว่าเป็นอาหารปลอม มีโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือนถึง 10 ปี และปรับตั้งแต่ 5 พันถึง 1 แสนบาท ทั้งนี้เมื่อ อย. ตรวจสอบพบสาหร่ายปลอมจะได้แจ้งให้ผู้บริโภคทราบ รวมทั้งเก็บผลิตภัณฑ์ดังกล่าวออกจากท้องตลาด และระงับการนำเข้าโดยด่วน ในขณะเดียวกันหากผู้บริโภคพบเห็นการนำเข้าหรือจำหน่ายผลิตภัณฑ์ดังกล่าวโดยไม่มีฉลากภาษาไทย หรือสงสัยว่าจะเป็นของปลอม ผู้บริโภคสามารถแจ้ง เบาะแสหรือร้องเรียนได้ที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) หรือสายด่วน อย. โทร 1556
ขณะที่ นายผจนศักดิ์ ครองชมมน์ หัวหน้างานด่านพรมแดนศุลกากรแม่สาย บอกว่า ส่วนมากสาหร่ายบรรจุห่อที่นำเข้ามาจากประเทศจีน จะถูกนำเข้ามาทางท่าเรือแหลมฉบังหรือไม่ก็ท่าเรือคลองเตย ส่วนการนำเข้ามาทางแนวชายแดนทางด้าน อ.แม่สาย นั้นปัจจุบันยังไม่พบว่ามีการนำเข้ามาแต่อย่างใด โดยสาหร่ายที่นำเข้ามาส่วนมากก็จะมีตรา อย.กำกับ และจากการตรวจสอบตามตลาดชายแดนในพื้นที่ อ.แม่สาย ก็พบว่าส่วนมากจะมีตรา อย.กำกับรับรอง ซึ่งสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคได้
แม้ว่า การพิสูจน์ปลอมปนของพลาสติกในสาหร่าย จะยังไม่พบ แต่การสุ่มหาเพื่อเก็บตัวอย่างก็ยังคงดำเนินการต่อไป เพราะเป็นเรื่องของความปลอดภัย และสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค ในการแจ้งเตือนภัยให้ทันท่วงที
| |
|
|
|
 |
| |