 |
หนังสือพิมพ์บ้านเมือง [ วันอังคาร ที่ 1 เดือน กันยายน 2552 ] |
|
| จับตาหวัด 09 ลามข้ามพันธุ์ ยอดป่วยเพิ่มทั่วปท.3ล้าน |
ตายหวัด 09 เพิ่มอีก 11 ราย รวม 130 ราย ขณะที่ยอดผู้ป่วยสะสมรวม 16,876 ราย นักวิชาการคาดขณะนี้มียอดผู้ป่วยและติดเชื้อทั้งที่แสดงอาการและไม่แสดงอาการรวม 3 ล้านคน สธ.จับตาผู้ป่วยหวัดตามฤดูกาลพุ่ง หวั่นปะปนกับคนไข้หวัด 09 ไวรัสผสมข้ามสายและกลายพันธุ์ สั่งทุก รพ.เฝ้าระวังใกล้ชิด ขณะที่ อภ.เผยแนวโน้มผลการเก็บเกี่ยวปริมาณเชื้อไวรัสในการทดลองวัคซีนล็อต 2 ดีกว่าครั้งแรก ได้ปริมาณน้ำเชื้อสูง 5.5 ลิตร อีก 2 วันเตรียมคำนวณหาปริมาณเชื้อไวรัสต่อซีซี รอลุ้นผลทดลองในสัตว์สัปดาห์หน้า
เมื่อวันที่ 31 ส.ค.52 น.พ.ประเสริฐ ทองเจริญ ประธานคณะอนุกรรมการที่ปรึกษาวิชาการยุทธศาสตร์ด้านการแพทย์และสาธารณสุข กล่าวภายหลังการประชุมผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยต่างๆ ว่า สถานการณ์การระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ในประเทศไทยสัปดาห์นี้ จากการรายงานพบมีผู้เสียชีวิตเพิ่มจากสัปดาห์ที่ผ่านมา 11 ราย รวมยอดสะสมทั้งหมด 130 ราย ส่วนยอดผู้ป่วยสะสมรวม 16,876 ราย และพบการระบาดของโรคมากขึ้นในต่างจังหวัด ทั้งนี้ ยังคาดการณ์ว่าการระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ขณะนี้จะมีผู้ป่วยและผู้ติดเชื้อทั้งที่แสดงอาการและไม่แสดงอาการประมาณ 3 ล้านคน ส่วนสถานการณ์การระบาดของโรคจะเบาบางลงก็ต่อเมื่อมีจำนวนผู้ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ในรอบแรก ทั้งที่แสดงอาการและไม่แสดงอาการ ประมาณ 30% หรือ 22 ล้านคน ของประชากรทั้งประเทศ ทั้งนี้ในจำนวนผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่ทั้งหมดขณะนี้ 40% เป็นไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 และมีจำนวนผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล (H3N2) เพิ่มมากขึ้น จึงเกรงว่าหากไม่ป้องกันให้ดี เกรงมีการผสมพันธุ์ แต่ประชาชนสามารถดูแลป้องกันตนเองได้จากไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล ทั้งการพักผ่อน ออกกำลังกาย รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และการฉีดวัคซีนป้องกันโรค ส่วนการติดตามปัญหาเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 จนถึงขณะนี้ยังไม่พบการดื้อยาในไวรัสสายพันธุ์ใหม
วันเดียวกัน นายวิทยา แก้วภราดัย รมว.สาธารณสุข (สธ.) เป็นประธานเปิดโครงการ แท็กซี่ไทยปลอดภัย รวมพลังสู้หวัด 2009 พร้อมกล่าวว่าการรณรงค์ครั้งนี้เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับสังคม ผู้ใช้บริการรถแท็กซี่ โดยดึงเครือข่ายแท็กซี่ทั้งในสหกรณ์แท็กซี่ และศูนย์วิทยุ 17 แห่ง มีแท็กซี่ในความดูแลทั้งสิ้น 100,900 คัน มีพนักงานขับรถวันละ 2 รอบ รวม 201,800 คน เข้าร่วม ซึ่งเน้น 5 มาตรการ ความปลอดภัย 1.คนขับปลอดภัย มีการตรวจวัดอุณหภูมิก่อนการปฏิบัติงาน 2.รถปลอดภัย เช็ดทำความสะอาดรถด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อโรค 3.ผู้โดยสารปลอดภัย เพราะคนขับสวมหน้ากากอนามัย และล้างมือบ่อย 4.จุดเสี่ยงปลอดภัย หมั่นทำความสะอาดจุดสัมผัส ทั้งประตู พวงมาลัย เบาะที่นั่ง 5.อากาศปลอดภัย หลังส่งผู้โดยสารจะเปิดกระจกรถให้อากาศถ่ายเทเพื่อฆ่าเชื้อโรค นอกจากนี้ ภายในรถยังมีการจำหน่ายเจลล้างมือและหน้ากากอนามัยด้วย
ขณะที่ น.พ.วิทิต อรรถเวชกุล ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม (อภ.) กล่าวถึงความคืบหน้าการเก็บเกี่ยวน้ำเชื้อในการทดลองวัคซีนไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ในล็อต 2 ว่า ขณะนี้สามารถเก็บเกี่ยวปริมาณน้ำเชื้อไวรัสได้ 5.5 ลิตร ได้มากกว่าเดิมครั้งแรกที่ได้ 3.5 ลิตร แต่ในส่วนคุณลักษณะภายนอกของน้ำเชื้อทั้งความใสของสารที่ได้ และการปฏิบัติงานที่ผ่านมา พบว่าดีกว่าครั้งแรก ทั้งนี้เชื่อว่าเป็นเพราะการเรียนรู้จากประสบการณ์ทำงานที่ผ่านมา และการเพิ่มระยะเวลาในการฟักเชื้อในไข่ไก่ให้นานขึ้น จากเดิม 9-10 วัน เป็น 10-14 วัน ส่วนปริมาณผิวของเชื้อไวรัสที่พบเบื้องต้น พบว่ามีเอชเอไตเตอร์ที่สูงกว่าเดิมถึง 2 เท่า โดยครั้งนี้ได้ 64 เอชเอไตเตอร์ และ 32 เอชเอไตเตอร์ ส่วนการคำนวณหากปริมาณเชื้อไวรัสต่อซีซีนั้น คาดว่าจะสามารถได้ในอีก 2 วันข้างหน้า
ทั้งนี้แม้ว่าผลปริมาณเชื้อไวรัสในการทดลองวัคซีนล็อต 2 จะให้ผลดีกว่า แต่ก็ไม่ส่งผลให้มีการเลื่อนการทดลองวัคซีนในวันที่ 7 กันยายนนี้ เนื่องจากกระบวนการทดลองวัคซีนไข้หวัดใหญ่ 2009 ขณะนี้อยู่ในกระบวนการทดลองในหนู โดยรอผลการทดสอบความเป็นพิษในท้องหนูและดูการสร้างภูมิคุ้มกัน หลังมีการฉีดพ่นเชื้อในจมูกหนู คาดสัปดาห์หน้าทราบผล ส่วนความคืบหน้าการหาโรงงานผลิตวัคซีนไข้หวัดใหญ่ 2009 นั้น ขณะนี้เป็นที่แน่ชัดว่าได้ห้องปฏิบัติการของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (บางมด) ในการผลิตวัคซีน คาดว่าจะต้องใช้งบประมาณในพัฒนาเพื่อพร้อมในการผลิตวัคซีนจำนวน 200 ล้านบาท โดยจะมีการหารือกับสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เพื่อของบประมาณในการพัฒนาฯ ส่วนสัญญาในการใช้ห้องปฏิบัติการมีระยะเวลาถึง 10 ปี จากเดิม 5 ปี
| |
|
|
|
 |
| |