 |
หนังสือพิมพ์แนวหน้า [ วันอังคาร ที่ 1 เดือน กันยายน 2552 ] |
|
| หยุดตรึงเครียด หยุดเสี่ยงมะเร็ง ! |
สัปดาห์นี้เราได้ค้นคว้าหาข้อมูลจากแหล่งข้อมูลหลายๆ แหล่งในเรื่องของ "มะเร็งกับความเครียด" โดยตามข้อมูลที่ได้ค้นคว้าพบว่า ขณะนี้คนส่วนใหญ่มีอารมณ์เปลี่ยนแปลงง่ายจากสภาวะสิ่งแวดล้อม และมักเป็นการเปลี่ยนแปลงของอารมณ์ด้านลบเพราะปัญหาต่างๆ ทั้งการเมือง และเศรษฐกิจรวมทั้งอากาศที่เปลี่ยนแปลงส่งผลให้อารมณ์เกิดภาวะเครียด หงุดหงิด นอนไม่หลับ ไม่สบายตัว เป็นต้น
บางครั้งจะเกิดอารมณ์โกรธกันได้ง่ายๆ การทำสมาธิเป็นวิธีหนึ่งที่จะช่วยบำบัดความเครียด และอารมณ์ได้ อย่างไรก็ตามจากการศึกษาวิจัยของนักวิชาการทั้งใน และต่างประเทศ ก็มีความเห็นลักษณะเดียวกันว่า
ความเครียดทำให้ภูมิต้านทานของร่างกายลดลงเป็นเหตุให้เซลล์มะเร็งแพร่กระจายได้เร็วขึ้นติดเชื้อไวรัสได้เร็วขึ้น เกิดไขมันอุดตันในเส้นเลือดที่หัวใจ เป็นเหตุกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดมาเลี้ยงทำให้อาการเบาหวาน และโรคหอบหืดเลวลง เกิดลำไส้อักเสบ เซลล์สมองเสื่อมลงความจำเสื่อมลงอีกด้วย
นอกจากนี้ยังพบว่า คนที่มีภาวะเครียดมักจะเกิดเริมที่ริมฝีปาก และอวัยวะเพศบ่อย ๆ ด้วยเช่นกัน
เราหยิบยกเรื่องนี้มาพูดเพราะไม่อยากเห็นคุณเครียดนะครับ...
คราวนี้เรามาย้อนดูกิจกรรมดีๆ เพื่อสังคมกันบ้างเมื่อเร็วๆ นี้ชมรมฟื้นฟูผู้ป่วยโรคมะเร็งแห่งประเทศไทย ร่วมกับ บริษัท เฟยดา จำกัด จัดงานสัมมนาทางวิชาการ "ห่วงใย ใส่ใจ พิชิตมะเร็ง" โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นศูนย์กลางให้แก่ผู้ป่วยโรคมะเร็งในการดูแลรักษาสุขภาพที่ถูกต้อง และร่วมระดมความคิดเห็นแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ในการดูแลสุขภาพผู้ป่วยเพื่อสร้างองค์ความรู้ และกำลังใจให้กัน และกันในการต่อสู้กับโรคมะเร็ง
โดยนางสาวภาวนา จู้ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เฟยดา จำกัด เปิดเผยว่า การจัดสัมนาทางวิชาการ "ห่วงใย..ใส่ใจ พิชิตมะเร็ง" ในครั้งนี้เกิดขึ้นจากเจตนารมย์ของบริษัทฯ ที่ต้องการเห็นคนไทยตื่นตัวในป้องกันโรคมะเร็ง และได้มีความรู้เกี่ยวกับโรคมะเร็งที่ถูกต้อง โดยได้ร่วมมือกับ ชมรมฟื้นฟูสุขภาพผู้ป่วยโรคมะเร็งแห่งประเทศไทย ซึ่งก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2542 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ข้อมูลวิวัฒนาการด้านการรักษาโรคมะเร็งในทุกด้าน และเพื่อเป็นศูนย์กลางให้แก่ผู้ป่วยในการดูแลรักษาสุขภาพที่ถูกต้อง
โดยมีสมาชิกชมรมซึ่งเป็นกลุ่มผู้ป่วยโรคมะเร็ง ญาติผู้ป่วย ผู้ดูแล และบุคลากรทางการรักษารวมถึงอาสาสมัคร และผู้สนใจสุขภาพที่ได้ร่วมระดมความคิดเห็น และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการดูแลสุขภาพผู้ป่วยเพื่อสร้างองค์ความรู้ และกำลังใจให้กันและกันในการต่อสู้กับโรคมะเร็งโดยมีการเปิดสายด่วนให้คำปรึกษาเกี่ยวกับโรคมะเร็ง การรักษา และการฟื้นฟูสุขภาพรวมถึงการป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำ และขอรับเอกสารข้อมูลทางวิชาการต่าง ๆ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ โทร.02-664 0078-9 (ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 09.00-17.00 น.)
ทางด้านรศ.นพ.นรินทร์ วรวุฒิ แพทย์ประจำหน่วยมะเร็งวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งได้ร่วมการเสวนาในหัวข้อ มะเร็งพิชิตได้ด้วยแนวทางใหม่ "บูรณาการ" ได้เปิดเผยถึงแนวทางการรักษาโรคมะเร็งแบบ "บูรณาการ" (Integration) ว่า
คือการรักษาผู้ป่วยมะเร็งแบบองค์รวมผสมผสานองค์ความรู้นวัตกรรมการรักษากลมกลืนสอดคล้องกับธรรมชาติของความเป็นมนุษย์ซึ่งประกอบด้วยร่างกายจิตใจ และวิญญาณซึ่งมีความสัมพันธ์แบบแยกจากกันไม่ได้จากผู้คนรอบข้าง ญาติพี่น้อง ผู้ดูแลผู้ป่วย สังคมและสิ่งแวดล้อมรอบตัวจนถึงจักรวาลที่กว้างใหญ่ไพศาล ปรัชญา มุมมอง และมิติของการรักษาเป็นไปทั้งในแนวกว้าง ยาว และลึก แตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากการแพทย์แผนปัจจุบันที่มีรากฐานจากการแพทย์ตะวันตก
สำหรับแนวทางการรักษามะเร็งตามแบบแผนตะวันตกในอนาคตอันใกล้นี้ จะมีการปฏิวัติการรักษามะเร็ง เป็นการแพทย์แบบปัจเจกบุคคล (Personalized Health Care) ซึ่งมีรากฐานมาจากโครงการวิจัยการถอดรหัสดีเอ็นเอของมนุษย์ ซึ่งข้อมูล และเทคโนโลยีจากโครงการนี้สามารถประยุกต์ใช้ในการวินิจฉัยโรคมะเร็งถึงระดับโมเลกุล ทำให้ความไว และความจำเพาะของการวินิจฉัยโรคมะเร็งพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว แม่นยำ
นอกจากนั้นยังทำให้เกิดการพัฒนาการวินิจฉัยโรคด้วยรังสีวินิจฉัยระดับโมเลกุล (Molecular Imaging) สามารถวินิจฉัยทำนายความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งในคนปกติได้ก่อนเกิดโรคมะเร็ง (Molecular Diagnosis of Cancer) เลือกการรักษาที่เหมาะสม และมีประสิทธิภาพในผู้ป่วยมะเร็งแต่จะรายตามรหัส ดีเอ็นเอของผู้ป่วย
การรักษามะเร็งนอกจากที่จะใช้ยาแผนปัจจุบันแล้ว ผู้ป่วยมะเร็งจำนวนมากเชื่อว่ายาสมุนไพรก็มีส่วนที่สำคัญในการรักษาเช่นกัน หลักสูตรแพทยศาสตร์ในประเทศจีนบางหลักสูตร รวมการแผนแพทย์จีน และสมุนไพรเข้าไว้ในหลักสูตรแพทยศาสตร์มากถึงร้อยละ 30 มีการใช้ยาสมุนไพรหลายชนิดในการบำบัดทุเลาผลข้างเคียงจากการรักษามะเร็งทางการแพทย์พบว่า ยาสมุนไพรก็มีส่วนช่วยในการรักษา หรือ บรรเทาอาการของโรคได้มากถึงร้อยละ 20
แต่อย่างไรก็ตามการที่ผู้ป่วยจะตัดสินใจใช้ยาสมุนไพรร่วมในการรักษาโรคมะเร็งนั้น ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบประสิทธิภาพ คุณภาพ มาตรฐาน และความปลอดภัยของยา และต้องตรวจสอบว่ายาดังกล่าวได้รับอนุมัติจากองค์การอาหารและยา หรือขึ้นบัญชียาหลักของกระทรวงสาธารณสุขหรือไม่
ภายในงานยังจัดให้มีกิจกรรมการเสวนากลุ่มโดยแพทย์ผู้ป่วย และผู้ดูแลผู้ป่วย (Panel Discussion) ซึ่งได้รับการเปิดเผยจากคุณสุนันทา นิยมศิลป์ ผู้พิชิตโรคมะเร็งมานานกว่า 8 ปี หนึ่งในสมาชิกของชมรมฟื้นฟูสุขภาพผู้ป่วยโรคมะเร็ง ว่า
ตนเองได้ทราบว่าเป็นมะเร็งที่เต้านมซ้ายเมื่อ 8 ปีก่อน โดยภายหลังจากการผ่าตัดเต้านมซ้ายแล้วก็เข้ารับการรักษาจากทางแพทย์ด้วยแนวทางการรักษาแบบองค์รวม คือ รักษาทั้งความเจ็บป่วยอาการของโรคควบคู่ไปกับการดูแลทางด้านจิตใจของตนเองไม่ให้เครียด หรือวิตกกังวลใดๆ
ในทางกลับกันตัวเองเลือกที่จะทำสิ่งที่ตัวเองรักพร้อมกับดูแลสุขภาพของตัวเองอย่างดีรับการรักษาแผนปัจจุบันควบคู่ไปกับยาสมุนไพรเพื่อฟื้นฟูร่างกาย และการเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย และนั่งสมาธิทุกวันก่อนนอนเป็นเวลา 5-10 นาที จึงทำให้หายจากโรคมะเร็งได้จนปัจจุบัน
แต่อย่างไรก็ตามตนเองก็ยังคงเข้าพบแพทย์จากอย่างต่อเนื่องตามนัด เพื่อเฝ้าระวังไม่ให้กลับมาเป็นโรคมะเร็งซ้ำอีก
ปัจจุบันนี้คุณสุนันทา ได้กลับมามีร่างกายที่แข็งแรง สามารถใช้ชีวิตได้อย่างเป็นปกติสุข โดยได้ใช้เวลาว่างในวัย 73 ปี ทำหน้าที่เป็นผู้พิพากษาสมทบ ดูแลศาลเด็กและเยาวชน ซึ่งทำมานานกว่า 4 ปี โดยไม่รับค่าตอบแทนใดๆ โดยคุณสุนันทายังได้ศึกษาต่อในระดับปริญญาเอก ณ มหาวิทยาลัยสยาม สาขาการจัดการซึ่งนับเป็นการศึกษาระดับปริญญาเอกแห่งที่ 2
โดยก่อนหน้านี้คุณสุนันทาได้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกแห่งแรก ณ Cebu Doctors' University ประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งคุณสุนันทาได้กล่าวติดตลกว่า
"ตนจะเรียนไปเรื่อย ๆ เรียนแข่งกับโรคมะเร็งไปโดยไม่ย่อท้อเด็ดขาด แม้การเรียนในระดับปริญญาเอกจะยากเพียงไรก็ตาม"
และนี่ก็เป็นอีกหนึ่งสาระดีๆ ในสัปดาห์นี้ครับ...
| |
|
|
|
 |
| |