หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ [ วันอังคาร ที่ 1 เดือน กันยายน 2552 ]
ซื้อทูตมรณะ 'ใส่ปาก' โลหิตติดเชื้อ


จุดตาย 'ดัดฟันแฟชั่น'

กระพือไปในวงกว้างระดับหนึ่งแล้ว สำหรับอันตรายจากการ “ดัดฟันแฟชั่น” ที่ไม่ใช่การดัดฟันเพื่อวัตถุประสงค์ในการจัดรูปฟันจริง ๆ โดยทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า “อาจมีอันตรายถึงชีวิต” ซึ่งหลังจากเกิดเหตุวัยรุ่นหญิงรายหนึ่งเสียชีวิตภายหลังการดัดฟันแฟชั่น ก็มีการออกมาชี้ให้เห็นถึงโทษภัยในเรื่องนี้อย่างชัด ๆ


อาทิ... ลวดดัดฟันแฟชั่นในท้องตลาด มีสารปนเปื้อนที่เป็นโลหะหนัก จำพวกตะกั่ว พลวง ซีลีเนียม โครเมียม สารหนู สารเหล่านี้ถ้าสะสมในร่างกายมาก ๆ จะก่อให้เกิดผลต่อไต ทำให้ไตวาย อาจถึงขั้นเสียชีวิตได้

ลวดดัดฟันแฟชั่นอาจมีส่วนผสมของสารตะกั่ว สารหนู แคดเมียม และส่วนที่เป็นยางนั้นอาจมีการผสมสีที่เป็นอันตราย สารต่าง ๆ เหล่านี้หากเข้าไปสะสมที่ตับ ไต หลาย ๆ ปีก็อาจทำให้เป็นมะเร็งได้

การดัดฟันแฟชั่นโดยคลินิกเถื่อน หากผู้ให้บริการไม่สวมถุงมือ หากเครื่องมือที่ใช้ไม่สะอาด ไม่มีการฆ่าเชื้อโรค จะทำให้เสี่ยงต่อการติดโรคต่าง ๆ ได้หลายโรค เช่น หวัด หวัดใหญ่ คอตีบ โปลิโอ ไวรัสตับอักเสบบี วัณโรค

เหล่านี้เป็นอันตรายที่อาจเกิดจากการ “ดัดฟันแฟชั่น”

ขณะเดียวกัน “สาเหตุสำคัญที่ทำให้ถึงตาย” ก็น่าคิด...

ทั้งนี้ กรณีของวัยรุ่นหญิงที่เสียชีวิตภายหลังการดัดฟันแฟชั่น จนเกิดกระแสรณรงค์เกี่ยวกับภัยจากการดัดฟันแฟชั่นในช่วงหลายวันที่ผ่านมานั้น จากรายงานข่าว...วัยรุ่นหญิงรายนี้มีโรคประจำตัวคือโรคหัวใจ และมีอาการหอบหืด อีกทั้งช่วงก่อนเสียชีวิตก็เกิดอาการไทรอยด์เป็นพิษ อย่างไรก็ตาม จุดที่ทำให้ต้องเสียชีวิตก็คือ.....

เพราะ “ติดเชื้อในกระแสโลหิต”

ติดเชื้อในกระแสโลหิต เป็นสิ่งที่ “อันตรายมาก !!” ซึ่งจากข้อมูลของ กระทรวงสาธารณสุข นี่ “เป็นสาเหตุการเสียชีวิตของคนไทยที่สูงเป็นอันดับ 3 รองจากมะเร็งและอุบัติเหตุ” โดย นพ.กิตติศักดิ์ เชื้อสกุลวนิช เจ้าของรางวัลผลงานวิชาการยอดเยี่ยมจากการประชุมวิชาการกระทรวงสาธารณสุข ปี 2550 จากการศึกษา “การเสียชีวิตจากภาวะติดเชื้อในกระแสโลหิตในโรงพยาบาลสุรินทร์” เคยให้สัมภาษณ์วารสารวงการแพทย์ เกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้ สรุปได้ว่า... “เรื่องนี้ก็ถือเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญมาก !!”

ผู้ป่วยภาวะติดเชื้อในกระแสโลหิต การเสียชีวิตจากภาวะติดเชื้อในกระแสโลหิต เกิดจากการที่ร่างกายผู้ป่วยติดเชื้อโรคขึ้นมาชนิดหนึ่ง แล้วเชื้อโรคนี้เป็นตัวที่ทำให้เกิดการอักเสบทั่วร่างกาย จนร่างกายไม่สามารถต่อต้านได้ และมีปัญหาอื่น ๆ ตามมาคือ ความดันโลหิตตก ในที่สุดผู้ป่วยก็จะเสียชีวิตลง

สำหรับอุบัติการณ์ภาวะติดเชื้อในกระแสโลหิตนี้ที่ผ่าน ๆ มาในประเทศ ไทยยังไม่มีตัวเลขที่ชัดเจน แต่หากจะอ้างอิงกับต่างประเทศ ในสหรัฐอเมริกาได้มีการศึกษาอุบัติการณ์นี้ตั้งแต่ปี ค.ศ.1979-2000 พบว่า...มีจำนวนสูงมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งเพศหญิงและเพศชาย มีผู้ป่วยที่ติดเชื้อในกระแสโลหิตปีละประมาณ 751,000 ราย และมีการคาดการณ์ว่าปี ค.ศ. 2010 จะมีผู้ป่วยถึง 1,000,000 ราย หากไม่เร่งป้องกัน ยอดผู้เสียชีวิตจะเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ

“หากเป็นการติดเชื้อในกระแสโลหิตธรรมดา อัตราการเสียชีวิตจะอยู่ที่ประมาณ 30-50% แต่หากมีภาวะช็อกร่วมด้วย อัตราการเสียชีวิตจะสูงขึ้นเป็นประมาณ 88 เปอร์เซ็นต์” ...นพ.กิตติศักดิ์ ระบุไว้

เพิ่มเติมเรื่องนี้ด้วยข้อมูลจากเว็บไซต์สุขสาระ www.suksara.org ... การติดเชื้อในกระแสโลหิต หรือ “โลหิตเป็นพิษ” นั้นจริง ๆ แล้วก็ไม่ใช่โรค แต่เป็นอาการรวม ๆ ของการที่มีเชื้อโรคอยู่มากมายในกระแสเลือด ซึ่งก็มีเชื้อโรคมากมายที่ทำให้เกิดการติดเชื้อในกระแสโลหิตได้ อาจจะเป็นเชื้อโรคในปอด ในทางเดินปัสสาวะ ในช่องท้องหลังผ่าตัด ในสมอง ในหัวใจ ฯลฯ โดยมักเกิดกับผู้ที่ร่างกายอ่อนแอ เช่น... ผู้สูงอายุ คนที่มีโรคเรื้อรัง คนที่เพิ่งผ่าตัด

ประเด็นสำคัญและอันตรายก็คือ... เมื่อเชื้อโรคกระจายเข้ากระแสเลือด ก็จะก่อให้เกิดการติดเชื้อในอวัยวะต่าง ๆ ทั่วร่างกาย ระบบร่างกายจะทำงานผิดปกติ และค่อย ๆ หยุดทำงานลง จนเสียชีวิตในที่สุด

ทั้งนี้ ที่ผ่านมาคนไทยเราเสียชีวิตเพราะสาเหตุการ “ติดเชื้อในกระแสโลหิต” มากมาย แม้ว่าจริง ๆ แล้วจะป่วยเป็นโรคอื่น ๆ หรือประสบอุบัติเหตุ แต่สาเหตุที่ทำให้เสียชีวิตก็เพราะติดเชื้อในกระแสโลหิต ถ้าจะยกตัวอย่างคนดัง ก็เช่น... บิ๊ก ดีทูบี ซึ่งที่จริงบิ๊กประสบอุบัติเหตุรถพลิกตกคลองแล้วเกิด โรคเชื้อรากินสมอง แต่ตอนที่เสียชีวิตก็เพราะอาการติดเชื้ออย่างรุนแรงในปอด แล้วเชื้อลามเข้าสู่กระแสโลหิต หรือติดเชื้อในกระแสโลหิต

ลุงปุ๊ย-สมชาย สามิภักดิ์ ดารานักแสดงรุ่นอาวุโส เสียชีวิตลงด้วยวัย 82 ปี ก็จากอาการติดเชื้อในกระแสโลหิต, สวัสดิ์ ตันติสุข ศิลปินแห่งชาติสาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) และ ศ.เกียรติคุณ ดร.มณี พยอมยงค์ ศิลปินแห่งชาติสาขาวรรณศิลป์ ศิลปินแห่งชาติทั้ง 2 ท่าน ซึ่งเสียชีวิตไปแล้ว สาเหตุก็เพราะ “ติดเชื้อในกระแสโลหิต”

อย่างไรก็ตาม มาถึงบรรทัดนี้ก็มิใช่จะชี้ว่าวงการสาธารณสุขของไทยไม่ทันสมัย มิใช่จะชี้ว่าแพทย์ไทยเราไม่เก่ง มิใช่อย่างนั้น เพราะจริง ๆ แล้ววงการสาธารณสุข-วงการแพทย์ของไทยก็ให้ความสำคัญในการดูแลผู้ป่วยเพื่อให้ปลอดภัยจากอันตรายตรงนี้อยู่อย่างเข้มแข็ง แต่กระนั้นก็ยังมีรายที่สุดวิสัยที่แพทย์จะช่วยได้จริง ๆ อยู่เรื่อย ๆ อย่างต่อเนื่อง เพราะนี่มันเป็นเรื่องอันตรายจริง ๆ และอาจจะเกิดขึ้นได้อย่างปัจจุบันทันด่วน โดยไม่คาดคิด

ประเด็นคือ “ติดเชื้อในกระแสโลหิต” ถึง “ตาย” ได้ง่าย ๆ

“ดัดฟันแฟชั่น” ก็อาจเป็นเหตุให้ติดเชื้อในกระแสโลหิตได้

แล้วจะเสียเงิน “เอาเชื้อโรคเข้าปาก-เข้าเลือด” ทำไม ??.