 |
หนังสือพิมพ์บ้านเมือง [ วันจันทร์ ที่ 31 เดือน สิงหาคม 2552 ] |
|
| ม็อกเทลสมุนไพร ต้านภัยหวัด |
เห็นของขม พาลจะเป็นลม เลยตัวกลม เพราะของหวาน พอเบาหวานถามหา ผลคือ
ต้องทานยา
บ่อเกิดกำเนิดโรคหัวใจ ความดัน ที่เป็นกันมากในปัจจุบันมาจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ผิดแผกไปจากเดิมโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ล้วนแฝงมาจากความสะดวกสบายในการ กิน อย่างเพลิดเพลินจนเคยตัว
ครั้นจะให้ยึดมั่นในหลักการ หวานเป็นลม ขมเป็นยา ดั่งที่คนโบราณท่านพร่ำสอน ก็ใช่ว่าจะทำกันได้โดยง่าย ยิ่งกระแสไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ 2009 จ้องทำอันตรายคนภูมิต้านทานต่ำ ยังไม่มีวิธีการรักษาใดได้ผลชะงัด นอกเสียจากวิธีการป้องกัน ทางหนึ่งคือป้องกันไม่ให้เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกาย อีกทางหนึ่งคือสร้างภูมิคุ้มกันในตัวเองให้เข้มแข็ง
กระแสยอดนิยมในช่วงนี้ คือ การพึ่งพาสมุนไพรที่ออกฤทธิ์ในทางต้านหวัด ซึ่งมีอยู่มากมายหลายชนิด แต่ขึ้นทำเนียบพระเอก คือ ฟ้าทะลายโจร สมุนไพรสุดแสนขม ที่หลายคนอาจจะค้านอยู่ในใจว่า จะกินเข้าไปยังไง ขมได้ใจเสียขนาดนั้น
ฟ้าทะลายโจร เป็นยาจากสมุนไพรในบัญชียาหลักแห่งชาติของประเทศไทยมีข้อบ่งใช้ในการบรรเทาอาการของโรคหวัด (Common cold) เช่น เจ็บคอ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ น้ำมูกไหล และบรรเทาอาการท้องเสียไม่ติดเชื้อ เพราะมีกลไกออกฤทธิ์ 3 ประการสำคัญ คือ ทำให้เชื้อแบ่งตัวได้ลดลงและเข้าสู่เซลล์ได้ยากขึ้น, เพิ่มภูมิคุ้มกันของร่างกายเอาไว้สู้กับไวรัสทุกสายพันธุ์ และลดการอักเสบ ไอ จาม ปวดตามตัว และการติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำ
นายแพทย์นรา นาควัฒนานุกูล อธิบดีกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กล่าวว่า ระหว่างวันที่ 2-6 ก.ย.52 กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก จะร่วมกับองค์กรภาคีเครือข่าย จัดงานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติครั้งที่ 6 ขึ้น ณ ศูนย์การแสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี โดยในงานจะนำเสนอองค์ความรู้ นวัตกรรมของสมุนไพรในรูปแบบของผลิตภัณฑ์ และจัดแสดงวิถีการกินแบบไทย ที่มีการบริโภคสมุนไพรในรูปแบบต่างๆ ทั้งกินเป็นอาหาร ในรูปแบบของกับข้าว ผลไม้ และเครื่องดื่ม ที่ล้วนแล้วแต่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ ซึ่งช่วยทั้งป้องกันและรักษา โดยเฉพาะไข้หวัดที่กำลังระบาดอยู่ในขณะนี้ ซึ่งนอกจากฟ้าทะลายโจรที่มีฤทธิ์ต้านหวัดแล้ว พืชผักสมุนไพรชนิดอื่นๆ ที่ให้วิตามินซีสูงก็มีฤทธิ์ต้านหวัดได้เช่นกัน อาทิ ผักผลไม้รสเปรี้ยว ยอดมะกอก กระเจี๊ยบ มะขาม ตะลิงปลิง ผักติ้ว รสเผ็ดร้อน อย่างพลูคาว และ รสขม ของบอระเพ็ด เป็นต้น
สมุนไพร แต่ละชนิดที่มีความแตกต่างของรสชาติ ยังสามารถนำมาประยุกต์เป็นเครื่องดื่ม ที่เรียกว่า ม็อกเทล เครื่องดื่มที่นำสมุนไพร ที่มีคุณสมบัติ และรสชาติที่แตกต่างกันมาผสมเข้าด้วยกันแบบเดียวกับ ค็อกเทล แต่ไม่ผสม แอลกอฮอล์ แต่ช่วยเพิ่มความสดใส กระปรี้กระเปร่า ชื่นใจ ดับกระหาย คลายร้อนได้ดี ทั้งเต็มไปด้วยประโยชน์นานับประการของสมุนไพรแต่ละชนิดที่ช่วยบำรุงสุขภาพร่างกายด้วยรสชาติที่มีความหลากหลาย ไม่ว่าสมุนไพรที่มีรสขมอย่างฟ้าทะลายโจร ที่อาจจะปรุงยากแต่ก็สามารถทำได้ ถ้าสัดส่วนในการผสมพอเหมาะลงตัว
ความลงตัวของรสชาติ พรั่งพร้อมไปด้วยสรรพคุณทางยาที่มีอยู่ในสมุนไพร ม็อกเทลสมุนไพร จึงเป็นได้ทั้งยาและของหวานๆ ดื่มบำรุง ชื่นชู พลังกายและใจ ในยามกระหายคลายร้อน ได้ดีนักแล
นับเป็นความสำเร็จจากการพยายามส่งเสริมให้ พืชผัก ผลไม้ และสมุนไพรไทย กลายเป็นเครื่องดื่มที่ทันสมัย ของกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ซึ่งร่วมกับสมาคมผู้บริหารงานอาหารและเครื่องดื่มแห่งประเทศไทย โดยได้รับการสนับสนุนจาก กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ภายใต้โครงการประกวดการผสมเครื่องดื่มม็อกเทลสมุนไพรไทยมาตลอด 3 ปีที่ผ่านมา
เครื่องดื่มม็อกเทล จึงได้การตอบรับเป็นอย่างดีเพิ่มขึ้นทุกปี จากโรงแรมต่างๆ มีไว้บริการลูกค้า รวมทั้งเกิดการพัฒนาเชิงธุรกิจผลิตม็อกเทลบรรจุขวดเพื่อจำหน่ายในกลุ่มรักสุขภาพเพิ่มมากขึ้น ซึ่งถือเป็นการเพิ่มโอกาสของสมุนไพรไทยให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น และเปิดตลาดใหม่ในการบริโภคผลผลิตทางการเกษตรของไทยเท่ากับเป็นการเสริมสร้างเศรษฐกิจที่เข้มแข็งระดับรากหญ้าได้อย่างยั่งยืน ใครที่อยากลิ้มลอง และเรียนรู้สูตรเด็ดไปชมกันได้ ในงานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติที่ศูนย์การแสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี
| |
|
|
|
 |
| |