หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ [ วันอังคาร ที่ 25 เดือน สิงหาคม 2552 ]
ผ่าตัดหัวใจเฉลิมพระเกียรติ เทิดไท้องค์มหาราชินี


ความขาดแคลนทางด้านทุนทรัพย์เป็นปัจจัยหลักให้ผู้ป่วยโรคหัวใจเสียชีวิตเพิ่มขึ้น ๆ ด้วยความห่วงใยและต้องการให้คนไทยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โรงพยาบาลบางปะกอก 9 อินเตอร์เนชั่นแนล ร่วมกับ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) จัดโครงการ “ผ่าตัดโรคหัวใจเฉลิมพระเกียรติ 500 ราย ถวายองค์มหาราชินี 80 พรรษา” ถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมพรรษา 80 พรรษา ในปี 2555 ทำการผ่าตัดผู้ป่วยโรคหัวใจที่ด้อยโอกาสจำนวน 500 ราย โดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางโรคหัวใจคอยดูแลตลอดการผ่าตัด และไม่คิดค่าใช้จ่ายในการรักษา

นพ.สุรเดช วลีอิทธิกุล ผู้อำนวยการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เขต 3 กรุงเทพมหานคร กล่าวในงานแถลงข่าวเมื่อเร็ว ๆ นี้ ที่โรงพยาบาลบางปะกอก 9 อินเตอร์เนชั่นแนลว่า จากสถิติทางสาธารณสุขพบว่า คนไทยมีอัตราการเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจและหลอดเลือดสูงเป็นอันดับต้น ๆ ของประเทศ และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ และจากรายงานประจำปีของศูนย์โรคหัวใจทั้งภาครัฐและเอกชนพบสถิติการผ่าตัดหัวใจเพิ่มขึ้นโดยปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดมีหลายประการ อาทิ ความดันโลหิตสูง, เบาหวาน, ภาวะความเครียดทางจิตใจ, การสูบบุหรี่ เป็นต้น

ผอ.สำนักงานหลักประกันสุขภาพฯ กล่าวว่า ปัจจุบันสถานพยาบาลต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน พยายามพัฒนางานด้านการดูแลรักษาผู้ป่วยโรคหัวใจให้มีขีดความสามารถสูงขึ้น แต่ยังมีข้อจำกัดเรื่องการขาดแคลนแพทย์เฉพาะทางและเครื่องมือทางการแพทย์ที่ทันสมัย ทำให้ไม่สามารถให้บริการได้อย่างพอเพียง นอกจากนี้คนไทยส่วนใหญ่ขาดทุนทรัพย์ในการรักษา ทำให้อัตราการเสียชีวิตจากโรคหัวใจของ คนไทยยังคงสูงอยู่ ถือเป็นโอกาสดีที่โรงพยาบาลบางปะกอก 9 อินเตอร์เนชั่นแนลจัดโครงการนี้ขึ้น สอดคล้องกับนโยบายหลักสำนักงานหลักประกันสุขภาพฯ ซึ่งให้การสนับสนุนและส่งเสริมสุขภาพอันดีของประชาชนชาวไทยให้หายและห่างไกลจากโรคร้ายต่าง ๆ

ด้านผู้ริเริ่มโครงการ พญ.เจรียง จันทรกมล กรรมการผู้อำนวยการโรงพยาบาลในเครือบางปะกอก กล่าวว่า คนไทยป่วยด้วยโรคหัวใจจำนวนมากและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น คณะผู้บริหารและทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคหัวใจตระหนักและห่วงใยมาโดยตลอด ประกอบกับความพร้อมของทีมแพทย์และเครื่องมือที่มี จึงจัดทำโครงการผ่าตัดโรคหัวใจฯ ระยะเวลาดำเนินการ 3 ปี นับตั้งแต่เดือน ส.ค. 2552-2555 ด้วยทีมแพทย์อายุรแพทย์และศัลยแพทย์ที่เชี่ยวชาญโรคหัวใจให้การดูแลจนกว่าผู้ป่วยจะปลอดภัย และกลับไปดูแลตัวเองที่บ้านได้ สำหรับผู้ป่วยที่จะเข้าร่วมโครงการผ่าตัดโรคหัวใจฯ ต้องถือบัตรประกันสุขภาพ (บัตรทอง) มีอายุไม่เกิน 65 ปี และต้องมีหนังสือส่งตัวจากโรงพยาบาลต้นสังกัด ที่อยู่ในสังกัดของสำนักงานหลักประกันสุขภาพฯ พร้อมทั้งข้อมูลส่วนตัวของผู้ป่วย และผลการตรวจเบื้องต้น.