 |
หนังสือพิมพ์แนวหน้า [ วันศุกร์ ที่ 21 เดือน สิงหาคม 2552 ] |
|
| ยุทธการ"เหล้าปั่น" มอมเมา วัยรุ่น-สตรี โดยเฉพาะ |
เป็นที่รู้กันโดยทั่วไปในแวดวงนักธุรกิจว่า ตลาดการค้า ที่ยึด พวกวัยรุ่น เป็นจุดขายนั้น แนวโน้มของการกระจายสินค้าจะเป็นไปได้ง่ายกว่า เป้าหมายในตลาดอื่นๆ ทั้งนั้น อาจจะเป็นเพราะ กลุ่มบุคคลในวัยนี้ ยังหาเงินเองไม่ได้ ส่วนใหญ่มักจะได้เงินมาอย่างง่ายดายจาก ผู้ใหญ่ ดังนั้น หาก ธุรกิจใด สามารถจับใจให้ลูกค้าในกลุ่มนี้ "โดนใจ" แน่นอนว่า ยอดขายระเบิดเถิดเทิงจริงๆ
ด้วยเหตุนี้เอง กลยุทธในการสร้างแรงจูงใจเพื่อ เรียกร้องให้สินค้าของตัวเอง เป็นที่สนใจ จึงมักถูกสร้างขึ้นมาแบบ เข้าใจง่าย เห็นชัด ไม่ต้อง คิดอะไรให้ลึกซึ้งมากนัก ขอเพียงแค่ เห็นแล้วโดนใจ เป็นใช้ได้
หนึ่งในบรรดาสินค้าที่กำลัง "โดนใจ"บรรดาวัยรุ่น จนกลายเป็นปัญหาของสังคมคือ "เหล้าปั่น" ที่สร้างความตื่นตัวให้กับบรรดาวัยรุ่นอย่างยากที่จะมีอะไรมาขัดขวางได้ แถมนักธุรกิจชนิดนี้ยัง "ตีเหล็กร้อน"ด้วยการ ส่งเสริมด้านการขายให้แก่ผู้ที่ต้องการเข้ามาทำธุรกิจเหล้าปั่นด้วยการ ตอบสนอง เครื่องมือ อุปกรณ์ ในรูปแบบของ เฟรนไชน์ อย่างครบวงจรด้วย ยิ่งไปกันใหญ่
ถ้า "เหล้า"ไม่ใช่ สิ่งที่ทำให้คนเปลี่ยนนิสัย และ ไม่ใช่สิ่งที่เสพแล้วเลิกไม่ได้ง่ายๆ ปัญหาก็คงไม่เกิดแก่ผู้บริโภค แต่ เหล้า เป็น "ของต้องห้าม"ทั้งทางโลกและทางธรรม ที่ไม่ควรส่งเสริมให้เกิดขึ้นในหมู่ของประชากร คราวนี้ มาจับกลุ่มเป้าหมายอยู่ที่ "วัยรุ่น" "อนาคตของชาติ" ยิ่งเป็นสิ่งที่น่าวิตก เป็นอย่างยิ่ง
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เครือข่ายนักวิชาการเพื่อเฝ้าระวังปัญหาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ได้ร่วมกับแผนงานเยาวชนป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ จัดเสวนา หัวข้อ "ถอดรหัสเหล้าปั่น...อันตรายที่ต้องควบคุม" โดย ดร.นิษฐา หรุ่นเกษม นักวิชาการด้านนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร ขึ้นที่ โรงแรมรัตนโกสินทร์
ดร.นิษฐา หรุ่นเกษม ได้เปิดเผยว่า ธุรกิจ เหล้าปั่น ได้เน้นกลยุทธ์การตลาดหลัก คือ ดึงดูดให้ลูกค้าซื้อ และจูงใจให้คนหันมาขายเหล้าปั่นมากขึ้น โดยสร้างความหมายให้กับตัวเองให้เป็นที่นิยมในกลุ่มเด็ก วัยรุ่น และกลุ่มผู้หญิง ด้วยภาพลักษณ์ความน่ารัก แสนหวาน สดใส ไร้เดียงสา ทดแทนภาพลักษณ์ของเมรีขี้เมาจากการดื่มเหล้าแบบ เดิมๆ ผ่านสัญลักษณ์ 3 ตัว คือ packaging, coloring, และ drinking คือ มีน้ำสีสวย หวาน มีหลากกลิ่นหลายรส มีหลายรูปแบบการดื่มทั้งแบบแก้ว เหยือก หรือขวด ซึ่ง ขณะนี้มีธุรกิจแฟรนไชน์เหล้าปั่นเปิดขายอย่างเอิกเริก โดยใช้กลยุทธ์ educated marketing คือเป็นเจ้าของธุรกิจได้ในราคาถูก มีอุปกรณ์ให้พร้อมสรรพ พร้อมให้สูตรผสมเหล้าปั่นให้ด้วย องค์ประกอบเหล่านี้จึงเป็นช่องทางทำให้มีเหล้าปั่นขายมากขึ้น
เกี่ยวกับเรื่องนี้ ดร.นิษฐา ให้คำแนะนำว่า ข้อเสนอในการควบคุมการจำหน่ายเหล้าปั่น มี 2 แนวทางคือ 1.จำกัดการเข้าถึงของเยาวชน ซึ่งสนับสนุนการออกฎหมายของกระทรวงสาธารณสุข ในการจำกัดสถานที่ห้ามจำหน่ายรอบสถานศึกษาในรัศมี 500 เมตร รวมถึงสถานที่ห้ามจำหน่าย เช่น หอพัก 2.การจัดโซนนิ่ง ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีการควบคุมอย่างเคร่งครัด ทำให้จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ทุกที่ทุกเวลาและดัดแปลงให้เป็นการขายแบบเคลื่อนที่ ทั้งหมดนี้ ต้องเร่งจัดการเพื่อให้นักเรียน นักศึกษา เข้าถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ยากขึ้น โดยจะนำข้อเสนอนี้เข้าสู่ที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ เพื่อนำไปสู่การผลักดันการบังคับใช้กฎหมายของกระทรวงสาธารณสุขต่อไป
เพื่อให้เกิดความกระจ่าง ทางด้านผลกระทบของเหล้าปั่นที่มีผลร้ายต่อผู้บริโภค โดยเฉพาะเด็กและสตรี นพ.พิชัย แสงชาญชัย กองจิตเวชและประสาทวิทยา ร.พ.พระมงกุฎเกล้า เปิดเผยว่า แอลกอฮอล์มีฤทธิ์กดประสาท เมื่อดื่มแรกๆจะให้รู้สึกครื้นเครง เพราะสมองหลั่งสารแห่งความสุข อาทิ โดปามีน เอ็นโดรฟีน แต่หากดื่มอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ จะทำให้สมองเปลี่ยนแปลง และพร่องสารแห่งความสุข ทำให้เกิดอารมณ์ซึมเศร้าแปรปรวน เกิดโรคสมองติดยาได้ ซึ่งแอลกอฮอล์จะส่งผลต่อความสุขและความอยาก ทำให้อยากดื่มง่ายขึ้น ต้องการแอลกอฮอล์เพื่อให้เกิดความสุข โดยไม่สนวิธีอื่น และยังส่งผลต่อสมองส่วนหน้าซึ่งเป็นส่วนของการคิดตัดสินใจ จึงทำให้สมองทำงานแย่ลง ขาดความยับยั้งชั่งใจ อารมณ์อยู่เหนือเหตุผล จนทำให้แสดงพฤติกรรมต่างๆ เช่น การทำร้ายตนเอง ทำร้ายผู้อื่น ทะเลาะวิวาท ยิ่งผู้ดื่มมีอายุน้อยเท่าใด ก็ยิ่งมีโอกาสติดสุราได้มากขึ้น ผู้ที่ดื่มจึงควรอยู่ในวัยที่มีวุฒิภาวะสามารถรับผิดชอบตนเองได้ เพราะการดื่มเมื่ออายุน้อยจะทำให้เกิดโอกาส ติดสุรามากกว่าปกติ เนื่องจากการดื่มติดต่อกันยาวนานนั้น สมองจะปรับตัวและต้องการปริมาณแอลกอฮอล์มากขึ้นเพื่อให้ฤทธิ์ที่เป็นสุขเท่าเดิม เพราะเกิดการดื้อแอลกอฮอล์ เมื่อได้รับปริมาณมากขึ้น ก็เกิดอันตรายต่ออวัยวะต่างๆ และเมื่อหยุดดื่มก็จะเกิดอาการถอน(withdrawal) เพราะสมองตื่นตัวมาก เสี่ยงที่จะทำให้เกิดอาการชัก สมองสับสน อาการทางจิตแทรกซ้อน
แล้ว ทางด้านของ กฎหมายมีการเคลื่อนไหวอย่างไรบ้างในเรื่องนี้ นายเตชาติ์ มีชัย หัวหน้าฝ่ายกฎหมายมูลนิธิคุ้มครองเด็ก เปิดเผยว่า จากการทดลองเข้าไปดูบรรยากาศร้านเหล้าปั่น ต้องยอมรับว่า ทั้งตัวสินค้า และบรรยากาศร้าน ออกแบบได้โดนใจวัยรุ่นมีกลุ่มลูกค้าชัดเจนคือเด็กและเยาวชน โดยเฉพาะเด็กผู้หญิงที่มักจะถูกล่อลวงให้ทดลองดื่มได้ง่าย โดยไม่เขินอาย สุดท้ายก็ไม่สามารถคุมสติ ยืนอยู่บนความถูกต้องดีงามได้ ดังนั้นมาตรการควบคุมเหล้าปั่นและร้านเหล้ารอบสถานศึกษา ที่กระทรวงสาธารณสุขกำลังดำเนินการ จึงต้องเร่งทำให้มีผลในทางปฏิบัติโดยเร็ว และหวังว่าคงไม่มีใครอ้างผลกระทบกับการท่องเที่ยวมาขัดขวางมาตรการการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
ยังมีความร้ายกาจที่เกิดจาก ธุรกิจเหล้าปั่นอีกมากมาย ถ้าภาครัฐยังจัดการเรื่องนี้ไม่กระจ่างทั้งการป้องกัน และ การจำหน่าย เห็นทีว่า เราคงต้องจับตามองกันต่อไปว่า ผู้ใหญ่ในยุคนี้มีความเป็นห่วงอนาคตของชาติมากน้อย และ จริงใจแค่ไหน
| |
|
|
|
 |
| |