 |
หนังสือพิมพ์แนวหน้า [ วันพุธ ที่ 19 เดือน สิงหาคม 2552 ] |
|
| เหยื่อหวัดตายอีก12 ยอดสะสมพุ่ง109คน |
นายมานิต นพอมรบดี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.)ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 18 สิงหาคมถึงสถานการณ์ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ชนิดเอ เอช1เอ็น1 หรือไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009ว่า สธ.ยังคงติดตามสถานการณ์ระบาดและเฝ้าระวังเต็มที่ ไม่ประมาท เพราะตั้งแต่ปลายเดือนสิงหาคมเป็นต้นไปจะมีการระบาดต่อเนื่อง เนื่องจากเป็นช่วงปลายฝนต้นหนาว อีกทั้ง ยังเป็นช่วงระบาดของไข้หวัดตามฤดูกาลร่วมด้วย จึงต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ โดยเก็บกลุ่มตัวอย่างติดตามการระบาดระลอก 2 จะเกิดขึ้นเมื่อใด รวมถึงการดื้อยาโอเซลทามีเวียร์ควบคู่ไปด้วยกัน
ส่วนการรายงานตัวเลขผู้ป่วยและผู้เสียชีวิต กระทรวงยังใช้หลักการเดิม โดยให้นักวิชาการที่เกี่ยวข้องดูข้อมูลเรื่องนี้ คาดว่ารอบสัปดาห์นี้จะมีผู้เสียชีวิตลดลงจากสัปดาห์ที่ผ่านมา ประมาณ 12-13 ราย เนื่องจากมีการกระจายยาโอเซลทามีเวียร์ให้ประชาชนเข้าถึงได้ ทั้งนี้ ผู้เสียชีวิตเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมามีจำนวน 16 ราย ยอดสะสมรวม 97 ราย เมื่อรวมอีก 12 ราย ยอดสะสมรวม 109 ราย แม้สถานการณ์ตอนนี้เรายังไม่มีวัคซีน ทางที่ดีที่สุดคือ การป้องกัน โดยต้องรณรงค์การใช้หน้ากากอนามัยให้มากกว่านี้
นายมานิตยังกล่าวถึงความคืบหน้าการผลิตวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่2009 ว่า องค์การเภสัชกรรมรับผิดชอบเรื่องนี้ ซึ่งอาจมีปัญหาบ้าง เช่น เรื่องการใช้ไข่ไก่จากเยอรมันนี ต้องดูว่าสามารถนำไข่ไก่ของไทยมาทดลองใช้ได้หรือไม่ โดยดูประสบการณ์จากประเทศอื่น เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล เรื่องนี้คงต้องใช้เวลาทดลองอีกซักระยะ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับยอดผู้เสียชีวิตจากการติดเชื้อไข้หวัด 09 ครั้งที่กระทรวงสาธารณสุข ออกมาแถลงครั้งล่าสุดเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมามีจำนวน 97 ราย
ด้านนายวิทยา แก้วภราดัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงสถานการณ์ระบาดของไข้หวัดใหญ่ 2009ว่า แม้ขณะนี้นักวิชาการจะระบุอยู่ในช่วงชะลอตัว แต่ไม่ประมาท ยังคงมาตรการต่างๆเข้ม และเชื่อว่าที่มีการแพร่ระบาดชะลอตัวลง เนื่องจากประชาชนตระหนักและระวังตนเองมากขึ้นและได้แต่งตั้งนพ.ไพจิตร์ วราชิต รองปลัด สธ.เป็นประธานศูนย์ปฏิบัติการตอบโต้ภาวะฉุกเฉินการแพทย์และสาธารณสุข เพื่อติดตามสถานการณ์ไข้หวัด09 อย่างใกล้ชิด
วันเดียวกัน นพ.สุพรรณ ศรีธรรมมา โฆษกกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยความคืบหน้าของการให้บริการสายด่วนไข้หวัดใหญ่ 2009 ว่า กระทรวงฯ ยังคงเปิดให้บริการความรู้ความเข้าใจประชาชนทั่วประเทศเกี่ยวกับโรคดังกล่าว ทางหมายเลขโทรศัพท์ 1422 และ 0-2590-3333 ตลอด 24 ชั่วโมง ปรากฎว่าได้รับความสนใจจากประชาชนมาก เฉลี่ยวันละ 965 สาย แต่ที่น่าห่วงคือ มีประชาชนส่วนหนึ่งที่โทรเข้ามาก่อกวนการทำงานของเจ้าหน้าที่หญิงในลักษณะแทะโลม เฉลี่ยวันละ 129 สาย ส่วนใหญ่เป็นช่วงกลางคืน สำหรับคำถามที่ประชาชนโทรขอรับคำปรึกษามากสุดคือ สถานการณ์ อาการของไข้หวัดใหญ่ 2009 เรื่องวัคซีนป้องกัน และความรู้เกี่ยวกับยาต้านไวรัสโอเซลทามิเวียร์
ขณะที่คณะอนุกรรมการสนับสนุนป้องกัน ควบคุม และการแก้ปัญหาการแพร่ระบาด ของไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ 2009 สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)ร่วมกับ กระทรวงคมนาคม แถลงจัดโครงการ "รถเมล์ไทยปลอดภัย รวมพลังสู้หวัด 2009" โดย นพ.มงคล ณ สงขลา ประธานคณะอนุกรรมการฯกล่าวว่า การรณรงค์ป้องกันการแพร่ระบาดของไข้หวัด 2009 ยังต้องดำเนินการเข้มข้นต่อไป เพราะการแพร่เชื้อยังเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาในทุกที่ ที่มีคนมาอยู่ร่วมกันจำนวนมาก อีกทั้ง 2 เดือนต่อจากนี้คือ เดือนกันยายนและตุลาคม จะเป็นช่วงที่มีการระบาดของไข้หวัดสูงเป็นปกติทุกปี จึงประมาทไม่ได้ อีกทั้งในแต่ละวัน มีประชาชนใช้บริการรถเมล์ไม่ต่ำกว่า 1.6 ล้านคน เสี่ยงในการแพร่เชื้อ
สำหรับสถานการณ์ระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 นั้นยังคงมีขึ้นต่อเนื่อง โดยรายงานข่าวจากจ.ตากเปิดเผยว่า องค์กรจัดการด้านน้ำและสุขภาพ หรือ AMI (Aide Medicale International) พบผู้ลี้ภัยชาวกะเหรี่ยง สัญชาติพม่า ในพื้นที่ศูนย์พักพิงผู้ลี้ภัยชาวกะเหรี่ยง สัญชาติพม่า บ้านแม่หละ ต.แม่หละ อ.ท่าสองยาง จ.ตาก 4 คน ป่วยด้วยไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 และผู้ต้องสงสัยติดเชื้ออีก 25 คน แยกเป็นผู้ใหญ่ 4 คน เด็ก 21 คน ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้นำส่งไปรักษาต่อโรงพยาบาลแม่สอด และระดมทำความสะอาดภายในศูนย์พักพิง รวมทั้งคัดแยกผู้ป่วย เบื้องต้นนายฉลองชัย อร่ามรุ่งโรจน์ ปลัดอำเภอท่าสองยาง ปฏิบัติหน้าที่หัวหน้าศูนย์พักพิงบ้านแม่หละ ได้รายงานให้นายคมสัน เอกชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดตากทราบแล้ว
| |
|
|
|
 |
| |