หนังสือพิมพ์ข่าวสด ปีที่ 19 ฉบับที่ 6838 [ วันพุธ ที่ 19 เดือน สิงหาคม 2552 ]
สอนลูกอ่านเกม สกัด"เซียนพนัน"


ฤดูกาลของฟุตบอลในยุโรป รวมถึงพรี เมียร์ลีกเปิดฉากแล้ว แม้จะเป็นช่วงเวลาของความสนุกสนานในหมู่ผู้ชื่นชอบกีฬา แต่ในด้านลบก็คือช่วงของการพนันที่เริ่มขึ้นแล้วเช่นกัน

นายสรรพสิทธิ์ คุมพ์ประพันธ์ กรรมการสิทธิเด็กแห่งสหประชาชาติและผู้อำนวยการมูลนิธิศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็ก กล่าวว่า ผู้ใหญ่ที่เชียร์บอล พนันบอล มักปฏิบัติตัวอย่างไม่มีระเบียบวินัยในชีวิต เช่น นอนดึก ตื่นสาย โดดงาน เพื่อดูฟุตบอลปนการพนัน


การดูฟุตบอลและการเล่นพนันฟุตบอลมีอิทธิพลสูงมาก ฉะนั้นอิทธิพลขนาดนี้แน่นอนว่าไม่มีทางเลี่ยงที่จะมีผลกระทบต่อพฤติกรรมของเด็ก ซึ่งอยู่ภายใต้การครอบงำของสังคมทั้งหมดอยู่แล้ว โดยเฉพาะความคลั่งไคล้เรื่องการพนันกระจายตัวไปทั่วทุกหัวระแหง ทุกซอกซอย ทุกหมู่บ้าน

มีข้อมูลที่น่าตกใจว่า จากจำนวนเด็กประถมทั้งประเทศ 5 ล้านคน มีเด็กประถม 3 แสนกว่าคนที่ติดการพนัน ส่วนเด็กมัธยมศึกษา อาชีวศึกษา อุดมศึกษาที่ปัจจุบันมีอยู่ 7 ล้าน ติดการพนันประมาณ 1.1 ล้านคน ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นการเล่นพนันฟุตบอล

ตัวเลขเหล่านี้นับว่าเป็นตัวเลขที่น่ากลัวสำหรับสังคมไทย เพราะเป็นที่รู้กันอยู่แล้วว่า การพนันจะนำมาซึ่งปัญหาสังคมหลายด้าน ทั้งปัญหาการลักเล็กขโมยน้อย การขายตัวเพื่อให้ได้มาซึ่งเงินทองเพื่อนำไปเล่นการพนัน

ถ้าเด็กติดการพนันจะมีปัญหามาก เพราะการเล่นพนันก่อให้เกิดอาการเสพติดได้เหมือนติดยาเสพติด บางคนเคยเล่นไพ่ติดต่อกันสามวันสามคืนโดยไม่นอนแล้วก็เสียชีวิตไป เพราะไม่ได้กินข้าว ไม่ได้พักผ่อน เด็กจะอยู่ในทำนองเดียวกันว่าเขาจะเสพติดการเล่นพนันง่าย เพราะว่าความสามารถของเด็กในการควบคุมตนเองด้านต่างๆ ต่ำกว่าผู้ใหญ่มาก สมองส่วนหน้ายังไม่พัฒนา เมื่อยังไม่พัฒนาก็ไม่สามารถใช้เหตุผลและควบคุมตัวเองได้

ด้วยเหตุนี้ทำให้ผู้ใหญ่ต้องคอยกำกับดูแล เด็ก เช่นกรณีเด็กเล็กๆ จะอาละวาดเป็นปกติ เด็กโตขึ้นมาหน่อยอาจจะอาละวาดน้อยลงไปเรื่อยๆ ตามวุฒิภาวะ ถ้าเด็กไปเล่นการพนันก็จะเสพติดง่ายกว่าผู้ใหญ่ เพราะว่าเด็กไม่มีความสามารถในการควบคุมตัวเองเท่าผู้ใหญ่ และการจะเลิกละจากการพนันก็จะยากกว่าผู้ใหญ่

เด็กอาจพัฒนาตัวเองจากการเป็นนักพนันตัวยง ไปเป็นเจ้ามือ หรือประกอบธุรกิจผิดกฎ หมายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการพนัน เพราะว่าเริ่มต้นตั้งแต่อายุน้อยๆ เสมือนหนึ่งการเริ่มหยั่งรากแก้ว แต่เป็นรากแก้วในทางที่ผิด พอเขาเติบใหญ่ รากแก้วก็เจริญเติบโตตามไปด้วย ลำต้น ดอกใบก็ยิ่งใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ เป็นเรื่องที่อันตรายมาก

วิธีการสังเกตว่าเด็กเสี่ยงต่อการติดการพนันหรือไม่

1. เมื่อดูเชียร์กีฬา เด็กมักจะเข้าข้างทีมใดทีมหนึ่งเป็นพิเศษ จุดนี้เป็นพื้นฐานของการเล่นพนัน เวลาเชียร์กีฬา เด็กจะเชียร์อย่างเอาจริงเอาจัง เมื่อฝ่ายที่ตัวเองเชียร์เกิดเพลี่ยงพล้ำจะเกิดอาการซึมหงอย ถ้าเขาเริ่มมีอาการแบบนี้พ่อแม่ต้องดูแลใกล้ชิด

2. อ่านหนังสือหรือคอลัมน์กีฬาที่มีการคาดเดาหรือคาดหมายว่าทีมใดจะชนะในเกมกีฬานั้นๆ แล้วกระตือรือร้นที่จะถือหางตาม โดยเฉพาะท้าทายต่อรองกับเพื่อนๆ ว่าใครมีโอกาสชนะ

สำหรับหนทางที่จะป้องกันให้ลูกห่างไกลจากการพนัน

1.บุคคลแวดล้อมเด็กต้องไม่เล่นการพนัน โดยเฉพาะพ่อแม่ไม่ควรเล่นการพนัน เพราะการสอนลูกต้องสอนด้วยวิถีชีวิตและการปฏิบัติ ถ้าพ่อแม่ไม่เคยใช้วิธีการพนันในวิถีชีวิตประจำวันเลย เช่น คำว่ามาพนันกันไหมล่ะ ลูกก็จะไม่มีภาพตรงนี้อยู่ในหัวและไม่รู้สึกว่าการพนันจะสนุกอย่างไร

ถ้าพ่อแม่หรือคนแวดล้อมมีนิสัยชอบพนัน แม้จะสอนเขาว่าการพนันเป็นอบายมุข ชวนเขาไปเข้าวัดวันอาทิตย์ เด็กก็เล่นการพนันอยู่ดี

ถ้าผู้ปกครองเป็นคนที่ขาดความยับยั้งชั่งใจ ไม่มีทักษะจัดการปัญหา มีแนวโน้มใช้ความรุนแรง ลูกก็จะเป็นแบบนั้น พ่อแม่ชอบเล่นการพนัน ลูกก็ต้องเล่น ดีไม่ดีอาจจะพัฒนาตัวเองเหนือกว่าพ่อแม่ด้วยซ้ำ คือกลายไปเป็นเจ้ามือ และจะพัฒนามากขึ้นเรื่อยๆ

2.สิ่งที่เป็นเกมการพนันทั้งหลาย ต้องหันเหความสนใจลูกให้มาสนุกในตัวเกม อย่าไปสนุกกับการพนัน ถ้าลูกสนใจดูฟุตบอลควรพูดคุยกับลูกในลักษณะให้ความรู้ หรือทำความเข้าใจกับเทคนิคการเล่นบอล เพราะการดูเทคนิคของนักฟุตบอลที่เก่งๆ เป็นอรรถรสอย่างหนึ่งเหมือนกัน

การดูฟุตบอลไม่จำเป็นต้องไปเชียร์ หรือเล่นพนัน หรือถ้าดูมวย แล้วดูนักมวยที่มีลีลาการชกสวยงาม เราก็จะรู้สึกว่าเป็นกีฬาที่สนุกสนานเร้าใจ แต่ถ้าดูนักมวยที่เก่งในแง่การใช้กำลังอย่างเดียวเพื่อความถึงอกถึงใจหรือสะใจ นักมวยกลุ่มนี้จะตอบสนองความต้องการของนักพนัน ไม่ได้ตอบสนองความสนุกสนานในเกมกีฬา

การชวนลูกดูฟุตบอลหรือสนใจฟุตบอล ควรแนะนำให้ลูกสนใจในเชิงศิลปะการเล่นฟุตบอล เรื่องของเกม คือโค้ชของแต่ละทีมจะมีการวางแผนการเล่น การเตะ วางตัวคนนั้นคนนี้อยู่ตรงจุดนั้นจุดนี้ แล้วแต่ละคนมีความสามารถพิเศษตรงไหน แผนรุกและรับเป็นอย่างไร เวลาแข่งกันจริงๆ แทนที่จะไปเชียร์ว่าใครได้กี่ลูก ก็ไปดูเกมรุกเกมรับของแต่ละฝ่าย อธิบายให้เขาเข้าใจว่าการเตะฟุตบอล การวางตัววางเกมนั้นเป็นอย่างไร ทั้งหมดมี 11 ตัว มี 1 ตัวเป็นผู้รักษาประตู อีก 10 ตัวก็จะวางได้หลายแบบ เช่น 4 2 4 หรือ 3 2 5 แล้วแต่โค้ชแต่ละคนจะวางแผนรับรุกอย่างไร ดูการเล่นเกม แท็กติกหรือกลยุทธ์ต่างๆ ที่เขาใช้ เรียนรู้จิตใจการสู้ที่ไม่ท้อของผู้เล่นบางทีมที่แม้จะเป็นฝ่ายตามแต่ก็สู้จนนาทีสุดท้ายกระทั่งพลิกล็อกชนะไปในที่สุด

หรือการเล่นไพ่ให้สนุก อาจจะไม่ต้องพนันก็ได้ เช่น เล่นไพ่รัมมี่ก็มีการจดคะแนน ใครได้คะแนนสูงสุดก่อนคนนั้นชนะ ไม่จำเป็นต้องสนุกด้วยการวางเงินเข้าไป เกมหลายอย่างไม่จำเป็นต้องมีเงินมาเกี่ยวข้องก็สนุกได้

3.ชวนลูกให้ทำกิจกรรมที่มีประโยชน์ เช่น เล่นกีฬา ดนตรี เนื่องจากเด็กที่ติดการพนันส่วนใหญ่คือเด็กที่ไม่มีกิจกรรมอื่นๆ ในชีวิต หรืออย่างเด็กที่เล่นเกมก็ถือว่าใกล้เคียงกับการพนันเหมือนกัน เพราะปัจจุบันมีเกมออนไลน์บางเกมที่มีลักษณะของการพนันอยู่ ถ้าคุณชนะคุณก็ได้คะแนนคิดเป็นเงินจำนวนกี่บาท การติดการพนันกับติดเกมจะมีอาการเดียวกัน

การดูแลลูกไม่ให้เล่นพนัน ไม่ใช่ไปห้ามขาด แต่ควรชักนำให้เด็กไปทำกิจกรรมอื่นทดแทนเพื่อให้เด็กใช้เวลาไปทำกิจกรรมเหล่านี้ พ่อแม่ควรจะร่วมทำกิจกรรมกับลูกด้วย เช่น ไปเที่ยว ถ้าพ่อแม่ไม่ไปเด็กก็จะเหงา และไปหากิจกรรมที่ทำได้ง่าย เช่น เล่นเกม วิธีการชวนลูกทำกิจกรรมและทำกิจกรรมร่วมกับลูกจะเป็นการหันเหความสนใจเด็กให้รู้ว่ามีกิจกรรมอื่นที่สนุกกว่าการเล่นพนัน จะดีกว่าการห้ามขาดซึ่งจะยิ่งทำให้เด็กอยากเล่นมากขึ้น