 |
หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน ปีที่ 32 ฉบับที่ 11479 [ วันศุกร์ ที่ 14 เดือน สิงหาคม 2552 ] |
|
| กลุ่มเยาวชนร้องกทม."เหล้าปั่น" อาละวาดหนัก "โจ๋"แห่ดื่มค่านิยมใหม่ "สุขุมพันธุ์"รับลูก ขออำนาจจับ
|
เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม กลุ่มเครือข่ายเยาวชนสร้างสรรค์รู้ทันแอลกอฮอล์ เครือข่ายนักศึกษาสื่อสารมวลชนรามคำแหง สมาพันธ์นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏ 40 สถาบัน มูลนิธิเยาวชนเพื่อการพัฒนา และเครือข่ายองค์กรงดเหล้า จำนวนกว่า 70 คน เข้าพบ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในฐานะประธานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กทม. เพื่อเสนอปัญหาการขยายตัวของร้านเหล้าปั่น และร้านเหล้ารอบสถานศึกษาในพื้นที่กรุงเทพมหานคร
ทั้งนี้ นายคำรณ ชูเดชา ผู้อำนวยการมูลนิธิเพื่อนเยาวชนเพื่อการพัฒนา ในฐานะเลขาธิการเครือข่ายรณรงค์ป้องกันภัยแอลกอฮอล์ กล่าวว่า เครือข่ายฯ สำรวจพบว่า บริเวณรอบมหาวิทยาลัย 15 แห่ง ในกรุงเทพฯ มีร้านจำหน่ายสุราและเหล้าปั่น จำนวน 84 ร้าน ถือเป็นสัดส่วนที่สูงมาก จึงเรียกร้องให้ผู้ว่าฯ กทม.ผลักดันและสนับสนุนให้ คณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และคณะกรรมการนโยบายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แห่งชาติ เร่งออกมาตรการแก้ไขปัญหา โดยเสนอให้สำนักนายกรัฐมนตรี
1. ออกประกาศห้ามจำหน่ายเหล้าปั่นเป็นการทั่วไป ให้จำหน่ายได้เฉพาะสถานที่ ที่มีกฎหมายห้ามเด็กต่ำกว่า 20 ปี เข้าใช้บริการ
2. ออกประกาศกำหนดขอบเขต รัศมีของร้านที่จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์รอบสถานศึกษา โดยเสนอให้รัศมี รอบสถานศึกษา 500 เมตร ไม่ควรมีร้านจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวว่า เห็นด้วยกับการห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แก่เด็กและเยาวชนที่อายุต่ำกว่า 20 ปี และเห็นด้วยกับการเอาผิดร้านที่จำหน่ายสุราโดยไม่ได้รับอนุญาต แต่ไม่เห็นด้วยกับการกำหนดขอบเขต หรือการจัดโซนนิ่ง เพราะอาจส่งผลต่อธุรกิจการค้า โดยเฉพาะในพื้นที่เขตเมือง ที่ปฎิบัติจริงได้ยาก
การจัดโซนนิ่งเป็นการผลักภาระ และฝากความหวังที่เลื่อนลอยสำหรับเขตเมือง ยกตัวอย่าง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หรือ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หากมีคำสั่งจัดโซนนิ่ง ก็จะวุ่นวายกันไปหมด ทั้งๆ ที่ปัญหาเรื่องการขายเหล้าให้เด็กและเยาวชนที่อายุไม่ถึง 20 ปีนั้น มีต้นเหตุมาจากผู้ที่มีหน้าที่ดูแลรับผิดชอบไม่ทำหน้าที่ของตัวเองตามที่กฎหมายอย่างเคร่งครัด ขณะที่ กทม.ทำอะไรได้ไม่มาก นอกจากเสนอแนะแนวทาง รณรงค์ ติดตาม และประเมินผลการทำงาน แต่ไม่มีอำนาจดำเนินการจับ ปรับ หรือปิดสถานบริการหรือร้านเหล้า เหมือนเสือกระดาษตัวหนึ่งเท่านั้น ดังนั้น ในเร็วๆนี้ กทม.จะเสนอรัฐบาลขอให้ กทม.มีอำนาจเต็มในการดำเนินการจับ ปรับ และสั่งปิดสถานบริการ หรือร้านเหล้าที่ฝ่าฝืนกฎหมาย
วันเดียวกัน ที่โรงแรมรัตนโกสินทร์ เครือข่ายนักวิชาการเพื่อเฝ้าระวังปัญหาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ร่วมกับแผนงานเยาวชนป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ จัดเสวนาหัวข้อ ถอดรหัสเหล้าปั่น...อันตรายที่ต้องควบคุม
นางนิษฐา หรุ่นเกษม นักวิชาการด้านนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร กล่าวว่า เหล้าปั่นเน้นกลยุทธ์การตลาดดึงดูดให้ลูกค้าซื้อ และจูงใจให้คนหันมาขายเหล้าปั่นมากขึ้น โดยสร้างความหมายให้กับตัวเองให้เป็นที่นิยมในกลุ่มเด็ก วัยรุ่น และกลุ่มผู้หญิง ด้วยภาพลักษณ์ความน่ารัก แสนหวาน สดใส ไร้เดียงสา ทดแทนภาพลักษณ์ของเมรีขี้เมา จากการดื่มเหล้าแบบเดิมๆ ผ่านสัญลักษณ์ 3 ตัว คือ packaging, coloring, และ drinking คือ มีน้ำสีสวย หวาน มีหลากกลิ่นหลายรส มีหลายรูปแบบการดื่มทั้งแบบแก้ว เหยือก หรือขวด
"ขณะนี้มีธุรกิจแฟรนไชน์เหล้าปั่นเปิดขายอย่างเอิกเกริก โดยใช้กลยุทธ์ educated marketing คือเป็นเจ้าของธุรกิจได้ในราคาถูก มีอุปกรณ์ให้พร้อมสรรพ พร้อมให้สูตรผสมเหล้าปั่นให้ด้วย องค์ประกอบเหล่านี้จึงเป็นช่องทางทำให้มีเหล้าปั่นขายมากขึ้น ดังนั้น ข้อเสนอในการควบคุมการจำหน่ายเหล้าปั่นมี 2 แนวทางคือ
1. จำกัดการเข้าถึงของเยาวชน โดยออกกฎหมายจำกัดสถานที่ห้ามจำหน่ายรอบสถานศึกษาในรัศมี 500 เมตร และ หอพัก
2. จัดโซนนิ่ง ขณะนี้ยังไม่มีการควบคุมอย่างเคร่งครัด ทำให้จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ทุกที่ ทุกเวลา และดัดแปลงให้เป็นการขายแบบเคลื่อนที่
ทั้งหมดนี้ ต้องเร่งจัดการเพื่อให้นักเรียน นักศึกษา เข้าถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ยากขึ้น โดยจะนำข้อเสนอนี้เข้าสู่ที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ เพื่อนำไปสู่การผลักดันการบังคับใช้กฎหมายของ สธ.ต่อไป
นายเตชาติ์ชัย หัวหน้าฝ่ายกฎหมายมูลนิธิคุ้มครองเด็ก กล่าวว่า จากการทดลองเข้าไปดูบรรยากาศร้านเหล้าปั่น ต้องยอมรับว่าทั้งตัวสินค้า และบรรยากาศร้าน ออกแบบได้โดนใจวัยรุ่นมีกลุ่มลูกค้าเด็กและเยาวชน โดยเฉพาะเด็กผู้หญิงที่มักจะถูกล่อลวงให้ทดลองดื่มได้ง่าย โดยไม่เขินอาย
มูลนิธิฯ พบว่า กว่าร้อยละ 70ของกรณีที่มีปัญหาการคุกคามทางเพศ กระทำรุนแรงต่อเด็ก ผู้ก่อเหตุมักจะดื่มสุรามาก่อนลงมือ ที่น่ากังวลคือกรณีที่เยาวชนกระทำกับเยาวชนมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นกว่า 3 เท่าตัว สอดคล้องกับการขยายตัวของจำนวนเหล้าปั่นและร้านเหล้ารอบสถานศึกษาที่เพิ่มมากขึ้น นายเตชาติ์ชัยกล่าว
น.ส.ปทิตตา จีรจิตต์ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนศึกษานารีวิทยา กล่าวว่า ผลการสำรวจพบว่า ในรัศมี 200 เมตร มีร้านเหล้าปั่นเฉลี่ย 5-6 ร้านต่อ 1 มหาวิทยาลัย และในหลายพื้นที่พบว่า มีร้านเหล้าปั่นเพิ่มขึ้นมากกว่า 3 เท่า เช่น ที่เขตเทศบาลนครเชียงใหม่
| |
|
|
|
 |
| |