 |
สำนักข่าวไทย [ วันพฤหัสบดี ที่ 13 เดือน สิงหาคม 2552 ] |
|
| วิทยา เตรียมเสนอเรื่องการผลิตวัคซีนเป็นวาระแห่งชาติ |
สธ.13 ส.ค.- รมว.สาธารณสุข เตรียมเสนอให้การผลิตวัคซีนเป็นวาระแห่งชาติ นำงบฯ ร้อยละ 1 ของจีดีพี มาใช้ ป้องกันหากการซื้อวัคซีนทำได้ยากในอนาคต เมื่อเกิดโรคอุบัติใหม่หรืออุบัติซ้ำ ส่วนการผลิตวัคซีนชนิดเชื้อเป็นไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ สำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 2 ปีและหญิงตั้งครรภ์ อาจต้องสั่งซื้อจากต่างประเทศมาฉีดให้แทนวัคซีนชนิดเชื้อเป็น
นายวิทยา แก้วภราดัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงการประชุมคณะ กรรมการวัคซีนแห่งชาติ ครั้งที่ 1 ประจำปี 2552 ว่า จากสถานการณ์ทั่วโลกที่มีการระบาดของโรคอุบัติใหม่ อุบัติซ้ำ ทำให้การพัฒนาเรื่องวัคซีนเป็นสิ่งสำคัญ ในอดีตไทย อินโดนีเซีย มาเลเซียและอินเดียมีความร่วมมือระหว่างกัน แต่ปัจจุบันทั้ง 2 ประเทศ มีโรงงานผลิตวัคซีนและผลิตใช้เองในประเทศ พร้อมจำหน่ายให้กับต่างชาติด้วย ส่วนไทยทำได้แค่สั่งซื้อ ซึ่งในอนาคตจะต้องเตรียมความพร้อมเรื่องการผลิตวัคซีน เพราะถือเป็นความมั่นคงของประเทศในระยะยาว หากมีการระบาดของโรคต่าง ๆ เกิดขึ้น เพราะเชื่อแน่ว่าการสั่งซื้อวัคซีนหรือยาจะทำได้ยากจึงเตรียมกำหนดเรื่องของวัคซีนให้เป็นวาระแห่งชาติ โดยจะต้องมีการนำงบประมาณ ร้อยละ 1 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) มาใช้ในการศึกษาและพัฒนา ให้การผลิตและวิจัยวัคซีนก้าวหน้า
ส่วนความคืบหน้าการผลิตวัคซีนชนิดเชื้อเป็น ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ที่มีนักวิชาการกังวลถึงข้อจำกัด ไม่สามารถให้วัคซีนกับเด็กอายุต่ำกว่า 2 ปี และผู้มีอายุมากกว่า 49 ปีขึ้นไป รวมถึงหญิงตั้งครรภ์นั้น นายวิทยา กล่าวว่า เรื่องนี้จะต้องพิจารณาหาทางออกเพื่อช่วยกลุ่มเสี่ยงดังกล่าว โดยอาจมีการสั่งซื้อวัคซีนจากต่างประเทศมาฉีดให้แทนเพราะวัคซีนชนิดเชื้อเป็น การฉีดพ่นเข้าทางโพรงจมูก มีข้อจำกัด แต่มาตรฐานความปลอดภัยได้รับการรับรองจากองค์การอนามัยโลก ทั้งเทคโนโลยีและองค์ความรู้ต่าง ๆ แต่อาจพัฒนาวัคซีนโดยให้กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีคิดค้นวัคซีนชนิดเชื้อตายขึ้น เพื่อใช้ฉีดให้กับกลุ่มเสี่ยงก็ได้ในอนาคต.-สำนักข่าวไทย
| |
|
|
|
 |
| |