หนังสือพิมพ์บ้านเมือง [ วันพฤหัสบดี ที่ 13 เดือน สิงหาคม 2552 ]
สปส.เล็งขยายสิทธิ์สู่คู่สมรสและบุตร


น.พ.วินัย สวัสดิวร เลขาธิการ สปสช. กล่าวว่า ที่ประชุมได้มีการพิจารณาเรื่องการใช้งบประมาณกว่า 450 ล้านบาท ตามมาตรา 69 พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2545 ซึ่งเป็นงบที่เหลือจากการดำเนินงานในส่วนของกลุ่มงานประกันสุขภาพ ซึ่งเป็นเงินที่ได้จากการขายบัตรประกันสุขภาพ 500 บาทเดิม(บัตรสงเคราะห์สวัสดิการรักษาพยาบาลผู้มีรายได้น้อย) ซึ่งตรงนี้เดิมมีการคิดกันว่า จะจัดเตรียมเป็นกองทุนสำหรับกรณีฉุกเฉินประมาณกว่า 100 ล้านบาท และสนับสนุนสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสำหรับการติดตามนิเทศงาน และประเมินผลเรื่องการทำแอลซียา การสร้างเสริมสุขภาพป้องกันโรค ว่าเป็นอย่างไรบ้าง ซึ่งที่ประชุมคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพก็มีการอภิปราย โดยประเด็นสำคัญคือ ไม่แน่ใจว่าในทางกฎหมายจะสามารถใช้เงินจำนวนนี้ได้อย่างไร ซึ่งมีคณะกรรมการเสนอมาว่า ต้องส่งคืนกระทรวงการคลัง ดังนั้นในที่ประชุมคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติได้มอบหมายให้สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.) ไปศึกษาข้อกฎหมายให้ชัดเจนสำหรับการใช้งบประมาณส่วนนี้ และเสนอเข้าที่ประชุมคณะกรรมการฯใหม่ในครั้งต่อไป

น.พ.วินัยกล่าวถึงกรณีเรื่องที่ ครม.มีมติให้ขยายสิทธิ์ประกันสังคมไปยังบุตรและคู่สมรสนั้น ในที่ประชุมคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติได้มีการหารือถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในอนาคตจะเป็นอย่างไรต่อระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ซึ่งในที่ประชุมได้มอบหมายให้ สปสช.ไปจัดประชุมเพื่อหาข้อมูลและจุดยืนของ สปสช.ว่าจะดำเนินการอย่างไร ทั้งนี้ให้มีการเชิญนักวิชาการมาอภิปรายถึงข้อดีข้อเสีย คาดว่าอาจจะดำเนินการได้ในสัปดาห์หน้าหรือช้าสุดภายในเดือนนี้น่าจะได้ข้อสรุปเบื้องต้น เนื่องจากขณะนี้มีหลายมุมมอง เช่น การมีหน่วยบริการที่ดูแลทั้งครอบครัวแบบเบ็ดเสร็จก็อาจจะเป็นเรื่องที่ดีก็ได้ และคณะกรรมการให้ข้อเสนอว่า หากบุตรผู้ประกันตนอยู่ต่างจังหวัดแล้วจะไปใช้บริการหน่วยบริการอย่างไร เพราะหน่วยบริการในสังกัดประกันสังคมส่วนใหญ่จะอยู่ในเมือง ดังนั้นจึงต้องมีการศึกษา ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขก็ให้ สปสช.ศึกษาและหารือให้ได้ข้อสรุป เข้าสู่คณะกรรมการฯ เพื่อเสนอรัฐบาล