สำนักข่าวไทย [ วันอังคาร ที่ 11 เดือน สิงหาคม 2552 ]
นพ.ประเสริฐ แนะอย่าวิตก ยังไม่พบการดื้อยาโอเซลทามิเวียร์ไข้หวัดใหญ่ 2009


สธ. 10 ส.ค.- “นพ.ประเสริฐ” ยืนยันไทยยังไม่พบการดื้อยาโอเซลทามิเวียร์ในการรักษา ชี้แจงพบเชื้อดื้อยาในห้องแล็บ รพ.รามาฯ เป็นเพียงการทดสอบเปรียบเทียบกับกรดอมิโน แต่ยังไม่นำมาเปรียบเทียบกับตัวยาโอเซลทามิเวียร์ ย้ำหากพบเชื้อดื้อยาจริง ต้องเป็นผลจากแล็บกรมวิทย์ฯ แนะประชาชนอย่าตื่นตระหนก

นพ.ประเสริฐ ทองเจริญ ประธานคณะอนุกรรมการที่ปรึกษาด้านวิชาการยุทธศาสตร์ด้านการแพทย์และสาธารณสุข กล่าวภายหลังการประชุมหารือกับผู้เชี่ยวชาญกรณีเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 มีการดื้อยา ว่า จากการหารือกับนักวิชาการและคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี พบว่าการดื้อยาที่พบในห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ของโรงพยาบาลรามาฯ นั้น ยังไม่มีการตรวจสอบยืนยันการดื้อยาอย่างเป็นทางการกับตัวยาโอเซลทามิเวียร์ แต่เป็นการตรวจวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการที่พบกรดอมิโน มีการเปลี่ยนแปลงหรือดื้อยา ในตำแหน่งที่ 274 และไม่สามารถนำเชื้อดื้อยาดังกล่าว มาตรวจวิเคราะห์ได้อีกเพิ่มเติม เนื่องจากเชื้อได้หมดลงแล้ว ซึ่งการตรวจยืนยันที่ถูกต้องจะต้องมีการตรวจเทียบเคียงกับยา จึงจะสามารถระบุได้ชัดเจนว่ามีการดื้อยาโอเซลทามิเวียร์ ซึ่งจากการตรวจในเบื้องต้น ระบุได้เพียงว่า เป็นการดื้อยาตามธรรมชาติ

นพ.ประเสริฐ กล่าวต่อว่า ผู้ป่วยรายดังกล่าวพบเป็นชาวกรุงเทพฯ มีประวัติเดินทางประชุมที่จังหวัดภูเก็ตป่วยและหายเอง โดยไม่ได้รับยาต้านไวรัสโอเซลทามิเวียร์จึงถือว่าเป็นเชื้อดื้อยาตามธรรมชาติ และต่อไปในการตรวจหากพบกรณีเช่นนี้ จะต้องนำตัวอย่างเชื้อส่งกระทรวงสาธารณสุขให้กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์เป็นผู้ตรวจยืนยันอีกครั้ง เพื่อความมั่นใจ และที่ผ่านมาการตรวจเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ของกระทรวงสาธารณสุขในห้องปฏิบัติการของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์เฉลี่ยเดือนละ 40 ครั้ง ยังไม่พบการดื้อยาต้านไวรัสโอเซลทามิเวียร์ในผู้ป่วยที่มีการใช้ยา แม้แต่รายเดียว ซึ่งในห้องปฏิบัติการของโรงพยาบาลศิริราชและจุฬาฯ ก็เช่นเดียวกันยังไม่พบการดื้อยา

นพ.ประเสริฐ กล่าวอีกว่า สำหรับการดื้อยาตามธรรมชาติ พบในกลุ่มประเทศสแกนดิเนเวีย ซึ่งไม่มีการใช้ยาโอเซลทามิเวียร์ ทั้งนี้ไม่อยากให้ประชาชนตื่นตระหนก ถึงเรื่องการดื้อยา เพราะการเกิดเชื้อดื้อยาสามารถเกิดขึ้นได้ตามปกติ หากมีการใช้ยาเป็นจำนวนมาก โดยคาดการณ์ว่าการระบาดของไทยจะมียาวนานไปถึง 18 เดือนและเชื่อว่าหลังจากนั้นโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิดเอ เอช 1 เอ็น 1 ก็จะกลายเป็นโรคไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล ส่วนการสำรองยาซานามิเวียร์ ซึ่งเป็นยาต้านไวรัสอีกชนิดหนึ่งนั้น ทางกลุ่มนักวิชาการให้คำแนะนำว่า ควรมีการสำรองไว้ส่วนหนึ่ง เพื่อเป็นการเตรียมพร้อมในอนาคต หากมีการดื้อยาจริง เพราะเมื่อถึงเวลานั้น จะซื้อหายาคงไม่ทันการณ์ โดยทราบว่าขณะนี้องค์การเภสัชกรรมมีการสำรองยาประมาณ 20,000 ชุด หากเพิ่มขีดความสามารถก็สามารถสำรองยาได้อีก 50,000 ชุด แต่ไม่สามารถระบุได้ว่า จำนวนเท่าใดถึงจะเพียงพอ ขึ้นอยู่กับอำนาจการตัดสินใจของรัฐบาล ส่วนข้อมูลการดื้อยาในไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ที่เกิดจากการใช้ยานั้น พบที่เดนมาร์ก ฮ่องกง แคนาดา และญี่ปุ่น ซึ่งมี 6 รายแล้ว.-สำนักข่าวไทย