 |
หนังสือพิมพ์ คม ชัด ลึก [ วันอังคาร ที่ 11 เดือน สิงหาคม 2552 ] |
|
| วิจัยชี้จราจรต่ำ 40 ปี ได้ยินผิดปกติ60%แนะเปลี่ยนหมวกจราจรมีที่ครอบหู |
วิจัยชี้ 90 เดซิเบลเอ เป็นอันตรายต่อหูชั้นในส่งผลให้ตำรวจจราจรได้ยินผิดปกติ กว่า 60% แนะตำรวจจราจรปรับใช้หมวกมีที่ครอบหู สร้างเสริมพฤติกรรมการป้องกันการสูญเสียการได้ยินให้แก่ตำรวจจราจรอย่างต่อเนื่อง
น.ส.อุมารัตน์ ศิริจรูญวงศ์ อาจารย์ประจำคณะสาธารณสุขศาสตร์และสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ กล่าวว่า จากการทำศึกษาวิจัยเรื่อง สภาพปัญหาการได้ยิน ความดังเสียงเฉลี่ยบนถนน ความรู้และพฤติกรรมเกี่ยวกับการป้องกันการสูญเสียการได้ยินของตำรวจจราจรในเขตเทศบาลเมือง จ.สุรินทร์ โดยกลุ่มตัวอย่างเป็นเพศชายทั้งหมดจำนวน 31 คน ส่วนใหญ่มีสถานภาพสมรส การศึกษามัธยมศึกษาตอนปลายเป็นดาบตำรวจ ทำงานน้อยกว่า 6 ปี สูบบุหรี่ ระยะเวลาที่สัมผัสเสียงเฉลี่ย 8.7 และ 3.5 ชั่วโมงต่อวัน และการตรวจวัดเสียงบนถนนพบว่าระดับเสียงดังสูงสุด 95.9-121.5 เดซิเบลเอ ระดับความดังเสี่ยงเฉลี่ยบนถนน 67.13-73.77 เดซิเบลเอ ทั้งที่ค่ามาตรฐานตามเกณฑ์ของกระทรวงแรงงานอยู่ที่ไม่เกิน 90 เดซิเบลเอ หากต้องทำงานเป็นเวลา 8 ชั่วโมงต่อวัน
ทั้งนี้ผลตรวจการได้ยินในช่วงความถี่ 500-6,000 เฮิรตซ์ซึ่งเป็นความถี่ในระดับเสียงการสนทนาและเสียงสูง พบว่า 35.5% มีการได้ยินปกติ 64.5% การได้ยินผิดปกติ ซึ่งมีอายุน้อยกว่า 40 ปี โดยแบ่งเป็น หูซ้ายผิดปกติ 25.8% หูขวาผิดปกติ 6.5% และหูทั้งสองข้างผิดปกติ 32.2% ในส่วนของความรู้และพฤติกรรมเกี่ยวกับการป้องกันการสูญเสียการได้ยิน พบว่า 74.19 % ความรู้อยู่ในระดับปานกลาง ขณะที่ 58.06 % มีพฤติกรรมที่ควรปรับปรุง
ระดับความดังของเสียงที่เกิน 90 เดซิเบลเอ ถือเป็นระดับเสียงที่ดังมากต่อการได้ยินของหูคน อาจเป็นอันตรายต่อหูชั้นในได้ และจากการศึกษาวิจัยในครั้งนี้ทำให้ทราบว่า บางคนสูญเสียการได้ยินในระดับเสียงสูงไปแล้ว แต่ยังสามารถได้ยินในระดับเสียงสนทนาปกติ จึงสื่อสารในชีวิตประจำวันได้ตามปกติ หากปล่อยไว้ก็มีโอกาสสูญเสียการได้ยินในระดับเสียงสนทนา ในขณะที่บางคนมีการได้ยินผิดปกติทั้งในระดับความถี่เสียงสูงและสนทนา จึงมีปัญหาในการสื่อสารในชีวิตประจำวัน อนาคตอาจทำให้สูยเสียการได้ยิน น.ส.อุมารัตน์กล่าว
น.ส.อุมารัตน์ กล่าวด้วยว่า ส่วนหนึ่งที่ทำให้ตำรวจจราจรมีการได้ยินผิดปกติ เนื่องจากไม่สามารถใช้อุปกรณ์ป้องกันเสียงในขณะปฏิบัติงานได้ เนื่องจากรูปร่างของหมวกจราจรและต้องมีการติดต่อสื่อสารทางวิทยุเป็นระยะ นอกจากนี้ยังมีนิสัยชอบใช้ไม้ ของมีคมแคะหูแรงๆ จึงควรมีการเลือกใช้หมวกจราจรที่มีที่ครอบหู และมีการรณรงค์สร้างเสริมพฤติกรรมการป้องกันการสูญเสียการได้ยินให้แก่ตำรวจจราจรอย่างต่อเนื่อง
| |
|
|
|
 |
| |