 |
หนังสือพิมพ์ คม ชัด ลึก [ วันอังคาร ที่ 11 เดือน สิงหาคม 2552 ] |
|
| โพลระบุแม่ยุคใหม่อดทนอดกลั้นต่อการเลี้ยงลูกน้อยลง |
มติมส.11ส.ค.วัดทั่วไทยเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระราชินี สพช.เปิดตัวโครงการ 108 วัน มหัศจรรย์พอเพียงจากวันแม่ สู่วันพ่อ จังหวัดตรัง-เหล่ากาชาด ร่วมจัดเลี้ยงอาหารมื้อกลางวันพระราชทาน แก่ผู้ต้องขังหญิงในเรือนจำจำนวน 94 คน เนื่องในโอกาสวันแม่แห่งชาติ สธ.อัญเชิญตราสัญลักษณ์รูปหยดน้ำ สก และพระราชดำรัสสมเด็จพระบรมราชินีนาถ ประดิษฐานสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ 80 แห่งทั่วประเทศ โพลระบุแม่ยุคใหม่อดทนอดกลั้นต่อการเลี้ยงลูกน้อยลง
เมื่อวันที่ 10 ส.ค. 2552 ที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.) อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม ดร.อำนาจ บัวศิริ ผอ.สำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม(มส.) กล่าวภายหลังการประชุมมส.ว่า มส.ได้มีมติให้ทุกวัดทั่วประเทศ ประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์ ถวายเป็นพระราชกุศล แด่สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ เนื่องในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2552 ในเวลา 16.00 น. วันที่ 11 ส.ค. ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม โดยมีสมเด็จพระพุฒาจารย์ ประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เป็นประธาน พร้อมด้วยกรรมการมส.ทุกรูป เจ้าคณะกรุงเทพมหานคร(กทม.) พระสังฆาธิการกทม.ทุกวัด ส่วนการสวดเจริญพระพุทธมนต์ในส่วนภูมิภาค ให้แต่ละวัดจัดพิธีพร้อมกันตามวัน เวลาเดียวกับทางส่วนกลาง อย่างไรก็ตาม พศ.ขอเชิญชวนประชาชนไทยทุกคนร่วมเจริญพระพุทธมนต์ โดยพร้อมเพรียงกัน เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระองค์ท่าน
สพช.เปิดตัวโครงการ108วันมหัศจรรย์พอเพียงจากวันแม่สู่วันพ่อ
เมื่อเวลา 13.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุมิท แช่มประสิทธิ์ ผอ.สำนักงานโครงการเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อยกระดับชุมชน (สพช.) หรือ โครงการชุมชนพอเพียง แถลงข่าวเปิดโครงการ 108 วัน มหัศจรรย์พอเพียงจากวันแม่สู่วันพ่อ เพื่อนำเสนอความมหัศจรรย์ที่แต่ละชุมชนดำเนินงานภายใต้แนวทางเศรษฐกิจพอเพียง รวมทั้งแลกเปลี่ยนภูมิปัญญา ความรู้ และกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปประยุกต์ใช้ในองค์กร หน่วยงาน ภาคธุรกิจเอกชน โดยนำเสนอ 9 สิ่งมหัศจรรย์เพื่อฟื้นฟูลุ่มน้ำ จากภูผา สู่มหานที เพื่อเดินตามรอยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่ทรงมีพระราชดำริไว้ โดยมีโครงการนำร่องเครือข่ายลุ่มน้ำวิถีพอเพียง พื้นที่ลุ่มน้ำบางปะกง
อย่างไรก็ตามทางโครงการได้จัดทำสารคดีสั้น 108 วัน มหัศจรรย์พอเพียง จากวันแม่ สู่วันพ่อ เพื่อเผยแพร่ทางสถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทยเอ็นบีทีในเร็วๆ นี้ โดยจะเป็นการนำเสนอความมหัศจรรย์ของภูมิปัญญาชาวบ้านที่มีอยู่บนผืนแผ่นดินไทย ตลอดจนให้ความรู้กับชุมชนที่เพิ่งเริ่มดำเนินการตามโครงการเศรษฐกิจพอเพียง จำนวน 10 ตอน มีความยาวตอนละ 3 นาที อาทิ มหัศจรรย์ความร่วมมือของชุมชนปากอ่าวไทย เครือข่ายสามสมุทรหนึ่งบาง ภูมิปัญญาบนลำไม้ไผ่ การกลับมาของโลมาอิรวดี ชุมชนโคกขามสมุทรสาคร เป็นต้น
ตรังจัดเลี้ยงอาหารพระราชทานวันแม่ในปี 2552
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 10 สิงหาคม 2551 ที่เรือนจำจังหวัดตรัง นายสมพงษ์ อนุยุทธพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง พร้อมด้วย นางอัญชลี อนุยุทธพงศ์ ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดตรัง และนายกเหล่ากาชาดจังหวัดตรัง เป็นประธานในการจัดเลี้ยงอาหารมื้อกลางวันพระราชทาน แก่ผู้ต้องขังหญิงในเรือนจำจังหวัดตรัง จำนวน 94 คน เนื่องในโอกาสวันแม่แห่งชาติ ประจำปี 2552 ร่วมกับชมรมแม่ดีเด่นประจำจังหวัดตรัง สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และเหล่ากาชาดจังหวัดตรัง
ทั้งนี้ ตามที่คณะกรรมการจัดงานวันแห่งชาติ ประจำปี 2552 สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้เห็นชอบให้มีการจัดเลี้ยงอาหารมื้อกลางวันพระราชทาน แก่ผู้ต้องขังหญิงในทัณฑสถานต่างๆ เพื่อถวายความจงรักภักดี และร่วมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ที่ทรงเจริญพระชนมายุครบ 77 พรรษา ในวันที่ 12 สิงหาคม 2552 นี้
สำหรับการเลี้ยงอาหารมื้อกลางวันพระราชทานแก่ผู้ต้องขังหญิงในครั้งนี้ ได้มีการอาหาร ประกอบด้วย ข้าวเหนียว ส้มตำ ไก่ย่าง ลาบหมู ไอศกรีม รวมทั้งลองกอง และเงาะ มาจัดเลี้ยงเนื่องจากเป็นอาหารที่ผู้ต้องขังประสงค์จะรับประทาน เพราะในแต่ละวันจะได้กินเฉพาะข้าวแกงเท่านั้น ซึ่งผู้ต้องขังหญิงทุกคนต่างปราบปลื้มในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ อย่างหาที่สุดมิได้
นอกจากนั้น ชมรมแม่ดีเด่นประจำจังหวัดตรัง สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้สมทบเงินช่วยเหลือ จำนวน 5,000 บาท และทางเหล่ากาชาดจังหวัดตรัง ได้จัดหาเครื่องใช้สำหรับผู้หญิง เช่น ชุดชั้นใน ผ้าอนามัย สบู่ ยาสระผม ยาสีฟัน และขันน้ำ นำมามอบให้แก่ผู้ต้องขังหญิงในครั้งนี้ด้วย
อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ต้องขังหญิงในเรือนจำจังหวัดตรัง กว่าร้อยละ 70 ต้องโทษจากคดียาสเพติดโดยเป็นผู้ค้ารายย่อย และสิ่งที่ยังคงขาดแคลนสำหรับผู้ต้องขังหญิงส่วนใหญ่จะเป็นของใช้ส่วนตัว เช่น ชุดชั้นใน ผ้าอนามัย รวมถึงของใช้เด็กอ่อน เช่น ผ้าอ้อม และผ้าอ้อมสำเร็จรูป เนื่องจากในช่วงนี้มีผู้ต้องขังหญิงที่ตั้งท้อง และมาคลอดในเรือนจำเพิ่มมากขึ้น ทำให้สิ่งของเครื่องใช้ดังกล่าว ที่มีการจัดเตรียมไว้ไม่เพียงพอต่อผู้ต้องขัง จึงมีความต้องการเป็นอย่างมาก
สธ.อัญเชิญตราสัญลักษณ์"สกประดิษฐานสถานีอนามัยทั่วประเทศ
นายแพทย์ปราชญ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดสัมมนาวิชาการหัวหน้าสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษานวมินทราชินี 80 แห่งทั่วประเทศ ที่โรงแรมริชมอนด์ จังหวัดนนทบุรี เพื่อพัฒนาความรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างพื้นที่ เพื่อนำไปประยุกต์พัฒนาสู่ความเป็นเลิศในการจัดบริการประชาชนในหมู่บ้านต่างๆ และเป็นต้นแบบของสถานีอนามัยทั่วประเทศที่มีกว่า 9,700 แห่ง
นายแพทย์ปราชญ์ กล่าวว่า เนื่องในวโรกาสเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ครบ 77 พรรษา ในวันที่ 12 สิงหาคม 2552 นี้ กระทรวงสาธารณสุขได้อัญเชิญตราสัญลักษณ์รูปหยดน้ำ สก และแผ่นพระราชดำรัสของสมเด็จพระบรมราชินีนาถ ซึ่งได้พระราชทานแก่คณะกรรมการสภาสงเคราะห์แห่งประเทศไทยและอาสาสมัคร ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต เมื่อวันที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2510 ประดิษฐานที่หน้าสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติทั้ง 80 แห่งทั่วประเทศ เพื่อเทิดพระเกียรติและเป็นขวัญกำลังใจเจ้าหน้าที่ ได้ยึดเป็นแนวปฏิบัติสนองพระราชดำรัส
พระราชดำรัสดังกล่าวความว่า การที่คนไทยเรายึดอุดมคติว่า ความทุกข์สุขไม่ใช่เป็นเรื่องเฉพาะบุคคล หรือเฉพาะครอบครัวใดครอบครัวหนึ่งเท่านั้น เป็นความคิดที่ทันสมัยในโลกปัจจุบัน เราจะมีความสุขแต่ลำพัง โดยไม่คำนึงถึงความเดือดร้อนของคนอีกหลายคนที่แวดล้อมเราอยู่นั้นไม่ได้ ผู้มีเมตตาจิตหวังประโยชน์ส่วนรวม ย่อมรู้จักแบ่งปันความสุขเพื่อผู้อื่น และพร้อมที่จะช่วยบรรเทาความทุกข์ของผู้อื่นตามกำลังและโอกาสเสมอ
นายแพทย์ปราชญ์ กล่าวต่อว่า ในการนี้ได้มอบนโยบายให้เจ้าหน้าที่สถานีอนามัยมัยเฉลิมพระเกียรติ เร่งแก้ไขและปรับแก้พฤติกรรมสุขภาพประชาชนที่เป็นต้นเหตุให้เจ็บป่วย 2 เรื่องใหญ่ ได้แก่ การให้ประชาชนเลิกกินสุกๆ ดิบๆ เนื่องจากไม่กี่ปีมานี้พบว่า โรคพยาธิใบไม้ตับมีแนวโน้มพบมากขึ้นในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือ หลังจากที่เคยแก้ไขจนโรคลดความรุนแรงจากร้อยละ 80 เหลือร้อยละ 12 ซึ่งแม้โรคนี้มียารักษาหายขาด แต่หากไม่มีการปรับเรื่องพฤติกรรมกินสุกๆ ดิบๆ โรคก็จะหวนกลับมาเป็นอีกภายใน 6 เดือนถึง 1 ปี เรื่องที่ 2 คือ การค้นหาประชาชนกลุ่มเสี่ยงไข้หวัดใหญ่ 2009 ในหมู่บ้าน ที่จะมีอาการรุนแรงหลังติดเชื้อ โดยเฉพาะกลุ่มหญิงตั้งครรภ์ ที่มีไข้ หรือเคยมีไข้ ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก ต้องรีบส่งพบแพทย์เพื่อรักษาด้วยยาต้านไวรัสโอเซลทามิเวียร์ทันที ซึ่งยาจะให้ผลดีที่สุดใน 48 ชั่วโมงหลังมีอาการป่วย เพื่อป้องกันการเสียชีวิตของหญิงตั้งครรภ์
ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนฯทอดพระเนตรนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ
เมื่อวันที่ 10 ส.ค.2552 นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) กล่าวว่า จากการที่ วธ. มีการจัดมหกรรมวัฒนธรรมเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ระหว่างวันที่ 8-12 ส.ค. 2552 ณ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทยนั้น ได้รับการตอบรับจากนักเรียน นักศึกษา ประชาชนทั่วไปเข้ามาเยี่ยมชมงานเป็นจำนวนมาก เฉลี่ยวันละกว่า 2,000 คน ซึ่งในช่วงเย็นวันที่ 10 ส.ค. ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เสด็จทอดพระเนตรกิจกรรมงานมหกรรมวัฒนธรรมฯ โดยเสด็จไปห้องนิทรรศการทอดพระเนตรนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ
ปลัดวธ. กล่าวอีกว่า สำหรับนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าฯ หนึ่งในแผ่นดิน จัดขึ้น ณ ห้องจัดนิทรรศการหมุนเวียน ประกอบด้วย นิทรรศการผู้สืบสานงานศิลป์ คือ ผลงานช่างเครื่องเคลือบดินเผา งานประติมากรรมและงานปิดทองประดับกระจก เครื่องแต่งกายโขน ตามพระราชดำริของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ส่วนมรดกแผ่นดินอันยิ่งใหญ่ คือ เครื่องทองคำจากกรุพระปรางค์วัดราชบูรณะ หัวโขน เครื่องปั้นดินเผา และหุ่นละครเล็ก และสุดท้ายในส่วนของสายน้ำพระทัยสู่ปวงประชา คือ ห้องการจัดแสดงงานช่างศิลปะสาขาต่างๆ ตามโครงการศิลปาชีพของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศของงานทั่วไปเป็นไปอย่างคึกคักมีนักเรียนตั้งแต่ระดับอนุบาลไปจนถึงระดับอุดมศึกษา ประชาชนทั่วไปเข้าชมงานตั้งแต่ 08.00 น.ไปจนถึง 22.00 น.ของทุกวัน นอกจากในส่วนของนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถแล้ว ยังมีการแสดงทางวัฒนธรรมไทย 4 ภาคและขบวนแห่นานาชาติที่มีประเทศต่างๆกว่า 10 ประเทศ ภาพยนตร์ 4 มิติ และชมการแสดงศิลปวัฒนธรรมที่โรงละครสยามนิรมิตร โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ
ลำปางชมรมแม่บ้านทหารจัดโครงการลูกทหารบอกรักแม่
ชมรมแม่บ้านทหารบกค่ายสุรศักดิ์มนตรีลำปาง ได้จัดโครงการ ลูกทหารบอกรักแม่ ขึ้นที่ สโมสร ค่ายสุรศักดิ์มนตรี โดยมีพลทหารประจำการของค่ายสุรศักดิ์มนตรี เข้าร่วมโครงการ ดังกล่าว และนำดอกมะลิพร้อมเขียนความรู้สึกรักแม่ ลงไปรษณียบัตรส่งกลับบ้าน โดยจ่าหน้าซองถึงแม่ เนื่องจากพลทหารประจำการ บางนายยังติดภารกิจไม่สามารถกลับบ้านได้ในวันที่ 12 สิงหาคม ซึ่งเป็นวันแม่แห่งชาติ
นางนิภาภรณ์ ไชยวัฒนพันธ์ ประธานชมรมแม่บ้านทหารบกค่ายสุรศักดิ์มนตรีกล่าวว่าโครงการดังกล่าวเป็นโครงการที่ให้พลทหารกองประจำการได้สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และแสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ และสมเด็จพระนาง เจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในวโรกาสทรงเจริญพระชนมพรรษา 77 พรรษา 12 สิงหา 2552 และปลูกฝังจิตสำนึกให้พลทหารได้ตระหนักถึงบุญของมารดา ส่งเสริมสถาบันครอบครัวมีความอบอุ่น รักใคร่ กลมเกลียว ซึ่งจะเป็นผลดีต่อการพัฒนาประเทศต่อไปในอนาคต
โพลระบุแม่ยุคใหม่อดทนอดกลั้นต่อการเลี้ยงลูกน้อยลง
นายนพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยความสุขชุมชน มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เปิดเผยผลการสำรวจ เรื่อง การบ่งเพาะกิจกรรมเพื่อชาติ บรรยากาศสังคมไทย กับการทำดีเพื่อแม่ กรณีศึกษาประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป ใน 17 จังหวัดของประเทศ จำนวน 1,703 ครัวเรือน ในวันที่ 9 สิงหาคม 2552 พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่หรือกว่าร้อยละ 80 ติดตามข่าวสารผ่านสื่อมวลชนเป็นประจำทุกสัปดาห์ แต่ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 73.4 ระบุว่าเด็กและเยาวชนในปัจจุบันไม่ค่อยสนใจถึงไม่สนใจเลยเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ชาติไทย มีเพียงร้อยละ 26.6 เท่านั้นที่สนใจค่อนข้างมากถึงมากที่สุด และส่วนใหญ่หรือร้อยละ 70.1 ไม่ค่อยพูดคุย ถึงไม่เคยพูดคุยกันเลยในครอบครัวเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ชาติไทยในช่วง 30 วันที่ผ่านมา ในขณะที่ร้อยละ 29.9 เคยพูดคุยค่อนข้างมากถึงมากที่สุดเกี่ยวกับเรื่องประวัติศาสตร์ชาติไทยในครอบครัว
นอกจากนี้ ที่น่าเป็นห่วงคือ ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา ร้อยละ 61.1 ไม่ค่อยทำ ถึงไม่เคยทำเลยในกิจกรรมรักษาป่าไม้ ร้อยละ 38.9 เคยทำค่อนข้างมากถึงมากที่สุด และส่วนใหญ่หรือร้อยละ 60.8 ระบุคนในชุมชนที่พักอาศัยก็ไม่ค่อยทำถึงไม่เคยทำเลยในกิจกรรมรักษาป่าไม้ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา ร้อยละ 39.2 ระบุทำค่อนข้างมากถึงมากที่สุด ในขณะที่ร้อยละ 69.5 ไม่ค่อยได้ทำถึงไม่เคยทำเลยในกิจกรรมรักษาแหล่งน้ำธรรมชาติร้อยละ 30.5 เคยทำค่อนข้างมากถึงมากที่สุด
ที่น่าพิจารณาคือ ประชาชนมองบรรยากาศของประเทศไทยโดยทั่วไปดีขึ้นกว่าการสำรวจช่วงปลายปีที่แล้ว โดยพบว่า ค่าคะแนนเฉลี่ยเพิ่มสูงขึ้นในทุกตัวที่ทำการวัดครั้งนี้ เมื่อคะแนนเต็ม 10 คะแนน โดยตัวชี้วัดตัวแรกคือ ประเทศไทยยังคงเป็นประเทศแห่งรอยยิ้ม เพิ่มขึ้นจาก 5.77 มาอยู่ที่ 7.20 ตัวชี้วัดตัวที่สองคือ คนไทยยังคงเห็นอกเห็นใจต่อกันและกัน เพิ่มขึ้นจาก 5.38 มาอยู่ที่ 7.00 ตัวชี้วัดตัวที่สามคือ โลกของเราจะน่าอยู่กว่านี้ ถ้าคนชาติอื่น ๆ เป็นเหมือนกับคนไทย เพิ่มขึ้นจาก 5.42 มาอยู่ที่ 6.79 ตัวชี้วัดตัวที่สี่คือ ฉันรู้สึกว่า ประชาชนคนไทยในสังคมยังรักและเกื้อกูลกัน เพิ่มขึ้นจาก 4.63 มาอยู่ที่ 6.71 และฉันรู้สึกว่าประเทศไทยเป็นประเทศเดียวในโลกที่มีความสงบสุขและสันติมากที่สุด เพิ่มขึ้นจาก 4.67 มาอยู่ที่ 6.26 คะแนนจากคะแนนเต็ม 10
สำหรับวันแม่แห่งชาติที่จะมาถึงนี้ สิ่งที่ประชาชนตั้งใจจะทำเพื่อแม่ พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 68.6 ตั้งใจจะแสดงความกตัญญู รองลงมาคือ จะทำตามแม่สอน จะกราบเท้าแม่ จะพาแม่ไปทำบุญ จะมอบดอกไม้ให้แม่ จะสวมกอดแม่ รักแม่ จะซื้อของขวัญให้แม่ จะให้เงินแม่ จะพาแม่ไปรับประทานอาหารนอกบ้าน และจะพาแม่ไปเที่ยว แต่ที่น่าเศร้าใจคือ ประชาชนส่วนใหญ่หรือร้อยละ 61.8 มองว่าคุณแม่ในสมัยปัจจุบันมีความอดทนอดกลั้นน้อยลงในการอบรมเลี้ยงดูบุตรเมื่อเปรียบเทียบกับคุณแม่ในสังคมไทยเมื่อ 40 ปีที่แล้ว สาเหตุมาจากวิถีชีวิตที่ยึดติดพึ่งพาวัตถุนิยมและความสะดวกสบาย และปัญหาความซับซ้อนและแรงกดดันแวดล้อมในชีวิตมีมากขึ้น ในขณะที่ร้อยละ 23.4 มองว่าอดทนมากขึ้นและร้อยละ 14.8 มองว่าเท่าเดิม
สิ่งที่ประชาชนที่ถูกศึกษาขอให้คนไทยปฏิบัติต่อกันในวันแม่แห่งชาติที่จะมาถึงนี้และทุกวันตลอดไปคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 76.1 ขอให้คนไทยรักกัน ร้อยละ 75.9 ขอให้อภัยต่อกัน ร้อยละ 74.3 ขอให้มีน้ำใจต่อกัน ร้อยละ 70.8 ขอให้ซื่อสัตย์ต่อกัน ร้อยละ 69.3 ขอให้เกื้อกูลกัน ร้อยละ 68.7 ขอให้ยิ้มให้กันและกัน ร้อยละ 67.9 ขอให้เห็นแก่ประโยชน์ส่วนร่วมมากกว่าผลประโยชน์ส่วนตัว ร้อยละ 67.5 ขอให้ชักชวนกันตอบแทนบุญคุณแผ่นดินไทย ร้อยละ 67.1 ขอให้เสียสละ ร้อยละ 66.9 ขอให้ยึดมั่นในความถูกต้อง ร้อยละ 64.2 ขอให้มีวินัยต่อกัน ร้อยละ 63.7 ขอให้ชักชวนกันเชื่อเรื่องบาปบุญคุณโทษ และร้อยละ 63.7 เช่นกันขอให้รู้จักอดทนยับยั้งชั่งใจ
| |
|
|
|
 |
| |