หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน ปีที่ 32 ฉบับที่ 11476 [ วันอังคาร ที่ 11 เดือน สิงหาคม 2552 ]
เต้านมเทียม จุฬาฯ ลูบๆ คลำๆ ต่อยอดความรู้


โดย ยุวดี ศิริ Yuwadee.s@chula.ac.th

ปัจจุบันโรคมะเร็งเต้านมเป็นสาเหตุการป่วยและการตายที่สำคัญในอันดับแรกของสตรีทั่วโลกและสตรีไทย และมีแนวโน้มจะสูงขึ้นทุกปี

สำหรับประเทศไทย จากข้อมูล พ.ศ.2544 มีผู้ป่วยจำนวน 11,900 คน คิดเป็นร้อยละ 21.9 ต่อประชากรแสนคน ปี พ.ศ.2548 มีจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นเป็น 19,000 คน คิดเป็นร้อยละ 34.35 ต่อประชากรแสนคน และในปี พ.ศ.2550 พบเพิ่มเป็นจำนวน 21,708 หรือเท่ากับ 38 คนต่อประชากรแสนคน


จะเห็นว่าแนวโน้มของการป่วยของสตรีจากโรคมะเร็งเต้านมมีแต่จะสูงขึ้น เพราะฉะนั้นการค้นพบได้ในระยะเริ่มแรกและรีบไปพบแพทย์เพื่อทำการรักษา ก่อนที่จะมีการลุกลามของโรคจะเป็นการดีที่สุด เพราะมะเร็งเต้านมเป็นโรคที่สามารถรักษาให้หายขาดได้ถ้าพบในระยะแรกเริ่ม

แต่ปัญหาของคนไทยส่วนหนึ่ง คือการขาดความรู้ความเข้าใจในวิธีการตรวจเช็คขั้นต้น หน่วยงานทางด้านสาธารณสุขเองก็ขาดแคลนเครื่องมือที่จะใช้ดำเนินการอบรมเพื่อให้อาสาสมัครเกิดความรู้และทักษะอย่างแท้จริง

เต้านมเทียม จุฬาฯ เป็นสื่อการสอนทางการแพทย์ชิ้นใหม่ ภายใต้ความร่วมมือของหน่วยงานต่างๆ ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อันประกอบด้วย วิทยาลัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข คณะพยาบาลศาสตร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ และคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ในชุดสื่อการสอนมีถุงแป้งฝุ่นเพื่อให้ใช้โรยเต้านมเทียมก่อนการใช้งาน

อย่าแปลกใจ ถ้าจะบอกว่าสื่อการสอนทางการแพทย์ชิ้นนี้เกิดจากความบังเอิญที่ลงตัว

เริ่มต้นจากคณะพยาบาลศาสตร์ได้ขอความร่วมมือไปยังคณะวิศวกรรมศาสตร์ เพื่อหาวิธีการผลิตเต้านมเทียมเพื่อนำมาใช้ในการเรียนการสอนนิสิตพยาบาล เนื่องจากเต้านมเทียมที่มีอยู่จำเป็นต้องสั่งซื้อจากต่างประเทศในราคาประมาณชุดละ 20,000 กว่าบาท และมีปัญหาเรื่องการฉีกขาดเสมอเมื่อมีการใช้งานเป็นจำนวนมาก

ทั้งนี้ เพราะเต้านมเทียมจากต่างประเทศผลิตจากวัสดุที่คล้ายเจล เต้านมเทียมจึงมีสภาพนิ่มกว่าปกติ เลยจำเป็นต้องหุ้มด้วยวัสดุประเภทเดียวกับถุงน่องอีกชั้นหนึ่ง จึงเกิดปัญหาว่าผู้เรียนไม่ได้อารมณ์ที่คล้ายจริง เพราะเมื่อจะคลำก็ต้องคลำผ่านเนื้อถุงน่อง และจากความไม่ทนทานของวัสดุที่นำมาผลิต เต้านมเทียมดังกล่าวจึงใช้สอนนิสิตได้เพียงไม่กี่คนก็ชำรุดและต้องสั่งซื้อกันใหม่เสมอทุกๆ ปี มีคำเตือนว่าไม่ควรใช้ปลายเล็บจิก หยิก หรือดึงรั้งหุ่นเต้านมจำลองรุนแรงเกินความจำเป็น

โจทย์ในการวิจัยครั้งนี้ จึงไม่ใช่แค่ให้ได้เต้านมเทียมในแบบเดียวกับต่างประเทศ แต่ต้องการเต้านมเทียมที่มีวัสดุทดแทนชนิดใหม่ที่ทนทานต่อการจับของมือนิสิตเป็นจำนวนมาก และจำเป็นต้องมีสภาพยืดหยุ่นคล้ายการคลำเต้านมจริง

จึงเป็นที่มาของการขอความร่วมมือผ่านไปยังภาควิชาเคมี คณะวิศวกรรมศาสตร์ โดยมี รศ.ดร.ศราวุธ ริมดุสิต ผู้เชี่ยวชาญด้านวัสดุพอลิเมอร์ เป็นหัวหน้าโครงการ คณะวิจัยได้ทดลองทำเต้านมเทียมจากวัสดุหลายๆ ชนิด และได้พอลิเมอร์ผสมซิลิโคนประเภทหนึ่งขึ้นมามีความเหนี่ยว คงทน และในขณะเดียวกันก็มีความยืดหยุ่นสามารถผลิตได้คล้ายคลึงกับเต้านมจริงของสตรี

และที่สำคัญคือวัตถุดิบเพื่อใช้ในการผลิตนั้น เป็นวัตถุดิบที่ผลิตได้ในประเทศไทย ต้นทุนดำเนินการในขั้นแรกจึงเหลือเพียง 2-3,000 บาท ถูกลงจากการสั่งซื้อจากต่างประเทศประมาณ 10 เท่าตัว

ปัจจุบันนอกจากจะใช้เป็นสื่อการสอนในคณะพยาบาลศาสตร์แล้ว จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้ส่งผ่านสิ่งประดิษฐ์ดังกล่าวไปยังกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เพื่อให้สื่อการสอนทางการแพทย์ชุดนี้กระจายไปยังโรงพยาบาลรัฐและสถานีอนามัยกว่า 200 แห่ง เพื่อใช้เป็นอุปกรณ์ในการให้ความรู้กับบุคลากรทางการแพทย์ให้ได้มีทักษะในการตรวจหามะเร็งเต้านมอย่างถูกต้อง

และเมื่อจำเป็นต้องส่งผ่านสื่อการสอนเหล่านี้ไปยังพื้นที่ห่างไกล คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ โดยภาควิชาออกแบบอุตสาหกรรม จึงเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการออกแบบผลิตภัณฑ์ในการจัดเก็บ เพื่อให้เต้านมเทียมอยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งาน และง่ายต่อการดูแลรักษาให้คงสภาพ พร้อมกันนี้ยังได้ออกแบบแผ่นพับสื่อการสอนในการให้ความรู้เพื่อให้ผู้ได้รับการอบรมเกิดความเข้าใจมากยิ่งขึ้น

แต่ไม่แน่ใจว่าเหมือนกันว่า ผู้ออกแบบผลิตภัณฑ์ได้เขียนคำเตือนไว้ข้างกล่องหรือเปล่าว่า "วัสดุเพื่อใช้สำหรับการศึกษาเท่านั้น วิธีใช้ : ใช้โดยการคลำ ห้ามดูด (ฮา ฮา)"

มีคำเตือนว่า ไม่ควรใช้ปลายเล็บจิก หยิก หรือดึงรั้งหุ่นเต้านมจำลองรุนแรงเกินความจำเป็น