 |
หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน ปีที่ 32 ฉบับที่ 11476 [ วันอังคาร ที่ 11 เดือน สิงหาคม 2552 ] |
|
| ค่ารักษาครอบครัวประกันสังคม "ไพฑูรย์"ชี้ช่อง"สปส."เบิกตรง |
เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม ที่กระทรวงแรงงาน นายไพฑูรย์ แก้วทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวถึงกรณีที่นายวิทยา แก้วภราดัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ออกมาระบุว่า การนำเงินจากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) มาให้กับสำนักงานประกันสังคม (สปส.) เพื่อสมทบเข้ากองทุนในการขยายสิทธิประกันสังคมให้กับคู่สมรสและบุตรของผู้ประกันตน เป็นเรื่องที่ไม่น่าเป็นไปได้ ว่า เรื่องดังกล่าวหากฟังนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี พูดในรายการ "เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯอภิสิทธิ์" จะมีความชัดเจนว่าการขยายสิทธิประโยชน์ไปถึงคู่สมรสและบุตรของผู้ประกันตนในครั้งนี้ ไม่ใช่การนำเงินจาก สปสช.มาโดยตรง แต่หากคู่สมรสและบุตรผู้ประกันตน มาใช้สิทธิประกันสังคม สปสช.จะไม่สามารถตั้งเบิกค่ารักษาพยาบาลรายหัวในส่วนนี้ได้ ทาง สปส.จะเป็นผู้ตั้งเบิกจากรัฐบาลแทน
นายไพฑูรย์กล่าวว่า ขณะนี้นายกรัฐมนตรีได้สั่งให้ สปส.สำรวจว่าจำนวนคู่สมรสและบุตรผู้ประกันตนมีมากน้อยเพียงใด เพื่อเตรียมนำมาจัดทำงบประมาณ ส่วนกรณีที่มีหลายฝ่าย เช่น นักวิชาการ ผู้นำแรงงาน เกรงว่าแนวคิดดังกล่าวจะส่งผลกระทบถึงกองทุนนั้น อาจเป็นเรื่องที่ผู้เห็นต่าง ยังไม่ได้มีการศึกษารายละเอียดอย่างรอบด้าน ซึ่งรัฐบาลยืนยันชัดเจนว่าจะจ่ายเงินสมทบในส่วนที่เป็นภาระที่เพิ่มขึ้นเอง โดยไม่กระทบกับเงินในกองทุนอย่างแน่นอน
นพ.วินัย สวัสดิวร เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า ในที่ประชุมคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติมีมติให้ สปสช.ไปจัดประชุมเพื่อหาข้อมูลและจุดยืนของ สปสช.ว่าจะดำเนินการอย่างไร ภายหลังจากที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติให้ขยายสิทธิประกันสังคมไปยังบุตรและคู่สมรส โดยให้เชิญนักวิชาการมาอภิปรายถึงข้อดีข้อเสียภายในเดือนนี้น่าจะได้ข้อสรุปเบื้องต้น
"ขณะนี้มีหลายมุมมอง เช่น การมีหน่วยบริการที่ดูแลทั้งครอบครัวแบบเบ็ดเสร็จก็อาจจะเป็นเรื่องที่ดีก็ได้ และคณะกรรมการให้ข้อเสนอว่า หากบุตรผู้ประกันตนอยู่ต่างจังหวัดแล้วจะไปใช้บริการหน่วยบริการอย่างไร เพราะหน่วยบริการในสังกัดสำนักงานประกันสังคมส่วนใหญ่จะอยู่ในเมือง ดังนั้นจึงต้องมีการศึกษา ซึ่งรัฐมนตรีสาธารณสุขก็ให้ สปสช.ศึกษาและหารือให้ได้ข้อสรุป เข้าสู่คณะกรรมการเพื่อเสนอรัฐบาลต่อไป"นพ.วินัยกล่าว และว่า การที่บุตรและคู่สมรสไปอยู่ในสิทธิประกันสังคม ก็แปลว่าไม่มีสิทธิหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า 3-4 ล้านคน แต่การย้ายผู้ประกันตนจากระบบประกันสังคมซึ่งส่วนมากเป็นคนวัยทำงาน จึงจำเป็นต้องกลับไปหาข้อมูลเชิงลึกและคำนวณอย่างละเอียดและรอบคอบ เพื่อให้ได้งบรายหัวที่เหมาะสมกับค่าอายุที่ระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าต้องดูแล และถ้าเกิดขึ้นจริงซึ่งต้องเปลี่ยนกฎหมาย ต้องมีการคำนวณรายละเอียดการจัดการมากพอสมควร
| |
|
|
|
 |
| |