หนังสือพิมพ์ข่าวสด ปีที่ 19 ฉบับที่ 6829 [ วันจันทร์ ที่ 10 เดือน สิงหาคม 2552 ]
คืนชีวิตผู้ป่วย ด้วยสเต็มเซลล์


สภากาชาดไทย ร่วมกับสภาสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ และ 7 องค์กรสตรีทำดีเพื่อแม่ ร่วมรณรงค์ชวนสตรีไทยบริจาคโลหิต เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ สภานายิกาสภา กาชาดไทย ที่ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย

ภายในงานมีกิจกรรมมอบโล่ให้สตรีดีเด่นด้านการบริจาคโลหิต 2 ราย ได้แก่ ปนัดดา วงศ์ผู้ดี ที่บริจาคโลหิต 42 ครั้ง และนางจารวี มั่นสินธร ที่บริจาคโลหิตและพลาสมาถึง 313 ครั้ง ทั้งยังมอบประกาศเกียรติคุณ "สตรีไทยตัวอย่าง" และเปิดนิทรรศการ "ความภูมิใจของสตรีไทยที่ได้บริจาคโลหิต"

นอกจากนี้ ยังจัดเสวนาเรื่อง "สตรีไทยกับความเข้าใจเรื่อง สเต็มเซลล์" โดย พ.ญ.พรรณดี วัฒนบุญยงเจริญ จากธนาคารเลือด โรงพยาบาลจุฬา ลงกรณ์ และน.ส.พิมชนก สุขสมใจ หนึ่งในผู้บริจาคเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือด

สเต็มเซลล์ (Stem cell) เป็นที่รู้จักในทางการว่าเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิต หรือเรียกง่ายๆ ว่า เซลล์ตัวอ่อนของโลหิต ซึ่งจะเจริญเติบโตเป็นเม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาว และเกล็ดโลหิต ทั้งยังให้กำเนิดตัวเองได้ตลอดเวลาแถมไม่มีวันหมดจากร่างกายอีก ทำให้สเต็มเซลล์เป็นความหวังของผู้ป่วยในการรักษาด้วยการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิด อาทิ โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว โรคไขกระดูกฝ่อ โรคโลหิตจางธาลัสซีเมียชนิดรุนแรง มะเร็งต่อมน้ำเหลือง มะเร็งเต้านม มะเร็งปอด มะเร็งกระดูก มะเร็งรังไข่ เป็นต้น

แต่เป็นที่น่าเสียดายว่าจำนวนคนที่บริจาค สเต็มเซลล์ยังมีน้อย และที่ยากยิ่งกว่าคือความเข้ากันได้ของสเต็มเซลล์ระหว่างพี่น้องท้องเดียวกันคือมีเพียง 1 ใน 4 เท่านั้น ขณะที่คนที่ไม่มีความสัมพันธ์กันทางสายเลือดหรือพันธุกรรม พบได้เพียง 1 ใน 10,000 เท่านั้น

สำหรับผู้ที่ประสงค์จะบริจาคสเต็มเซลล์ เพียงแจ้งความต้องการกับเจ้าหน้าที่ว่าขอลงทะเบียนบริจาคสเต็มเซลล์ พยาบาลจะเจาะเก็บตัว อย่างโลหิตประมาณ 20 ซีซี เพื่อนำไปตรวจหาความเข้ากันได้ของสเต็มเซลล์ หรือความเข้ากันได้ของเนื้อเยื่อบนเม็ดโลหิตขาว (match HLA tissue typing) เมื่อพบว่าผลการตรวจ HLA เข้ากันได้กับผู้ป่วยเจ้าหน้าที่โครง การจะติดต่อกลับไปอีกครั้งหนึ่ง

พ.ญ.พรรณดี วัฒนบุญยงเจริญ กล่าวว่า ผู้มีคุณสมบัติบริจาคโลหิตได้ก็บริจาคสเต็มเซลล์ได้เช่นกัน เพียงแจ้งความจำนงต่อเจ้าหน้าที่ แต่ในปัจจุบันคนที่มาบริจาคสเต็มเซลล์ค่อนข้างน้อยมาก ขณะที่เรามีจำนวนผู้ประสงค์ใช้บริการจำนวนมาก เพื่อปลูกถ่ายไขกระ ดูกซึ่งสามารถทำได้ในบางโรคเท่านั้น และด้วยการบริจาคสเต็มเซลล์มีผลทำให้ผู้ป่วยหายขาดจากโรค จึงเหมือนกับการให้ชีวิตใหม่ในกรณีที่ผลลุล่วงได้ดี แต่ถ้าเราหาสเต็มเซลล์ไม่ได้ ส่วนใหญ่จะใช้เคมีบำบัดซึ่งเป็นเพียงการรักษาแบบประคับประคองเท่านั้น สเต็มเซลล์จึงเป็นความหวังของคนไข้หลายคน

ด้าน พ.ญ.สร้อยสอางค์ พิกุลสด ผู้อำนวยการศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย เสริมว่าสถานการณ์การบริจาคสเต็มเซลล์นั้นโอกาสในการจับคู่เนื้อเยื่อให้ตรงกับผู้ป่วยยาก เพียง 1 ใน 10,000 ของผู้บริจาค แล้วนำมาตรวจดูเนื้อเยื่อเป็นอย่างไร จากนั้นบันทึกลงคอมพิวเตอร์เก็บเป็นข้อมูลไว้ ทางฝั่งผู้ป่วยจะเข้ามาค้นหาว่าใครมีเนื้อเยื่อตรงกับเขาหรือไม่ ทุกๆ วันถ้ามีผู้บริจาคทยอยเข้ามาบริจาคสเต็มเซลล์เก็บไว้ โอกาสของคนไข้ก็จะเกิดขึ้นทุกวันเช่นกัน แต่ปัญหาในขณะนี้นอกจากผู้บริจาคน้อยแล้ว ญาติข้างเคียงต้องขออนุโมทนาในการสมัครบริจาคสเต็มเซลล์ด้วย เพราะการขอบริจาคนั้นบางครั้งญาติเองยังไม่เข้าใจในเรื่องนี้ ทำให้เสียโอกาส รวมถึงภูมิลำเนาของผู้บริจาคอยู่ห่างไกลเมื่อจำเป็นต้องใช้

ในตอนสมัครจะใช้เลือดนิดหน่อย เพื่อตรวจหา HLA คืออะไร มีค่าใช้จ่ายหัวละ 3,000 บาท ซึ่งไม่เกี่ยวกับทางผู้บริจาค เมื่อเวลาผ่านไปอาจเป็น 3-5 ปี หรือตรวจพบว่าตรงกับผู้ป่วยคนใดคนหนึ่ง จึงจะแจ้งไปเพื่อขอรับบริจาคสเต็มเซลล์ โดยทำได้ 2 ทางคือ เจาะหลอดเลือดดำ หรือไขกระดูก ขึ้นอยู่กับแพทย์พิจารณาอีกครั้งหนึ่ง