หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ [ วันจันทร์ ที่ 10 เดือน สิงหาคม 2552 ]
คนสนใจสมัครทดลองวัคซีนต้านไวรัสโอเซลฯ


"นพ.วิชัย"ระบุ คนสนใจเป็นอาสาสมัครทดลองวัคซีนต้านไวรัสโอเซลทามีเวียร์ เพียบ ทั้งที่ยังไม่เปิดรับ เผย ผลวิจัยในสัตว์ทดลองส่งอีเมลมาจาก ตปท.แล้ว ปลอดภัยแน่นอน ส่วน “หมอประเสริฐ” ชี้ รัฐบาลควรสำรองยาต้านไวรัสซานามิเวียร์ (แบบพ่น) 1 แสนชุดไว้ หากคนป่วยดื้อยาต้านไวรัสโอเซลทามิเวียร์ “วิทยา” ปัดไม่พูดเจอคนไข้ดื้อยาต้านไวรัสยาโอเซลทามิเวียร์ ส่งรองปลัดฯ ไพจิตร์ ไปตรวจสอบข้อมูลก่อน ส่วน “หมอวสันต์” ยัน เจอเชื้อคนดื้อยาจริง เตรียมส่งต่อให้ สธ.ดำเนินการต่อ แพทย์ศิริราช เผย ต้นปีหน้าให้ระวังการระบาดหนัก คาดเชื้อกลายพันธุ์ รุนแรงขึ้น อธิบดีฯ มานิต เผย ตรวจเชื้อตัวอย่างแล้ว 3 หมื่น เสียงบ 75 ล้านบาท เจอติดเชื้อครึ่งหนึ่ง “มาร์ค” แนะ ประชาชนดูแลสุขภาพด้วยตัวเอง มีอาการ 1 บวก 1 ใน 5 อย่าง ให้รีบพบแพทย์ ด้านมาเลย์ ยอดคนตายพุ่ง ส่วนจีน ยกเลิกปิดเมืองระบาดกาฬโรคปอดแล้ว

เกี่ยวกับสถานการณ์ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 นั้น เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 9 ส.ค. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการเชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯอภิสิทธิ์ ว่า ขณะนี้ได้มีการรายงานตัวเลขทุกสัปดาห์ และเรากำลังติดตามว่าตัวเลขผู้เสียชีวิตแต่ละสัปดาห์จะเพิ่มหรือลดลงหรือไม่ แต่สิ่งหนึ่งที่น่าติดตามคือการระบาดเพิ่มขึ้นในภูมิภาคแต่ลดลงในกรุงเทพฯ ทั้งนี้ทางสสส.ได้จัดทำเว็บ ไซต์ให้ความรู้ขึ้น ชื่อเว็บไซต์ www.Flu2009 thailand.com ส่วนการรณรงค์จะมีการทำครั้งใหญ่จะมีการรวมพลังสู้หวัด มีทั้งระบบการรักษาพยาบาลที่ขณะนี้มีการปรับปรุงระบบการจ่ายยา ที่น่าจะทำให้คนเข้าถึงยามากขึ้น

นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า สิ่งที่อยากจะบอกพี่น้องประชาชนก็คือ หลักง่าย ๆ ในการตัดสินใจว่าเมื่อตัวเองเจ็บไข้ได้ป่วยแล้วเมื่อไหร่ต้องรีบไปหาหมอ ใช้สูตร 1 บวก 1 ใน 5 คือ ถ้าไข้สูง และมีอาการอย่างใดอย่างหนึ่งใน 5 อย่าง คือ 1.ปวดหัวมาก ทานยาแล้วไม่หาย และไข้สูง ควรที่จะไปหาแพทย์ 2.เบื่ออาหารอย่างมาก และไข้สูง ให้ไปหาแพทย์ 3.เหนื่อย อ่อนเพลีย ปวดเมื่อย ไข้สูง ไปหาแพทย์ 4.ไอแล้วเหนื่อย เจ็บหน้าอก ไข้สูง ไปหาแพทย์ และ 5.ท้องเสีย อาเจียน ไข้สูง ไปหาแพทย์ ถ้าทุกคนทำได้เช่นนี้การบริหารจัดการเรื่องไข้หวัดใหญ่ก็สามารถจัดการได้

นายวิทยา แก้วภราดัย รมว.สาธารณสุข กล่าวถึงกรณีที่ รศ.ดร.วสันต์ จันทราทิตย์ หัวหน้าหน่วยไวรัสวิทยาและจุลชีววิทยาโมเลกุล คณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ตรวจพบเชื้อไวรัสดื้อยาโอเซลทามิเวียร์ ว่า ได้สั่งการให้ นพ.ไพจิตร์ วราชิต รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข ตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว ดังนั้นคงต้องรอดูข้อมูลที่ชัดเจนก่อนที่จะให้ความเห็น รวมถึงการสำรองยาต้านไวรัสคงต้องรอฟังความเห็นของคณะอนุกรรมการที่ปรึกษาทางวิชาการและยุทธศาสตร์ด้านการแพทย์และการสาธารณสุขระดับชาติ ที่มี ศ.เกียรติคุณ นพ.ประเสริฐ ทองเจริญ เป็นประธานด้วย

รศ.ดร.วสันต์ กล่าวว่า ได้รายงานการตรวจพบเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ดื้อยาให้ผู้ใหญ่ของ รพ.รามาธิบดี รับทราบแล้ว ส่วนตัวอย่างเชื้อไวรัสดื้อยาที่ทางกระทรวงสาธารณสุขต้องการนั้น คิดว่าในวันที่ 10 ส.ค. กระทรวงสาธารณสุขคงจะส่งเจ้าหน้าที่มาเอาไป ซึ่งทาง รพ.ยังมีเหลืออยู่แต่น้อยมาก และเป็นเชื้อที่ทำให้บริสุทธิ์แล้ว สาเหตุที่เชื้อเหลือน้อย เพราะหลังจากตรวจพบว่าดื้อยา ก็ได้นำไปตรวจซ้ำ 3-4 รอบ เพื่อให้มั่นใจ ทำให้ปริมาณเชื้อที่มีอยู่เหลือไม่ถึงหยดน้ำตา แต่ก็ยินดีจะมอบให้กระทรวงสาธารณสุข ตามที่มีการประสานมา

ศ.เกียรติคุณ นพ.ประเสริฐ กล่าวว่า เพิ่งทราบจากข่าวดังกล่าวแต่ยังไม่มีข้อมูลในเรื่องการตรวจพบเชื้อไวรัสดื้อยา คงต้องรอดูข้อมูลที่จะ มีการนำเสนอให้ที่ประชุมในวันที่ 10 ส.ค.นี้ สำหรับปัญหาการดื้อยาก็มีโอกาสเกิดขึ้นได้ ซึ่งเป็นธรรมชาติของเชื้อไวรัส ประชาชนไม่ควรตื่นตระหนก ส่วนที่มีการสำรองยาต้านไวรัสซานามิเวียร์ 7 หมื่นชุด คือ ที่กรมควบคุมโรค 2 หมื่นชุด และองค์การเภสัชกรรม 5 หมื่นชุด น่าจะยังไม่เพียงพอ คาดว่าน่าจะสำรองไว้ 1 แสนชุด เพราะหากมีการดื้อต่อยาโอเซลทามิเวียร์ ก็ให้หันมาใช้ยาซานามิเวียร์ แทน

รศ.(พิเศษ) ทวี โชติพิทยสุนนท์ ผู้เชี่ยวชาญกรมการแพทย์ กล่าวว่า ในการประชุมคณะอนุกรรมการฯ วันที่ 10 ส.ค. คงต้องนำข้อมูลของ รศ.ดร.วสันต์ มาดูว่าจริงหรือไม่ ถ้าจริงก็ ต้องพิจารณาต่อว่าจะมีระบบการเฝ้าระวังอย่างไร และมีการสำรองยาต้านไวรัสแบบพ่น คือ ซานามิเวียร์หรือไม่ ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่า เมื่อเชื้อดื้อยาแล้วจะต้องเปลี่ยนแปลงแนวทางการรักษาแต่อย่างใด

ศ.นพ.ประเสริฐ เอื้อวรากุล ภาควิชาจุลชีววิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล และนายกสมาคมไวรัสวิทยา (ประเทศไทย) กล่าวว่า แม้จะมีตรวจพบเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ดื้อยาจริง แต่ก็คงมีจำนวนผู้ป่วยน้อยมาก อีกทั้งถ้าผู้ป่วยไม่ได้แพร่เชื้อดื้อยาไปสู่คนอื่นก็คงไม่น่าห่วงอะไร การระบาดของโรคในปีนี้ตนไม่ห่วง แต่ที่เป็นห่วง คือ การระบาดประมาณต้นปีหน้า เพราะเชื้ออาจกลายพันธุ์ มีความรุนแรง ดังนั้นต้องจับตาการระบาดของต่างประเทศ เช่น สหรัฐ หรือจีน ให้ดี

นพ.มานิต ธีระตันติกานนท์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาห้องปฏิบัติการของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์และศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ทั่วประเทศ มีการตรวจตัวอย่างเชื้อไข้หวัดใหญ่ 3 หมื่นตัวอย่าง หากคิดที่ราคาต่ำสุดคือ 2,500 บาท ใช้งบประมาณ 75 ล้านบาท โดยใน 3 หมื่นกว่าตัวอย่างจะพบเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 50% ที่เหลือเป็นไข้หวัดใหญ่ชนิดเอตัวเก่า หรือชนิดบี รวมทั้งไวรัสอื่น ๆ ดังนั้นในการตรวจตัวอย่างที่ส่งเข้ามาระยะหลังจะตรวจเฉพาะเชื้อไข้หวัดใหญ่เท่านั้น เพราะตัวอย่างมีมาก และค่าใช้จ่ายสูง แต่ทางกรมไม่ได้มีปัญหาเรื่องงบประมาณ เนื่องจากผู้ที่ส่งตรวจจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายอยู่แล้ว

นพ.วิชัย โชควิวัฒน ประธานกรรมการบริหารองค์การเภสัชกรรม (อภ.) และประธานคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์ กล่าวถึงความคืบหน้าในการผลิตวัคซีนโรคไข้หวัดใหญ่ชนิดเชื้อเป็นว่า ขณะนี้ได้รับผลการวิจัยในสัตว์ทดลอง 3 ชนิดทางอีเมลแล้ว จากประเทศ รัสเซีย และเนเธอร์แลนด์ คือ ผลการทดลองในหนูขนาดเล็ก หนูตะเภา และตัวเฟอร์เร็ต โดยส่งมาให้กับไทยเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว พบว่ามีความปลอดภัย ดังนั้นขั้นตอนในประเทศจะเริ่มฉีดในอาสาสมัครในวันที่ 6 ก.ย. นี้ แต่ก่อนฉีดจะต้องส่งให้กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ทดสอบความปลอดภัยให้เกิดความแน่ใจก่อน

นพ.วิชัย กล่าวต่อว่า ตอนนี้ยังไม่ได้เปิด รับอาสาสมัครทดลองวัคซีน แต่พอมีข่าวออกไปมีคนสนใจสมัครจำนวนมาก ส่วนหนึ่งเป็นอาสาสมัครที่เคยทดลองวัคซีนกับคณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล ดังนั้นอาจจะไม่ต้องรับสมัครก็ได้ เพราะทุกคนรู้ข่าวหมดแล้ว และมีคนมาสมัครจำนวนมาก บางคนโทรฯ มาหาตน โดยตรงก็มี โดยบอกว่าได้เบอร์โทรฯ มาจาก 1133 ซึ่งตนได้บอกให้ไปสมัครกับทางคณะเวชศาสตร์เขตร้อน อย่างไรก็ตามในการทดลองวัคซีน ในมนุษย์นั้น เป็นเรื่องใหญ่ ดังนั้นจะมีการขออนุมัติคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์อีก 2 คณะ คือ กระทรวงสาธารณสุข และคณะเวชศาสตร์เขตร้อนด้วย

นพ.วิชัย เผยอีกว่า การตรวจพบเชื้อดื้อยา เป็นสัญญาณที่ดี ว่า ประเทศไทยมีกลไกในการรับรู้ปัญหาได้เร็ว จะได้นำข้อมูลดังกล่าวมาตัดสินใจหลาย ๆ อย่าง เช่น การสำรองยา และการใช้ยารักษาผู้ป่วย ทั้งนี้ อภ.จะลงนามความร่วมมือกับบริษัทเจ้าของยาซานามิเวียร์เป็นแบบปลายเปิดว่า จะซื้อยาซานามิเวียร์อย่างน้อย 5 หมื่นชุดต่อปี ดังนั้นกรณีเกิดการดื้อยาไม่ต้องกลัวว่ายาจะไม่พอ อีกทั้งได้ยาในราคาถูกกว่าราคาจำหน่ายในท้องตลาด

ดร.วัฒนา อู่วาณิช นักวิทยาศาสตร์การแพทย์ทรงคุณวุฒิ กล่าวว่า การเฝ้าระวังเชื้อดื้อยาที่ผ่านมาพบว่า เป็นการตรวจพบเชื้อดื้อยาในผู้ป่วยที่สามารถรักษาให้หายได้เป็นปกติ อาจจะเป็นเพราะปริมาณเชื้อดื้อยาน้อย แต่เชื้อส่วนใหญ่ยังไวต่อยาจึงสามารถใช้ยาโอเซลทามิเวียร์รักษาได้ผลอยู่ นอกจากนี้รายงานของศูนย์ควบคุมโรคสหรัฐ ได้ทำการตรวจเฝ้าระวังเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ก็ยังไม่พบเชื้อดื้อต่อยาโอเซลทามิเวียร์แต่อย่างใด

นพ.สุพรรณ ศรีธรรมมา โฆษกกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า การใช้ยาต้านไวรัสกับคนเป็นจำนวนมากโอกาสเกิดการดื้อยาก็จะมีมากขึ้น จึงขอเตือนให้ประชาชน โดยเฉพาะผู้ป่วยที่กำลังกินยาต้านไวรัสโอเซลทามิเวียร์อยู่ในขณะนี้ หากหลัง กินแล้วอาการดีขึ้นก็อย่าหยุดกินยากลางคัน ขอให้กินจนครบตามแพทย์สั่ง เพื่อป้องกันปัญหาเชื้อดื้อยา และแพร่ระบาดไปสู่ผู้อื่น อย่างไรก็ตามขณะนี้ทั่วโลกรวมทั้งคนไทยมีโอกาสเสี่ยงติดเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่เท่ากัน เนื่องจากคนส่วนใหญ่ยังไม่มีภูมิต้านทานเชื้อนี้มาก่อน ในส่วนของไทยคาดว่าจะมีผู้ที่มีภูมิต้านทานโรคนี้แล้วประมาณ 3-5 แสนคน

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซียว่า เว็บไซต์ของหนังสือพิมพ์เดอะสตาร์ และ นิว สเตรท ไทมส์ รายงานโดยอ้างการเปิดเผยของนายหลิว เตียง ไหล รมว.สาธารณสุขมาเลเซียว่า พบผู้ป่วยเสียชีวิตเพิ่มอีก 8 ศพด้วยโรคไข้หวัดใหญ่วันที่ 3-8 ส.ค.ที่ผ่านมา ทำให้ตัวเลขผู้เสียชีวิตทั้งหมดเป็น 26 ศพ โดยเหยื่อเคราะห์ร้ายรายล่าสุดเป็นหญิงสาววัย 20 ปี นักศึกษาระดับวิทยาลัย เสียชีวิตในหอพักหลังรับการรักษาในฐานะผู้ป่วยนอก แต่ก็มาเสียชีวิตในที่สุด ขณะนี้มาเลเซีย พบผู้ป่วยติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และนายนาจิบ ราซัค นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย เรียกร้องให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการเข้าไปในสถานที่ที่มีการชุมนุมกันเป็นจำนวนมาก หากไม่จำเป็น เพื่อเลี่ยงการแพร่ระบาด

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีนว่า รัฐบาลจีนสั่งยกเลิกการกักกันโรคในเมืองจื่อเคอถาน มณฑลชิงไห่ ทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโรคกาฬโรคปอดในเมืองที่มีประชากรอาศัยอยู่ 1 หมื่นคน โดยยกเลิกคำสั่งกักกันโรคไปเมื่อค่ำวันเสาร์ที่ผ่านมา หลังครบ กำหนด 10 วัน เพราะไม่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ของกาฬโรคปอด ที่คร่าชีวิตผู้ติดเชื้อ 3 ราย ชาวบ้านซึ่งอาศัยอยู่ในเมืองจื่อเคอถาน ให้สัมภาษณ์ว่า มีบางคนพยายามที่จะหลบหนีออกจากเขตกักกันโรค แต่ทางเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นยืนยันว่า ไม่มีผู้ใดหลบหนีออกจากเขตกักกันโรคและไม่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่แต่อย่างใด และ องค์การอนามัยโลกยืนยันว่ากาฬโรคปอดเป็นเชื้อไวรัสอันตรายที่สุดแต่ยาปฏิชีวนะก็มีประสิทธิภาพในการรักษา.