 |
หนังสือพิมพ์บ้านเมือง [ วันศุกร์ ที่ 7 เดือน สิงหาคม 2552 ] |
|
| สธ.เร่งพัฒนางานสาธารณสุข ใน 30 จังหวัดชายแดนทั่วประเทศ |
พ.ญ.ศิริพร กัญชนะ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ประเทศไทยมีแนวพรมแดนติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน 4 ประเทศใน 30 จังหวัด ยาวประมาณ 5,820 กิโลเมตร กว่า 70% เป็นพรมแดนทางบก ที่เหลือเป็นพรมแดนชายฝั่งทะเล ปัญหาสาธารณสุขที่เกิดขึ้นตามแนวชายแดนมีความซับซ้อนและละเอียดอ่อนเชื่อมโยงกับปัจจัยหลายด้าน เนื่องจากบริเวณชายแดนมีความหลากหลายทางด้านเชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ความเชื่อ วัฒนธรรม และขนบธรรมเนียมประเพณี โรคที่พบบ่อยคือ โรคมาลาเรีย วัณโรค โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ โรคเอดส์ โรคอุจจาระร่วง ปัญหาสุขภาพแม่และเด็ก อัตราตายของแม่และเด็กยังสูงกว่าพื้นที่อื่นๆ นอกจากนี้ ยังมีปัญหาการเข้าถึงระบบบริการสาธารณสุข เนื่องจากโครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าครอบคลุมเฉพาะคนที่มีสัญชาติไทยเท่านั้น ส่งผลให้ชนกลุ่มน้อย กลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ และแรงงานต่างด้าวที่ผิดกฎหมายเข้าไม่ถึงระบบบริการสาธารณสุข รวมทั้งยังมีปัญหาการลักลอบนำเข้า-ส่งออก อาหาร ยา ผลิตภัณฑ์ด้านสุขภาพที่ไม่ปลอดภัย ไม่ได้มาตรฐาน และการแบกรับภาระค่าใช้จ่ายที่ไม่สามารถเรียกเก็บได้ปีละกว่า 100 ล้านบาท เนื่องจากประชาชนตามแนวชายแดน 3 ประเทศ คือลาว กัมพูชา และพม่า นิยมเข้ามารับการรักษาพยาบาลในสถานพยาบาลของไทยปีละนับหมื่นคน ส่วนใหญ่เป็นคนยากจน
พ.ญ.ศิริพร กล่าวต่อว่า ในการแก้ไขปัญหาและพัฒนางานสาธารณสุขตามแนวชายแดน กระทรวงสาธารณสุขได้จัดทำ 6 ยุทธศาสตร์ ระหว่าง พ.ศ.2550-2554 ได้แก่ 1.สนับสนุนการเข้าถึงและการพัฒนาสถานบริการสาธารณสุขให้ได้มาตรฐานด้านการส่งเสริมสุขภาพ การเฝ้าระวังและควบคุมโรคติดต่อและการรักษาพยาบาล 2.การสร้างความเข้มแข็งและพัฒนางานสาธารณสุขชุมชนโดยให้ท้องถิ่นมีส่วนร่วม 3.การพัฒนาสุขภาพประชากรต่างด้าวและการเข้าถึงระบบบริการสุขภาพ โดยให้ทุกคนมีหลักประกันสุขภาพ 4.สนับสนุนและส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคีต่างๆ ในการพัฒนางานสาธารณสุขมูลฐานชุมชนชายแดน เช่น การสร้างอาสาสมัครสาธารณสุขต่างด้าวเพื่อดูแลสุขภาพต่างด้าวด้วยกัน 5.การบูรณาการแผนงานและการพัฒนากลไกการประสานงานสาธารณสุขชายแดน โดยผลักดันให้งานสาธารณสุขชายแดน เป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์ของการบริหารราชการแบบบูรณาการของจังหวัด และ 6.ประสานความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านแก้ปัญหาร่วมกันอย่างต่อเนื่องระยะยาว เพื่อให้ประชาชนพื้นที่ชายแดนมีระบบบริการสุขภาพขั้นพื้นฐานที่มีคุณภาพ ตั้งเป้าให้ประชากรเข้าถึงบริการได้อย่างทั่วถึง และมีระบบเฝ้าระวังโรคที่มีประสิทธิภาพ ภายในปี พ.
| |
|
|
|
 |
| |