 |
หนังสือพิมพ์แนวหน้า [ วันพฤหัสบดี ที่ 6 เดือน สิงหาคม 2552 ] |
|
| หวัดตายเพิ่ม16รวม81ศพ นนท์แชมป์ป่วยเฉียด300 |
สธ.ชี้สัญญาณชะลอตัว อภ.ผลิตยาต้านกลุ่มเด็ก
เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม นพ.ไพจิตร์ วราชิต รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.)แถลงสถานการณ์ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิดเอ เอช1 เอ็น1 หรือไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 รอบสัปดาห์ที่ผ่านมาระหว่างวันที่ 26 กรกฎาคม-2สิงหาคมว่า จากข้อมูลของสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค สธ.รายงานพบผู้ป่วยสะสม 10,043 ราย จากเดิมมียอดป่วยสะสม 8,876 ราย รวมในรอบสัปดาห์เพิ่มขึ้น 1,167 ราย ขึ้นทะเบียนผู้เสียชีวิตจากโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ฯทั่วประเทศ 16 ราย เป็นชาย 9 ราย หญิง 7 ราย ลดลงจากสัปดาห์ก่อน 5 ราย ร้อยละ 75 เป็นผู้มีโรคประจำตัวมากที่สุดคือ อ้วน รองลงมาคือ เบาหวาน หอบหืด สูบบุหรี่จัด หัวใจพิการแต่กำเนิด รวมยอดเสียชีวิตสะสมจากก่อนหน้านี้ 65 ราย เพิ่มเป็น 81 ราย
นนท์แชมป์ป่วยเฉลี่ยอายุ19
สำหรับผู้ป่วยยืนยันในทุกจังหวัด พบในเขต/อำเภอ คิดเป็นร้อยละ 74.59 โดยพบผู้ป่วยยืนยันมากว่า 100 ราย 19 เขตได้แก่ เมืองนนทบุรี 291 ราย เมืองเชียงใหม่ 251 ราย เมืองอุดรธานี 221 ราย เมืองสมุทรปราการ 178 ราย พญาไท149 ราย เมืองปทุมธานี 146 ราย จตุจักร 145 ราย ปากเกร็ด 124 ราย ภาษีเจริญ 123 ราย จอมทอง 121 ราย ดุสิต 119 ราย บางขุนเทียน 117 ราย เมืองภูเก็ต 114 ราย ดินแดง 111 ราย ลาดพร้าว 106 ราย บางแค 105 ราย บางบัวทอง 102 ราย ยานนาวา 101 ราย และราชเทวี 100 ราย ทั้งนี้ ผู้ป่วยรายใหม่ที่เริ่มป่วยช่วง 7 วันที่ผ่านมา ส่วนใหญ่อายุเฉลี่ย 19 ปี สำหรับการรายงานภาวะการระบาดสัปดาห์หน้าจะรายงานในวันที่ 13 สิงหาคม
สธ.โวตายลดปชช.ตื่นตัวแล้ว
รองปลัด สธ.กล่าวต่อว่า จำนวนผู้เสียชีวิตที่ลดลงเป็นผลมาจากการที่ประชาชนตื่นตัวและเข้าใจเกี่ยวกับโรคนี้ดีขึ้น รวมทั้งเข้าถึงยาต้านไวรัสที่สธ.กระจายไปทั่วประเทศถึงระดับคลินิก อย่างไรก็ตาม พบว่าผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่ยังมารับการรักษาช้า เฉลี่ยหลังป่วยแล้ว 5-6 วัน ทำให้อาการหนักและรักษาด้วยยาต้านไวรัสไม่ได้ผล
เน้นมาตรการ"2ลด3เร่ง"
สำหรับยุทธศาสตร์ที่กระทรวงดำเนินการต่อไปนั้น ยังคงเน้นมาตรการ "2 ลด 3 เร่ง"ได้แก่ 1.ลดการเสียชีวิตให้ได้มากที่สุด โดยเน้นให้ผู้ป่วยเข้าถึงยาต้านไวรัสโอเซลทามิเวียร์อย่างรวดเร็ว 2.ลดการติดเชื้อและป่วย 3.เร่งให้อสม.กว่า 980,000 คนทั่วประเทศ ออกให้คำแนะนำและค้นหาผู้ป่วยในหมู่บ้านและชุมชน 4 .เร่งเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารให้ประชาชนป้องกันตนเองอย่างถูกต้อง และ5.ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้ตรวจราชการสธ.ติดตาม กำกับ ให้ปฏิบัติตามมาตรการเหล่านี้ในพื้นที่อย่างจริงจัง นอกจากนี้ ยังขอความร่วมมือประชาชนให้ปฎิบัติตามคำแนะนำของสธ.อย่างเคร่งครัด
ชี้ระบาดกทม.ชะลอ-ภูมิภาคเพิ่ม
รองปลัดสธ.ยังกล่าวถึงสถานการณ์ระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009ว่า จากการวิเคราะห์ข้อมูลทางระบาดวิทยา คาดการระบาดมีแนวโน้มชะลอตัวลงในกทม.และปริมณฑล ส่วนภูมิภาคมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยผู้ป่วยกลุ่มนักเรียนชะลอลง ชี้ให้เห็นว่ามาตรการคัดกรองนักเรียนป่วยที่โรงเรียนของกระทรวงศึกษาธิการ เริ่มมีผลและถูกต้อง ขณะเดียวกัน พบผู้ป่วยที่เป็นกลุ่มรับจ้างในภาคธุรกิจย่อยและเกษตรกรมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น จึงต้องเน้นมาตรการของรัฐบาล ที่ให้ผู้ป่วยหยุดพักการทำงานอยู่กับบ้านจนกว่าจะหายเป็นปกติ โดยไม่ถือเป็นวันลา
อภ.เตรียมผลิตยาต้านสำหรับเด็ก
ด้านนพ.วิทิต อรรถเวชกุล ผู้อำนวยองค์การเภสัชกรรม (อภ.)เผยว่า อภ.เตรียมผลิตยาโอเซลทาวิเวียร์สำหรับเด็กในรูปแคปซูลขนาด 30-45 มิลลิกรัม โดยจำหน่ายในราคาประมาณ 12-13 บาท จะเริ่มผลิตและบรรจุเป็นขวดขนาด 10 เม็ด คาดแล้วเสร็จประมาณสัปดาห์หน้า และพร้อมกระจายยาไปตามโรงพยาบาล ส่วนจะกระจายไปที่คลินิกหรือไม่ต้องแล้วแต่มติของแต่ละพื้นที่
สำหรับความคืบหน้าการผลิตวัคซีนไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009นั้น คาดว่าวันที่ 16 สิงหาคม วัคซีนไข้หวัดใหญ่รอบการผลิตแรกจะสำเร็จ และนำมาใช้ทดลองในคนต้นเดือนกันยายน ขณะนี้อยู่ในระหว่างการทดลองวัคซีนในสัตว์ที่ประเทศเนอร์เธอร์แลนด์อีก 7-10 วัน
แนะรัฐรับมือระบาดต่อเนื่อง
ส่วนนพ.คำนวณ อึ้งชูศักดิ์ ผู้ทรงคุณวุฒิ กรมควบคุมโรคระบุว่า การระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ 2009 ที่เม็กซิโกยังถือเป็นช่วงการระบาดระลอกแรก เนื่องจากการระบาดครั้งนี้พบทางตอนใต้ของประเทศ ส่วนของไทยยังต้องติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด และเตรียมรับมือการแพร่ระบาดตลอดเวลา ดูเรื่องฤดูกาลการระบาดเป็นเกณฑ์ ถ้าประชาชนปฏิบัติตามตามคำแนะของกระทรวงฯ โดยเฉพาะหากป่วยให้หยุดอยู่บ้านพักผ่อน จะทำให้สถานการณ์ระบาดชะลอตัว คาดว่าถ้าสถานการณ์คงที่ถึงปลายปีนี้ เชื่อว่าปีหน้าโรคหวัดใหญ่ 2009 จะกลายเป็นไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล
ส่งทีมแพทย์เฝ้าระวังเด็กวัดสระแก้ว
ขณะที่นพ.สุพรรณ ศรีธรรมมา โฆษก สธ.กล่าวถึงการระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ที่สถานสงเคราะห์เด็กกำพร้าและยากจน วัดสระแก้ว ต.บางเสด็จ อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง หลังมีเด็กป่วยพร้อมกันจำนวนมากว่า สธ.ให้โรงพยาบาลป่าโมกและสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอ่างทองส่งเจ้าหน้าที่ตรวจคัดกรองเด็กนักเรียนซึ่งมีทั้งหมด 1,200 คน ผลตรวจพบเด็กนักเรียนป่วยเป็นไข้หวัด 150 คน ส่วนใหญ่เป็นเด็กประถม มีอาการป่วยเล็กน้อย เช่น มีไข้ ไอ เจ็บคอ ในจำนวนนี้ แพทย์ให้กินยาต้านไวรัสโอเซลทามิเวียร์ 29 คน และรับตัวเด็กที่มีไข้สูงไว้รักษาในโรงพยาบาลป่าโมก 11 คน และจากการติดตามวันเดียวกันนี้ ทุกคนอาการดีขึ้นและตรวจคัดกรองเพิ่มพบเด็กป่วยอีก 40 ราย เริ่มมีไข้ไอ
ญ.ท้องโคราชโคม่า-เจอรายที่3ไข้สูง
ส่วนความคืบหน้ากรณีหญิงสาววัย 18 ปี ท้อง 6 เดือนติดเชื้อที่จ.นครราชสีมา นพ.วีรศักดิ์ เกียรติผดุงกุล รองผอ.รพ.มหาราชนครราชสีมาเผยว่า ผลตรวจเชื้อของหญิงสาววัย 18 ปี ที่ตั้งครรภ์ 6 เดือนยืนยันว่าป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ขณะนี้อาการน่าเป็นห่วง เพราะปอดติดเชื้อ และระบบหายใจล้มเหลว แพทย์ส่งตัวหญิงสาวรายดังกล่าวไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลรามาธิบดีแล้ว ส่วนเด็กในครรภ์นั้นโอกาสรอดมีน้อยมาก เพราะไม่สามารถทนสภาวะอาการป่วยได้ ประกอบกับผู้เป็นแม่มีร่างกายอ่อนแอจากอาการไข้ นอกจากนี้ ยังมีหญิงวัย 32 ปี ตั้งครรภ์ลูกคนที่ 2 ได้ 26 สัปดาห์ ถือเป็นผู้ป่วยหญิงตั้งครรภ์รายที่ 3 มีไข้และหอบรุนแรง อยู่ระหว่างรอผลตรวจสารคัดหลั่งจากห้องปฎิบัติการ
หวัด09คร่าคนทั่วโลก1,154ราย
วันเดียวกัน องค์การอนามัยโลก (WHO) เผยสถานการณ์แพร่ระบาดไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมาพบผู้เสียชีวิตเพิ่ม 338 ราย โดยมียอดตายสะสม 1,154 ราย ขณะที่ยอดผู้ติดเชื้ออย่างเป็นทางการมีทั้งสิ้น 162,380 ราย
"วิทยา"สั่งติดตามกาฬโรคในจีน
ขณะเดียวกัน สธ.เตรียมรับมือการระบาดของโรคกาฬโรคปอดบวมที่ระบาดในจีน และมีผู้เสียชีวิตแล้ว 3 คน โดยนายวิทยา แก้วภราดัย รมว.สาธารณสุขกล่าวว่า ให้กรมควบคุมโรคเฝ้าระวังติดตามการแพร่ระบาดในจีนตลอดเวลา รวมถึงรอสัญญาณจากองค์การอนามัยโลกเบื้องต้นที่ได้รับรายงานคือ โรคนี้ค่อนข้างแพร่กระจายยาก เพราะผู้ป่วยแสดงอาการชัดเจน ถ้าไม่เข้าระบบรักษาทันท่วงทีจะเสียชีวิตเร็วมาก ดังนั้น โอกาสที่ผู้ป่วยจะเดินทางแพร่เชื้อให้คนอื่นนั้นทำได้ยาก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากมาตรการรับมือการระบาดโรคกาฬโรคปอดบวมของภาครัฐ ที่ให้ตรวจจับหนู พาหะของโรคนั้น วันเดียวกันนี้ กรมควบคุมโรคนำกรงไปดักหนูที่ด่านท่าเรือคลองเตย เพื่อวัดดัชนีหมัดในตัวหนู หาความเสี่ยงการเกิดกาฬโรค ขณะที่พ่อค้าตลาดเมืองใหม่ เขตเทศบาลนครเชียงใหม่ออกล่าหนูนำซากไปจำหน่ายให้เทศบาลนครเชียงใหม่ ราคาตัวละ 5 บาท เพื่อรณรงค์ป้องกันเชื้อโรคที่มากับหนู และลดความเสี่ยงจากกาฬโรคปอดที่กำลังระบาดอยู่ในจีน ขณะเดียวกัน มีการเฝ้าระวังด่านชายแดนติดกับประเทศเพื่อนบ้านใกล้ชิด
| |
|
|
|
 |
| |