หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน ปีที่ 32 ฉบับที่ 11471 [ วันพฤหัสบดี ที่ 6 เดือน สิงหาคม 2552 ]
สธ.ติดตามผลรักษาไข้หวัด ผู้ป่วยใช้ยาต้านไวรัส 2 ชนิด


เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม รศ. (พิเศษ) นพ.ทวี โชติพิทยสุนนท์ ผู้ทรงคุณวุฒิระดับ 11 กรมการแพทย์ สธ. เปิดเผยว่า ขณะนี้เชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ที่พบในประเทศไทย ยังไม่มีรายงานการดื้อยา แต่ขณะเดียวกัน ไทยกำลังมีการระบาดของไข้หวัดใหญ่ ชนิดเอ เอช 1 เอ็น 1 ซึ่งเป็นสายพันธุ์เก่าด้วยเช่นกัน ซึ่งพบว่าดื้อยาโอเซลทามิเวียร์แล้ว 100% แต่ ยังสามารถใช้ยาซานามิเวียร์ได้

ดังนั้น ในผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง โดยเฉพาะกลุ่มที่มีโรคประจำตัว เมื่อยังไม่ทราบว่าเป็นสายพันธุ์ใหม่หรือเก่า แพทย์จึงให้ยาต้านไวรัส ทั้งโอเซลทามิเวียร์ และซานามิเวียร์ แม้ไม่มีรายงานการใช้ยาลักษณะนี้ แต่การที่ผู้ป่วยอยู่ในช่วงวิกฤตจำเป็นต้องใช้ยาร่วมกัน แต่ไม่ได้ใช้กับผู้ป่วยทุกราย

"ภายใน 1-2 วัน สธ.จะออกแนวปฏิบัติในการดูแลผู้ป่วยที่มีโรคแทรกซ้อนทางปอด โดยจะมีการแนะนำแพทย์เกี่ยวกับวิธีการรักษาผู้ป่วยในกรณีที่มีอาการรุนแรง ซึ่ง 1 ในแนวทางคือ การให้แพทย์ใช้ยาซานามิเวียร์ควบคู่กับโอเซลทามิเวียร์ในผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงขั้นวิกฤต ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ อีกทั้งจะออกแนวปฏิบัติในการดูแลผู้ป่วยที่เป็นหญิงตั้งครรภ์และบุตรด้วย ซึ่งจะมีการแนะนำการดำเนินการตั้งแต่ก่อนคลอด แรกคลอด และหลังคลอด และเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ www.moph.go.th" รศ. (พิเศษ) นพ.ทวีกล่าว และว่า ขณะนี้กำลังศึกษาวิจัยเกี่ยวกับการใช้ยาโอเซลทามิเวียร์ในการรักษาโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ตามฤดูกาลในประเทศไทยว่า การให้ยาในอัตราปกติกับการให้ยาเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า แบบใดจะให้ผลในการรักษาที่ดีกว่า คาดว่าการศึกษาวิจัยจะแล้วเสร็จในเร็วๆ นี้ และภายในเดือนกันยายนนี้ จะเริ่มศึกษาติดตามผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เก่าและสายพันธุ์ใหม่ 100 คน ที่เข้ารักษาในสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี รพ.ศิริราช สถาบันโรคทรวงอก และสถาบันบำราศนราดูร การศึกษาครั้งนี้จะมุ่งหา 2 ประเด็นหลัก คือ 1.ปัจจัยที่ทำให้ผู้ป่วยที่ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่หรือเก่ามีอาการรุนแรง 2.ปัจจัยที่ทำให้ผู้ป่วยอาการรุนแรงเสียชีวิต การศึกษาวิจัยเช่นนี้จะดำเนินการในประเทศอื่นๆ ในสัดส่วนผู้ป่วยที่เท่ากันด้วย เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน