หนังสือพิมพ์บ้านเมือง [ วันพุธ ที่ 5 เดือน สิงหาคม 2552 ]
ผวากาฬดรดปอดสธ.จับตา 64 ด่าน


สธ.ผวา “กาฬโรคปอด” หลังระบาดในจีนมีคนตายแล้ว 3 จับตาใกล้ชิดเฝ้าระวังทั่วประเทศ สั่ง 64 ด่านชายแดนคุมเข้ม ประสานข้อมูลกับองค์การอนามัยโลก ปชช.อย่าตระหนก ชี้ประเทศไทยไม่พบโรคนี้มาเป็นเวลา 57 ปีแล้ว เตือน “หนู-หมัด” เป็นพาหะโรคและระวังสัตว์ฟันแทะทุกชนิด ขณะที่สถานการณ์ไข้หวัดมรณะ ดช.วัย 11 ขวบชาวโคราชสังเวยชีวิตอีกราย ส่วนที่พังงาพบสาวท้อง 5 เดือนติดเชื้อร้าย ทั้งนี้พบเชื้อหวัดเริ่มดื้อยาทามิฟลูที่สหรัฐ-เม็กซิโก

สธ.จับตากาฬโรคปอดใกล้ชิด

จากการที่เกิดการระบาดของโรคกาฬโรคชนิดปอด ที่เมืองจื่อเคอทัน (Ziketan) มณฑลชิงไห่ (Qinghai) ทางตะวันตกของจีน ซึ่งเป็นโรคระบาดร้ายแรง มีผู้เสียชีวิตแล้ว 2 ราย และทางการจีนได้สั่งปิดเมืองดังกล่าวนั้น

เมื่อวันที่ 4 ส.ค.52 นายวิทยา แก้วภราดัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า โรคดังกล่าวจัดเป็นโรคอันตรายร้ายแรง ซึ่งจุดระบาดของโรคอยู่ห่างไกลจากประเทศไทยมาก ในส่วนของประเทศไทย ไม่พบผู้ป่วยโรคนี้มาเป็นเวลา 57 ปีแล้ว แต่จะมีการเฝ้าระวังและประสานติดตามสถานการณ์กับองค์การอนามัยโลกอย่างใกล้ชิด โดยยังไม่มีข้อห้ามไม่ให้ประชาชนไทยเดินทางไปจีน

ด้าน น.พ.ปราชญ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ ปลัด สธ.กล่าวว่า ได้สั่งให้กรมควบคุมโรคออกเอกสารชี้แจงให้ประชาชนทราบเกี่ยวกับโรคกาฬโรค ที่มีการระบาดอยู่ที่มณฑลชิงไห่ ประเทศจีน ว่า ไม่ต้องตื่นตระหนก ซึ่งโรคนี้เกิดจากหมัดหนูที่มากัดคน โดยสามารถป้องกันได้โดยไม่ให้มีหนูมากัด สำหรับอาการไข้มี 3 แบบ คือ 1.ตามต่อมน้ำเหลืองที่ถูกกัดจะโต บริเวณขาหนีบ โลหิตเป็นพิษ 2.หากลงไปที่ปอด อาจเรียกว่า กาฬโรคปอดได้ และ 3.หมัดกัดที่ขา บริเวณขาก็จะอักเสบ บวม เนื้อจะเน่า ทำให้เกิดโลหิตเป็นพิษ และเสียชีวิตได้ ดังนั้นการป้องกันดีที่สุดคือ อย่าให้หมัดของหนูมากัดเรา อย่าไปสัมผัสสัตว์ที่กัดแทะที่ป่วยตาย เช่น หนู กระรอก ถ้าจะจับไปทิ้งต้องสวมถุงมือ สำหรับเห็บหมานั้นก็เช่นเดียวกัน แต่ถ้าให้มีหมัดล้านตัว แต่ถ้าไม่มีเชื้อกาฬโรคก็ไม่เป็นไร ส่วนการติดต่อนั้น เกิดจากสารคัดหลั่ง ไอ จาม ระยะฟักตัวเชื้อ ประมาณ 1 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับภูมิคุ้มกันแต่ละคน และปริมาณเชื้อที่ได้รับ

พร้อมใช้ ก.ม.ควบคุมป้องกัน

น.พ.ม.ล.สมชาย จักรพันธุ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค สธ.กล่าวยืนยันว่า สธ.พร้อมประกาศใช้ พ.ร.บ.ป้องกันและควบคุมโรคติดต่อ ปี 2523 เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคกาฬโรคปอด ที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียในทันทีหากองค์การอนามัยโลก (WHO) ประกาศว่าโรคดังกล่าวแพร่ระบาดในวงกว้าง ทั้งนี้ได้สั่งการให้ใช้มาตรการเข้มงวดช่องทางเข้าออกระหว่างประเทศ จำนวน 64 ด่านทั่วประเทศ รวมถึงสนามบินทุกแห่งให้เฝ้าระวัง และต้องสำรวจประชากรหนูในแต่ละพื้นที่ เนื่องจากหนูเป็นพาหะนำโรคสำคัญที่สุด อย่างไรก็ตามนอกจากหนู ประชาชนควรระวังสัตว์ฟันแทะ จำพวกกระรอก และกระต่าย ทั้งนี้เนื่องจากโรคดังกล่าวมีความรุนแรงสูง ผู้ป่วยมีความเสี่ยงเสียชีวิตภายใน 24 ชั่วโมง อัตราการเสียชีวิตสูง 30-60% และจัดอยู่ในโรคระบาดรุนแรง 5 โรคที่ต้องเฝ้าระวังพิเศษ คือ โรคอหิวาตกโรค โรคไข้ทรพิษ (ฝีดาษ) โรคไข้เหลือง โรคกาฬโรค และโรคซาร์ส ซึ่งประเทศไทยเคยมีรายงานพบผู้ป่วยมาแล้ว 4 โรค ยกเว้นโรคไข้เหลืองยังไม่พบในประเทศไทย อย่างไรก็ตาม กาฬโรคมีอาการรุนแรงมากกว่าโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009

กาฬโรคปอดคร่าชีวิตชาวจีนรายที่ 3

สำนักข่าวซินหัวรายงาน โดยอ้างจากคำกล่าวของเจ้าหน้าที่สุขภาพท้องถิ่นที่ระบุว่า พบผู้เสียชีวิตจากกาฬโรคปอด หรือนิวโมนิก เพลก (Pneumonic plague) ในจีนเป็นรายที่ 3 แล้ว โดยผู้เสียชีวิตดังกล่าว เป็นชายวัย 64 ปี เสียชีวิตลงเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา อาศัยอยู่ในเมืองจื่อเคอถาน จังหวัดซิงไห่ ทางตะวันตกเฉียงเหนือของจีน ตามรายงานระบุว่า พบการระบาดของโรคตั้งแต่วันที่ 30 ก.ค.ที่ผ่านมา ทำให้ประชาชน 9 รายล้มป่วยลง และพบผู้เสียชีวิตรายแรกเป็นชายวัย 32 ปี และรายที่ 2 เป็นชายเช่นกันอายุ 37 ปี แต่ขณะนี้ยังไม่พบผู้ติดเชื้อเพิ่มแต่อย่างใด ซึ่งเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นได้ป้องกันการแพร่กระจายออกนอกพื้นที่แล้ว ทั้งนี้องค์การอนามัยโลก ได้ให้ข้อมูลว่า กาฬโรคปอดเป็นหนึ่งในโรคติดเชื้อที่สามารถทำให้เสียชีวิต โดยผู้ป่วยสามารถเสียชีวิตได้ภายใน 24 ชม. หลังการติดเชื้อ

ด.ช. 11 ปีที่โคราชตายด้วยหวัดมรณะอีกราย

สำหรับสถานการณ์การระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ 2009 ที่ จ.นครราชสีมา มีผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 1 รายเป็นรายที่ 4 น.พ.วีรศักดิ์ เกียรติผดุงกุล รอง ผอ.รพ.มหาราชนครราชสีมา กล่าวว่า จนถึงขณะนี้มีผู้เสียชีวิตจากไข้หวัด 2009 เป็นรายที่ 4 แล้ว โดยผู้เสียชีวิตรายล่าสุดเป็นเด็กชายอายุ 11 ปี ถูกส่งตัวมาจาก รพ.สูงเนิน นครราชสีมา ผลตรวจเชื้อพบเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ฯ ในสารคัดหลั่ง ตรวจสอบประวัติการรักษาพบว่าเข้า รพ.สูงเนินเมื่อวันที่ 1 ส.ค. ด้วยอาการมีไข้สูง หายใจหอบ โดยป่วยเป็นไข้หวัดเป็นๆ หายๆ มานานกว่า 15 วัน และเข้ารักษาที่คลินิกแห่งหนึ่ง ซึ่งตามหลักวิชาการทางการแพทย์ หากป่วยเป็นไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ฯ จะต้องแสดงอาการ หรือตรวจพบเชื้อหลังจากป่วยไม่เกิน 10 วัน แต่ผู้ป่วยรายนี้เป็นไข้หวัดมานานกว่า 20 วัน จึงไม่น่าจะติดเชื้อมาก่อน

พบหญิงท้อง 5 เดือนที่พังงาติดหวัดมรณะ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โรงพยาบาลคุระบุรีชัยพัฒน์ อ.คุระบุรี จ.พังงา ได้ตรวจพบหญิงตั้งครรภ์เข้ารับการรักษาเมื่อ 2 วันก่อน ด้วยอาการไข้ขึ้นสูง ตัวร้อน แพทย์จึงได้ให้ยาโอเซลทามิเวียร์ทันที พร้อมส่งเชื้อไปตรวจ ซึ่งได้รับผลยืนยันกลับมาแล้วว่า ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 แม้ล่าสุดไข้จะลดลง อาการไม่น่าเป็นห่วง และไม่มีผลกระทบต่อเด็กในครรภ์ แต่ก็ยังต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด

เด็กวัดสระแก้วนับร้อยไข้สูงหามส่ง รพ.

วันเดียวกันผู้สื่อข่าวรับแจ้งจากคณะครู และเจ้าหน้าที่ของโรงเรียนวัดสระแก้ว ต.บางเสด็จ อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง ว่าได้นำเด็กนักเรียนชั้นอนุบาลถึงชั้นมัธยมศึกษา จำนวนกว่า 200 คนส่ง รพ.ป่าโมก หลังเด็กมีอาการตัวร้อน ไอ และมีไข้สูง หลังจากรับแจ้งจึงเดินทางไปตรวจสอบ พบภายในโรงพยาบาลป่าโมก คณะแพทย์และพยาบาลกำลังตรวจวัดไข้เด็กนักเรียนของโรงเรียนวัดสระแก้วประมาณ 50 คน นอกจากนั้นบริเวณโรงพยาบาลวัดสระแก้ว สาขา รพ.ป่าโมก ยังมีเด็กนักเรียนเกือบ 200 คนกำลังรอการตรวจรักษา ทำให้ต้องระดมแพทย์และพยาบาลเข้าตรวจเช็คเด็กกันอย่างโกลาหล

ด้านนายพรเทพ ฤทธิ์ฤดี สาธารณสุขอำเภอป่าโมก กล่าวว่า หลังจากรับแจ้งจากทางโรงเรียนจึงเข้ามาตรวจสอบพบว่ามีเด็กนักเรียนอายุ 3 ขวบถึง 14 ปี นอนป่วยเป็นจำนวนมาก ซึ่งเบื้องต้นพบว่าเด็กนักเรียนที่มีอาการไข้สูงกว่า 40 องศากว่า 20 คน นอกจากนั้นก็มีอาการไข้สูง ตัวร้อน ไอ จาม จำนวนมาก จึงนำผู้ที่มีอาการหนักส่ง รพ.ป่าโมกก่อนที่จะส่งต่อไปยัง รพ.อ่างทองเพื่อรักษาและตรวจเพาะเชื้อต่อไป

ขยายเวลาคลินิกร่วมจ่ายถึง 17 ส.ค.

นายวิทยา แก้วภราดัย รมว.สาธารณสุข (สธ.) กล่าวภายหลังการประชุมการกระจายโอเซลทามิเวียร์ร่วมกับผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข ว่าจากการประเมินคลินิกที่เข้าร่วมโครงการจ่ายยาโอเซลทามิเวียร์ พบมีจำนวนไม่มากนัก บางจังหวัดก็ไม่มีคลินิกเข้าร่วมเลย เนื่องจากเงื่อนไข 8 ข้อที่นักวิชาการกำหนด อาจเป็นเรื่องยากในทางปฏิบัติ จึงได้มีการขยายระยะเวลาในการเข้าร่วมจ่ายยาออกไปจนถึงวันที่ 17 ส.ค.นี้ และให้นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดร่วมชักจูงให้คลินิกร่วมกันจ่ายยาโอเซลทามิเวียร์ หลังจากการประเมินสถานการณ์การระบาดพบว่าแม้ช่วงนี้จะมีจำนวนผู้ป่วย และเสียชีวิตโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ลดลง และการระบาดทรงตัว แต่เชื่อว่าสถานการณ์การระบาดในอนาคตจะแกว่งตัว และมีการระบาดของโรคเพิ่มมากขึ้น จึงจำเป็นที่ต้องหาพันธมิตรในการรักษาและจ่ายยา และควรมีคลินิกเข้าร่วมโครงการจ่ายในทุกอำเภอ

เชื้อหวัดเริ่มดื้อยาทามิฟลูที่สหรัฐ-เม็กซิโก

องค์การอนามัย แพน อเมริกา หรือ พีเอเอชโอ แถลงว่าพบไวรัสชนิดเอ เอช 1 เอ็น 1 สายพันธุ์ดื้อยาต้านไวรัส ทามิฟลู บริเวณพรมแดนสหรัฐและเม็กซิโก โดยพบผู้ป่วยบางรายมีอาการดื้อยา ในเมืองเอลปาโซ ฝั่งเม็กซิโก ติดกับเมือง แม็คอัลเลน ในฝั่งรัฐเท็กซัสของสหรัฐ และกำลังเฝ้าจับตาอย่างใกล้ชิด ขณะที่บรรดาผู้เชี่ยวชาญซึ่งประชุมกันอยู่ที่เมืองลา จอลลา ในรัฐแคลิฟอร์เนียเมื่อวานนี้เพื่อหารือถึงการรับมือกับการระบาด บอกว่า การดื้อยาอาจเป็นผลจากการใช้ยาต้านไวรัส อย่างทามิฟลูมากเกินไป เพราะแม้ในสหรัฐการจำหน่ายยาทามิฟลูต้องมีใบสั่งแพทย์แต่ในเม็กซิโกและแคนาดาสามารถหาซื้อได้ทั่วไป และมีการกินยาตั้งแต่เริ่มจามครั้งแรก ซึ่งจะทำให้เชื้อดื้อยา โดยปัจจุบันพบการดื้อยาต้านไวรัส ในสหรัฐ แคนาดา เดนมาร์ก ฮ่องกงและญี่ปุ่น