 |
หนังสือพิมพ์บ้านเมือง [ วันพุธ ที่ 5 เดือน สิงหาคม 2552 ] |
|
| ทำอย่างไรเมื่อเลือดออกง่าย หยุดยาก |
ในคนปกติเมื่อเกิดอุบัติเหตุแขนขาถลอก หรือมีดบาดเพียงเล็กน้อยยังรู้สึกเจ็บปวด ยิ่งหากมีเลือดไหลออกมาด้วยก็ยิ่งเพิ่มความเจ็บปวดขึ้นไปอีก แต่รู้หรือไม่ว่า ยังมีผู้ป่วยอีกกลุ่มหนึ่งที่ต้องทรมานกับอาการที่เรียกว่า โรคเลือดออกง่ายหยุดยาก หรือโรคฮีโมฟีเลีย ซึ่งหากผู้ป่วยกลุ่มนี้ได้รับอุบัติเหตุ หรือมีบาดแผลเกิดขึ้น พวกเขาไม่เพียงแต่จะเจ็บปวดมากกว่าคนปกติ แต่ทุกวินาทีที่มีเลือดไหลสำหรับผู้ป่วยโรคฮีโมฟีเลียแล้ว นั่นอาจหมายถึง ความเป็นความตายของชีวิตเลยทีเดียว
ข้อมูลจาก ศ.พญ.อำไพวรรณ จวนสัมฤทธิ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยโลหิตวิทยาและโรคมะเร็งในเด็ก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี ระบุว่า โรคฮีโมฟีเลีย เป็นโรคที่เป็นแต่กำเนิดถ่ายทอดทางพันธุกรรมจากแม่สู่ลูก แต่อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันพบว่าร้อยละ 50 ของจำนวนผู้ป่วยโรคฮีโมฟีเลียไม่เคยมีประวัติโรคนี้ในครอบครัวมาก่อน
เมื่อไม่นานมานี้ภายในงานประชุมวิชาการแพทย์โรคเลือดออกง่ายหยุดยาก (ฮีโมฟีเลีย) ทั่วประเทศ ประจำปี 2009 Thailand Hemophilia Treaters Conference 2009 ซึ่งจัดขึ้นเพื่อเผยแพร่ความรู้และยกระดับการรักษาผู้ป่วยในประเทศไทยให้เทียบเท่าระดับสากล โดยมีแพทย์โรคฮีโมฟีเลียจากทั่วประเทศเข้าร่วมงาน ณ บ้านอัมพวารีสอร์ท จ.สมุทรสงคราม ได้มีการพูดคุยถึงปัญหาการเปลี่ยนแปลงทางโมเลกุลของผู้ป่วยโรคฮีโมฟีเลียในประเทศไทยเป็นอย่างไร เนื่องจากผู้ป่วยโรคฮีโมฟีเลียในแต่ละประเทศมีการเปลี่ยนแปลงทางโมเลกุลที่เรียกว่า ดีเอ็นเอ สารกำหนดพันธุกรรมของคนในแต่ละคนไม่เหมือนกัน จึงได้มีการศึกษาเพิ่มเติม ซึ่งพบว่าร้อยละ 40 ของผู้ป่วยโรคฮีโมฟีเลียเอ ชนิดรุนแรง เกิดจากการที่สารพันธุกรรมมีการตีลังกากลับหัวท้ายกันหรือมีการกลายพันธุ์ ซึ่งปัจจุบันวิทยาการก้าวหน้าสามารถตรวจพบตรงนี้ได้แล้ว และยังตรวจพบความผิดปกติของสารพันธุกรรมในผู้ป่วยโรคฮีโมฟีเลีย เพื่อให้การวินิจฉัยหญิงที่มียีนส์โรคฮีโมฟีเลียแฝงจากครอบครัวผู้ป่วย และให้คำแนะนำปรึกษาทางพันธุกรรมไม่ให้มีผู้ป่วยรายใหม่ในครอบครัวนั้นๆ อีกต่อไป
ข้อมูลจาก ดร.อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์ ประธานมูลนิธิคุณแม่คุณภาพ
น.พ.สุรพงศ์ อำพันวงษ์
| |
|
|
|
 |
| |