หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ [ วันพุธ ที่ 5 เดือน สิงหาคม 2552 ]
แก่งละว้าครองแชมป์พยาธิใบไม้ในตับ ลุกลามเกิดมะเร็งท่อน้ำดี


..แนะหยุดกินปลาดิบ

โรคติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับและโรคมะเร็งท่อน้ำดี ยังเป็นปัญหาสำคัญทางด้านสาธารณสุขของประเทศไทย โดยเฉพาะในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่มีประชากรกว่า 9.4% หรือประมาณ 6 ล้านคนทั่วประเทศ มีการติดเชื้อนี้ และอุบัติการณ์การเกิดโรคมะเร็งท่อน้ำดี โดยเฉพาะในจังหวัดขอนแก่นมีสูงถึง 97.4 คน คือ 39 คนต่อประชากร 1 แสนคน พบในผู้ชายมากกว่าผู้หญิง ซึ่งเป็นอุบัติการณ์การเกิดมะเร็งท่อน้ำดีที่สูงที่สุดในโลก จากหลักฐานทั้งทางระบาดวิทยาและการศึกษาในสัตว์ทดลองสนับสนุนว่า การติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดมะเร็งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ


คณาจารย์และนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยขอนแก่น นำโดย รองศาสตราจารย์ ดร.บรรจบ ศรีภา ได้ลงพื้นที่เพื่อสำรวจผู้ติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับใน 5 อำเภอรอบบริเวณลุ่มแม่น้ำชี “แก่งละว้า” ซึ่งเป็นแหล่งที่มีอุบัติการณ์ความชุกของโรคสูง ได้แก่ พื้นที่อ.ชนบท อ.บ้านไผ่ อ.มัญจาคีรี อ.บ้านแฮด และ อ.โคกโพธิ์ไชย จ.ขอนแก่น จากการสำรวจแล้ว 10 หมู่บ้าน พบว่า แต่ละหมู่บ้านมีผู้ติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับไม่ต่ำกว่า 30% ของประชากร บางหมู่บ้านตัวเลขสูงถึง 78% และผู้ป่วยมีทุกวัยตั้งแต่เด็กถึงผู้ใหญ่

“เด็กสุดที่เราพบคือ 4 ขวบ ซึ่งอาจเป็นได้ว่า เด็กกินปลาดิบตามผู้ใหญ่ ถึงแม้จะแค่คำสองคำก็ติดเชื้อพยาธิได้ นอกจากนี้ยังพบว่า ครึ่งหนึ่งของประชากรแมวในพื้นที่เหล่านี้ก็ติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับด้วย ทำให้เป็นห่วงมากว่า ขนาดเราสำรวจไม่กี่หมู่บ้าน และเป็นหมู่บ้านที่อยู่ห่างจากตัวเมืองเพียงแค่ 30 กม.เท่านั้นอุบัติการณ์ยังรุนแรงขนาดนี้ แล้วพื้นที่ห่างไกลจะเป็นอย่างไร” รศ.ดร.บรรจบ กล่าว

“แก่งละว้า” ในลุ่มน้ำชีเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำขนาดใหญ่ลำดับที่ 16 ของประเทศไทย มีพื้นที่ประมาณ 12,000 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ อ.บ้านแฮด และ อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น จากผลการศึกษาการติดพยาธิใบไม้ตับในผู้ใหญ่อายุ 20-60 ปี ในพื้นที่ 11 หมู่บ้านรอบแก่งละว้าของ ต.บ้านไผ่ อ.บ้านไผ่ ซึ่งมีอุบัติการณ์มะเร็งท่อน้ำดีในระยะ 20 ปี สูงสุดในจังหวัดขอนแก่น (280.8 และ 140.5 ต่อประชากร 100,000 คน ในผู้ชายและผู้หญิงตามลำดับ) พบว่า มีความชุกของการติดพยาธิชนิดนี้สูงเฉลี่ยถึงร้อยละ 62 สอดคล้องกับสถิติของหน่วยมะเร็ง โรงพยาบาลศรีนครินทร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ที่พบว่า จำนวนผู้ป่วยมะเร็งท่อน้ำดีใหม่ยังคงอยู่ในระดับสูงเฉลี่ยปีละมากกว่า 1,000 ราย ในแต่ละปี

ตลอดระยะเวลา 20 ปี ที่ผ่านมา แสดงให้เห็นว่า ปัจจัยเสี่ยงของโรคมะเร็งท่อน้ำดี คือ พยาธิใบไม้ตับ ยังมีการระบาดในชุมชน และสะท้อนให้เห็นปัญหาในการควบคุมป้องกันโรคนี้ทุกระดับ ประชาชนยังไม่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการกิน และ/หรือความล้มเหลวของภาครัฐในการที่จะทำให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญของโรคนี้อย่างเป็นรูปธรรม

คณะผู้วิจัยได้เข้าพื้นที่ทำการศึกษาโรคพยาธิใบไม้ตับในพื้นที่ลุ่มน้ำชีแถบนี้มามากกว่า 10 ปี ได้เห็นการเปลี่ยนแปลงทางวัตถุ ถนนหนทาง ในทางก้าวหน้ามาตลอด แต่ในเรื่องการเอาใจใส่ด้านสุขภาพโดยเฉพาะสุขนิสัยในการ บริโภคอาหารยังไม่เปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะในผู้ที่มีอายุวัยกลางคนขึ้นไป แม้กระทั่งอาสาสมัครในชุดโครงการที่คณะผู้วิจัยกำลังทำการศึกษาพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดี ที่มีการถ่ายพยาธิและทำการตรวจอัลตราซาวด์ทุกปี ก็ยังมี อัตราการติดพยาธิใบไม้ตับซ้ำกว่าร้อยละ 30 ทำให้คณะ ผู้วิจัยเห็นว่า จำเป็นต้องหาทาง หรือมีมาตรการ ในการที่จะรณรงค์ให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยงเหล่านี้ได้ตระหนักถึงความสำคัญและปัญหาโรคภัยต่างๆ ที่จะตามมา จากบทเรียนความล้มเหลวในการควบคุม ป้องกันโรคพยาธิใบไม้ตับกว่าสามสิบปีที่ผ่านมา ส่วนหนึ่งเกิดจากความไม่เข้มข้น และต่อเนื่องของนโยบายภาครัฐ ประชาชน กลุ่มเสี่ยงไม่ตระหนักถึงพิษภัยของการติดพยาธิเนื่องจากไม่มีอาการของโรคชัดเจน หรือคิดว่า เป็นหน้าที่ของภาครัฐที่จะบริการตรวจรักษา

รองศาสตราจารย์ ดร.บรรจบ ศรีภา กล่าวว่า ขอเสนอแนวทางป้องกันและแก้ไขปัญหาการติดพยาธิใบไม้ตับแนวทางใหม่ เพื่อเป็นโครงการต้นแบบในการที่จะศึกษาและหาทางป้องกันโรคพยาธิใบไม้ตับแบบชุมชนมีส่วนร่วมและบูรณาการในลักษณะเป็นภาคีเครือข่ายต้านพยาธิใบไม้ตับ ประกอบด้วย สาธารณสุขอำเภอ สถานีอนามัยและเจ้าหน้าที่ อสม. องค์การบริหารส่วนตำบล โรงเรียน และภาคประชา ชน (โดยผู้นำชุมชน) โดยจะใช้ชุมชนรอบแก่งละว้า อ.บ้านไผ่ ที่มีการระบาดของพยาธิใบไม้ตับสูงเป็นชุมชนต้นแบบ และให้ชื่อโครงการว่า “โครงการละว้า” โดยการสนับสนุนอย่างเต็ม ที่จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น และส่วนหนึ่ง จากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เขตขอนแก่น คณะผู้วิจัยเชื่อว่า จากประสบการณ์ที่อยู่ในพื้นที่มานาน ได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนความรู้ความคิดเห็นกับหลายภาคส่วน ทำให้ได้ข้อคิดเห็นที่ดีและน่าจะนำไปสู่ความร่วมมือในการศึกษาวิจัยโครงการต้นแบบในการควบคุมป้องกันโรคพยาธิใบไม้ตับในครั้งนี้ให้ประสบผลสำเร็จได้.