 |
หนังสือพิมพ์ข่าวสด ปีที่ 19 ฉบับที่ 6824 [ วันพุธ ที่ 5 เดือน สิงหาคม 2552 ] |
|
| แก้ปัญหาพี่รังแกน้อง เลี่ยงเปรียบเทียบ-กดดัน |
ในครอบครัวที่มีลูกหลายคน การทะเลาะหรือรังแกกันในระหว่างพี่น้องถือว่าเป็นเรื่องปกติธรรมดาที่เกิดขึ้นได้เสมอ แต่ในบางกรณีการรังแกหรืออิจฉากันระหว่างพี่น้องก็ทำให้เกิดบาดแผลในใจของเด็กได้เหมือนกัน พ่อแม่จึงควรให้ความใส่ใจกับเรื่องนี้เพื่อความรักและความอบอุ่นในครอบครัว โดยในวารสารทอฝันปันรัก มูลนิธิศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็ก ได้พูดถึงเรื่องนี้พร้อมกับแนะนำวิธีแก้ไขจัดการกับปัญหาพี่รังแกน้องไว้อย่างน่าสนใจ เริ่มจากพ่อแม่ต้องเข้าใจเรื่องการรังแกหรืออิจฉากันระหว่างพี่น้องให้ถ่องแท้
เด็กอายุระหว่าง 2-5 ขวบ เมื่อมีน้อง จะยังไม่เข้าใจว่าน้องต้องการการดูแลเอาใจใส่เป็นพิเศษ เด็กจึงเห็นว่าพ่อแม่และผู้ใหญ่ให้ความสนใจน้องเป็นพิเศษ ทำให้เด็กรู้สึกเหมือนถูกละทิ้ง พ่อแม่จึงต้องทำความเข้าใจเรื่องของการอิจฉา และการแข่งขันระหว่างพี่น้องว่าเป็นเรื่องที่พบได้เสมอตามธรรม ชาติ เพราะฉะนั้นเมื่อเด็กรู้สึกว่ากำลังสูญเสียความรักย่อมต้องเกิดอารมณ์อิจฉาขึ้นเป็นธรรมดา ผู้ใหญ่ควรเข้าใจเรื่องเหล่านี้ และยอมรับความรู้สึกของเด็กเมื่อเกิดอารมณ์อิจฉาหรือแกล้งน้อง ในเด็กที่โตพอจะพูดถึงความรู้สึกของตนได้พ่อแม่ควรคุยกับเด็กถึงความรู้สึกของเขาที่มีต่อพี่น้อง หรือต่อการแสดงออกของพ่อแม่
"ภาษาท่าทาง" เป็นสิ่งสำคัญ ทั้งน้ำเสียง สายตา จังหวะของการกอด ฯลฯ ที่พ่อแม่ต้องแสดงให้เด็กรับรู้ว่าเขาเป็นที่รักของพ่อแม่ ซึ่งในเด็กแต่ละวัยจะรับรู้ความรักของพ่อแม่ต่างกัน กรณีเด็กแรกเกิด-ปฐมวัย จะรับรู้ความรักด้วยการสัมผัส กอด หอม ในเด็กวัยเรียนเด็กรับรู้ความรักจากการที่พ่อแม่มีเวลาทำกิจกรรมร่วมกันกับเด็ก ส่วนวัยรุ่นจะรับรู้ความรักของพ่อแม่ก็ต่อเมื่อพ่อแม่พูดคุยและรับฟังความคิดเห็นของลูก ซึ่งทั้งหมดนี้ก็คือการตอบสนองตามวัยและการเอาใจใส่ของพ่อแม่
"ความยุติธรรม" ก็เป็นอีกสิ่งที่พ่อแม่ต้องให้ความสำคัญ คือการที่เด็กได้รับโอกาสที่เท่าเทียมกัน ซึ่งไม่ใช่ว่าจะต้องได้รับทุกสิ่งทุกอย่างที่เท่ากัน แต่ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของเด็กแต่ละคน เช่น พี่จะได้สิทธิของการนอนดึกกว่า (เพราะร่างกายพี่แข็งแรงกว่า) และได้ค่าขนมมากกว่า ซึ่งบอกคนน้องได้ว่า "ถ้าหนูโตหนูก็จะได้สิทธิเท่าพี่" ในทางตรงกันข้ามหากพ่อแม่ให้สิทธิน้องมากกว่าพี่ตลอดเวลา พ่อแม่ก็จะได้ลูกคนพี่ที่มีพฤติกรรมถดถอยเหมือนเด็กเล็ก
หลีกเลี่ยงการเปรียบเทียบ
พ่อแม่ควรหลีกเลี่ยงการเปรียบเทียบลูกในเรื่องความเฉลียวฉลาด รูปร่างหน้าตา หรือความสำเร็จ ทั้งไม่ควรชมเชยหรือแสดงความโปรดปรานลูกคนใดเป็นพิเศษต่อหน้าพี่น้องคนอื่นๆ อันเป็นเหตุให้เด็กรู้สึกเปรียบเทียบและด้อยคุณค่า
พ่อแม่ควรสนับสนุนให้เด็กที่โตพอจะช่วยเหลือแม่ได้เป็นผู้ช่วยของคุณแม่ มากกว่าจะเป็นเพียงผู้สังเกตการณ์ เมื่อแม่ดูแลน้อง เช่น เรียกให้เด็กคอยช่วยอยู่ใกล้ๆ ช่วยแม่เปลี่ยนผ้าอ้อม หยิบของเล็กๆ น้อยๆ และให้คำชมเชย หรือรางวัลที่เขาช่วยเอาใจใส่ดูแล การทำเช่นนี้จะช่วยให้เด็กรู้สึกว่าตนใกล้ชิดกับแม่และมีความสำคัญ มีส่วนร่วมในการดูแลน้องในฐานะเป็นพี่ ซึ่งจะยิ่งทำให้เด็กรู้สึกมั่นใจตนเองมากขึ้น และรู้สึกภาคภูมิใจได้ว่าตนเติบโตขึ้นไม่ใช่เด็กเล็กๆ แล้ว
แต่พ่อแม่พึงระวังการย้ำให้เด็กจำใจรับความรู้สึกว่าหนูโตแล้วนะ เลี่ยงการใช้คำพูด เช่น เลิกร้องไห้เป็นเด็กเล็กๆ เสียที โตจนเป็นพี่แล้วนะ เพราะนั่นจะเท่ากับก่อให้เกิดความรู้สึกเปรียบเทียบกับน้องได้ ไม่คาดหวังลูก "คนพี่" พ่อแม่พึงระวังความคาดหวังต่อผู้เป็นพี่มากจนเกินไป ไม่ควรสร้างความกดดันให้เด็กที่เป็นพี่ต้องรับผิดชอบน้อง หรือต้องยอมน้องอยู่เสมอ เพียงเพราะความเป็นพี่ การกระทำเช่นนี้มักก่อให้เกิดความขุ่นเคืองใจ ไม่ชอบน้องและน้อยใจต่อท่าทีของพ่อแม่
เมื่อพี่น้องทะเลาะกันพ่อแม่ควรเลี่ยงการทำตัวเป็นกรรมการไปเสียทุกครั้ง และพึงระวังการกระทำที่เป็นการเข้าข้างใดข้างหนึ่ง การทะเลาะเบาะแว้งเล็กๆ น้อยๆ ระหว่างพี่น้องเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้เสมอ พ่อแม่ไม่ควรใส่ใจให้มากนัก ให้เวลาแต่เพียงสั้นๆ และฝึกให้เด็กรู้จักหาทางออก ตกลงกัน หรือแก้ปัญหาเมื่อเกิดขัดแย้งกันในเรื่องเล็กน้อย ถ้าการทะเลาะมีแนวโน้มที่จะเป็นเรื่องใหญ่โตควรแยกเด็กจากกันชั่วคราว เพื่อให้สงบอารมณ์ก่อน แล้วจึงค่อยมาพูดคุยทำความเข้าใจกันใหม่..
ปัญหาพี่รังแกน้องอาจเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นในครอบครัว จนเป็นความเคยชินของพ่อแม่หลายคน แต่หากปัญหานี้ไม่ได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง และกลายเป็นปัญหาสะสมไปเรื่อยๆ การรังแกกันระหว่างพี่น้องอาจขยายวงกว้างไปสู่การรังแกผู้อื่นในสังคม อย่างที่เป็นข่าวดังๆ หลายข่าวที่เกิดขึ้นในวัยรุ่นปัจจุบันก็เป็นได้
สนใจข้อมูลการเลี้ยงดูเด็กโดยไม่ใช้ความรุนแรงและปรึกษาปัญหาพฤติกรรมเด็ก ติดต่อได้ที่โครงการรณรงค์ Start to Stop หยุดความรุนแรงต่อเด็กในทุกรูปแบบ มูลนิธิศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็ก โทร. 0-2412-0738, 0-2412-9834 www.thaichildrights.org
| |
|
|
|
 |
| |