 |
หนังสิอพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ [ วันอังคาร ที่ 4 เดือน สิงหาคม 2552 ] |
|
| วัคซีนใจ คุ้มกันสารพัดโรค |
พ่อแม่ควพาลูกไปฉีดวัคซีนตั้งแต่เป็นทารกตามกำหนด ว่าจะเป็นวัคซีนไวรัสตับอักเสบบี วัคซีนป้องกันไข้สมองอักเสบ โปลิโอ อีสุกอีกใส เพื่อป้องกันโร
ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ที่ว่าร้ายแรงและทวีกำลังคร่าชีวิตประชากรโลกยังพ่ายต่อวัคซีน แต่ยาเสพติดที่กำลังระบาดทั่วหัวระแหงยังไม่มีวัคซีนสูตรไหนกำราบได้ วัคซีนใจจึงเป็นความหวังใหม่ของนักบำบัด
โรคหลายโรคสามารถป้องกันได้ตั้งแต่เด็ก พ่อแม่จึงพาลูกไปฉีดวัคซีนตั้งแต่เป็นทารกตามกำหนด ไม่ว่าจะเป็นวัคซีนไวรัสตับอักเสบบี วัคซีนป้องกันไข้สมองอักเสบ โปลิโอ อีสุกอีกใส ขนาดวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกก็ยังมีฉีดป้องกัน
ถ้าอาการเสพติดก็มีวัคซีนฉีดป้องกันได้คงดีเหมือนกัน เพราะแม้แต่ความรักของพ่อแม่ที่ว่าเป็นปราการเหล็กยังพ่ายแพ้ต่อยาเสพติดได้หากเด็กไม่รู้จักสร้างภูมิคุ้มกันตัวเองจนพาตัวตกอยู่ใต้อำนาจมืด
คนที่ถูกหลุมดำยาเสพติดดูดเข้าไปแล้วกว่าจะออกแรงฝืนแรงโน้มถ่วงให้หลุดพ้นออกมาอยู่โลกสว่างไม่ใช่เรื่องง่าย สกุลรัตน์ จารุสันติกุล นักจิตวิทยาคลินิกชำนาญการพิเศษ กลุ่มงานสุขภาพจิตสารเสพติด โรงพยาบาลพระศรีมหาโพธิ์ ทราบดีถึงอำนาจมืดดังกล่าวทำให้ต้องคิดค้นวัคซีนตัวใหม่มาและเริ่มทดลองฉีดกับกลุ่มติดยาเสพติดระดับฮาร์ดคอร์แล้ว
เธอและทีมงานจึงร่วมกันทำกิจกรรมพิเศษชื่อ เติมวัคซีนใจให้ฮาร์ดคอร์ เพื่อฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดแบบเข้มงวด กิจกรรมพิเศษนี้เริ่มปฏิบัติการที่กองบิน21 จังหวัดอุบลราชธานี
"กลุ่มฮาร์ดคอร์ เป็นศัพท์สแลงสำหรับเรียกผู้ที่ใช้ยาเสพติดมาเป็นเวลานาน บางรายเป็นทั้งผู้เสพ และผู้ค้า ที่เคยเข้ารับการบำบัดฟื้นฟูหลายครั้ง รวมถึงเป็นผู้เข้ารับการฟื้นฟูในระบบบังคับบำบัดแบบเข้มงวด" สกุลรัตน์ อธิบายข้อสงสัย
ผู้เสพกลุ่มฮาร์ดคอร์ จัดเป็นประเภทเสพมานาน บำบัดก็หลายครั้ง จนรู้ข้อมูลทางทฤษฎีของยาเสพติดทะลุปรุโปร่ง แต่เอามาปฏิบัติตัวให้พ้นห่วงไม่ได้ หากมีโอกาสก็กลับไปเสพอีก เพราะตัวผู้บำบัดเองขาดวัคซีนใจใช้เป็นภูมิคุ้มกัน
กิจกรรมการเติมวัคซีนใจจึงปูทักษะให้ผู้เสพกลุ่มนี้รู้จักปรับตัว หลีกเลี่ยงการกลับไปเสพยาอีก ด้วยวัคซีนใจ 4 เข็ม เข็มที่ 1 เข้าใจโรคสมองติดยา จากเดิมเป็นการให้ข้อมูลเรื่องการติดยาเสพติด แต่เพราะผู้เสพยารู้และเข้าใจและท่องจนถึงใจแล้ว แต่กลับนำไปใช้ปฏิบัติไม่ได้ จึงต้องเปลี่ยนรูปแบบกิจกรรมจากการให้ข้อมูลไปสู่การปรับทัศนคติ โดยเน้นใช้สื่อกระตุ้นอารมณ์ ความรู้สึก พร้อมกับการพูดคุยเพื่อดูมุมมอง
"สิ่งที่นักจิตวิทยาพบคือ บางคนจงรักภักดีกับยาเสพติด เราก็เลือกใช้การตั้งคำถาม ให้ผู้เข้าร่วมรับการบำบัดได้พูดคุย อภิปรายกัน เช่น สาเหตุที่ติดยาเสพติด มันจะเป็นประสบการณ์ที่หลายคนสามารถอธิบายได้เห็นภาพ สาเหตุ และผลที่ตามมา "
เข็มที่ 2 การบริหารอารมณ์และความเครียด ซึ่งเป็นปัญหาที่ผู้ติดยาต้องรับมือมาตลอดจากผลข้างเคียงของสารเสพติด และการถูกบังคับให้เข้ารับการบำบัด อุปกรณ์คลายเครียดถูกมากแค่แจกลูกโป่งให้ผู้บำบัดคนละใบเป่าเอาความเครียดออกมาใส่ไว้ โจทย์ท้าทายของกิจกรรมคือ การทำให้ลูกโป่งเล็กลง
ผลก็คือ แต่ละคนมีวิธีจัดการความเครียดที่ต่างกัน บางคนตัดสินใจปล่อยลูกโป่งออกไป โดยบอกว่า ไม่ได้คิดอะไร แต่ทำเพราะความสนุกสนาน บางคนเลือกที่จะค่อย ๆ ปล่อยลมออก ไม่อยากที่จะปล่อยไปเลย เพราะกลัวลูกโป่งจะไปโดนคนอื่น บางคนเลือกใช้เข็มจิ้ม แต่บางคนก็เลือกที่จะเก็บไว้ เนื่องจากมองว่า เป็นระดับที่สามารถปล่อยเอาไว้ได้ ไม่เป็นปัญหากับตัวเองแต่ถ้าปล่อยไปจะกระทบคนอื่น
เข็มที่ 3 การคิดแบบไม่เครียด เดิมเป็นส่วนหนึ่งของทักษะการจัดการความเครียด แต่เป็นเรื่องที่สอนยากเนื้อหายาว จึงแยกออกมาเป็นอีก 1 กิจกรรมสำคัญ โดยสอนให้เข้าใจเกี่ยวกับทุกข์ หยินหยาง เต๋า เรียกว่าใครก็เข้าใจได้ไม่ต้องจบปริญญาตรีก็ "เก็ต" ทำให้สามารถแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์และข้อมูลต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง
รูปแบบกิจกรรมจะฝึกให้ผู้ร่วมทำกิจกรรมได้คิดผ่านโจทย์ที่กำหนดให้ เช่น คิดหาทางออกในกรณีที่ภรรยาขอแยกทาง, มีคนในครอบครัวเสียชีวิต หรือดูจากสถานการณ์จริงที่ต้องเผชิญอยู่ เช่น ถูกบังคับให้เข้ารับการบำบัด
เข็มที่ 4 เป้าหมายชีวิต ผู้ร่วมกิจกรรมจะได้ทบทวนชีวิตของตนเองตั้งแต่จำความได้จนถึงปัจจุบัน ให้ทบทวนชีวิตทั้งขาขึ้นและขาลง รวมถึงจุดเปลี่ยน จากนั้น ผู้ร่วมกิจกรรมแต่ละคนจะได้มาบอกเล่า แลกเปลี่ยนประสบการณ์กัน แล้วร่วมกันสร้างภาพต่อของชีวิตว่า จากนี้ไปจุดหมายของชีวิตจะเป็นอย่างไร ผ่านการวาดภาพหรืองานเขียน แล้วฝึกนึกถึงวิธีการที่จะไปให้ถึงจุดหมายที่ตนเองวางไว้ ทั้งแบบระยะสั้นและระยะยาว
กิจกรรมจะใช้เวลา 1.30-2 ชั่วโมง สัปดาห์ละ 1 เข็มวัคซีนใจ และสำหรับการติดตามผลจะวัดผลหลังจากทำกิจกรรมเลย หลังจากนั้น ทีมติดตามผลของกองบิน21 จะเข้ามาดูแลต่อ
กิจกรรมรูปแบบดังกล่าวใช้อยู่ในคลินิกจิตฟื้นฟูบำบัดของโรงพยาบาลทั่วไป ซึ่งจะเป็นผู้เสพหน้าใหม่ แต่เมื่อต้องนำมาปรับใช้กับผู้เสพกลุ่มฮาร์ดคอร์ จำเป็นต้องปรับเนื้อหา คนกลุ่มฮาร์ดคอร์จำเป็นต้องได้ความรู้คู่ไปกับการปรับทัศนคติ เพื่อลดความจงรักภักดีต่อยาเสพติดมาสู่โลกของความเป็นจริง
สำหรับคนทั่วไป นักจิตวิทยาคลินิกชำนาญการพิเศษแนะนำว่า การจะมีวัคซีนใจได้ จำเป็นต้องรู้ว่าภาวะวิกฤต หรือปัญหาที่ตัวเองเผชิญนั้นมีอะไรบ้าง และเมื่อรู้แล้ว มีวิธีจัดการปัญหานั้นหรือไม่ เหมาะสมหรือไม่ เมื่อจัดการแล้วจะมีผลกระทบต่อผู้อื่นและตนเองอย่างไร
หากพบว่า ตัวเรายังไม่มีทักษะในการคุ้มกันใจตนเอง เราจำเป็นที่จะต้องหาแหล่งช่วยเหลือ โดยเฉพาะคนใกล้ชิดที่สามารถปรึกษา พึ่งพาได้ แต่เหนืออื่นใด เราก็จำเป็นจะต้องฝึกตนเองให้มีทักษะที่จะจัดการปัญหาของเราเอง"
สำหรับคนไทย สกุลรัตน์ค่อนข้างเบาใจเพราะมีต้นทุนที่ดีทางศาสนาช่วยให้วิธีคิด มีสติ สมาธิและปัญญาที่ใช้รับมือกับวิกฤตของตนได้
คุณว่าจริงไหม?
| |
|
|
|
 |
| |