หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ [ วันอังคาร ที่ 4 เดือน สิงหาคม 2552 ]
อภ.เตรียมผลิตยาสำหรับ'เด็ก'ต้านหวัด 2009


จ่ายยาต้านไวรัสโอเซลทามิเวียร์วันแรกไม่มีปัญหาแม้จะมีคลินิกร่วมโครงการน้อย"วิทยา"ระบุ ไม่กังวลใจ เชื่อจากนี้จะมีเพิ่มขึ้นอีก สั่งจัดส่งยาไปทุก สสจ. ครบทุกแห่งแล้ว เน้น จ่ายยาในเด็กเล็กตามคลินิกต้องละเอียด รอบคอบ ด้าน กพย. ออกมาเตือนให้ยาต้านไวรัสไม่ถูกตามอาการอาจเกิดดื้อยา ย้ำ หากเจอคนป่วยหนักต้องรีบส่ง รพ. เตรียมทำคู่มือแจกจ่ายให้คลินิก รมช.สธ. ชี้ พื้นที่ราชบุรี ยังไม่จำเป็นประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติ พร้อมร่วมเปิดบัญชีให้เด็กทารกที่แม่เสียชีวิตจากการติดเชื้อ ด้าน อภ. เตรียมผลิตยาต้าน 1 ล้านเม็ดสำหรับแจกจ่ายให้เด็ก เผย มีคนท้องป่วยติดเชื้อในอยุธยากับปากน้ำ แพทย์ดูแลอาการใกล้ชิด

วิทยาไม่กังวลคลินิกจ่ายยาน้อย

เกี่ยวกับสถานการณ์ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 นั้น ซึ่งในวันที่ 3 ส.ค.นี้ เป็นวันที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดให้คลินิกที่เข้าร่วมโครงการแจกจ่ายยาต้านไวรัสโอเซลทามิเวียร์ ให้กับผู้ป่วยได้นั้น เมื่อวันที่ 3 ส.ค. นายวิทยา แก้วภราดัย รมว.สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า ไม่กังวลเรื่องการกระจายยาต้านไวรัสให้คลินิกละ 50 เม็ดในกรุงเทพฯ ที่เข้าร่วมโครงการเพียง 31 แห่ง เนื่องจากคลินิกใน กทม. ส่วนใหญ่เป็นคลินิกเฉพาะทาง ในส่วนต่างจังหวัด ซึ่งส่วนใหญ่แพทย์ในคลินิกจะทำงานในโรงพยาบาลรัฐ มีคลินิกหลายจังหวัดสมัครเข้าโครงการบ้างแล้ว ดังนั้นคลินิกที่ไม่มีความพร้อม ทางกระทรวงขอให้ร่วมรับผิดชอบสังคม หากมีผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่เข้าไปรักษาตัว ต้องให้คำแนะนำและส่งตัวไปรักษาต่อในโรงพยาบาลของรัฐทันที

เน้นจ่ายยาเด็กเล็กต้องละเอียด

“ได้ให้กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ออกแบบสติกเกอร์ติดหน้าคลินิกเพื่อลดความสับสนของประชาชนที่จะเข้าใช้บริการคลินิกที่เข้าร่วมโครงการจ่ายยาต้านไวรัสโอเซลทามิเวียร์ สำหรับเรื่องการจ่ายยาในเด็กเล็ก หากคลินิกไม่สามารถจ่ายยาได้ ให้ส่งตัวเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลทันที สำหรับประชาชนที่ป่วยเป็นไข้หวัด ใหญ่ ไม่ว่าจะทำงานที่ไหนก็ตาม ขอให้ปฏิบัติตามมติคณะรัฐมนตรี ให้หยุดงาน 7 วัน โดยไม่ต้องมีใบรับรองแพทย์ และไม่ถือเป็นวันลา และหากมีผู้ป่วยจำนวนมากในโรงงาน โรงงานต้องหยุดกิจการเพื่อเป็นการรับผิดชอบต่อสังคม โดยผู้ป่วยที่รับยาขอให้อยู่บ้าน 7 วัน ในวันนี้ได้ มอบหมายให้ทีมเวชกรรมสังคมของโรงพยาบาล ออกไปให้ความรู้ คำแนะนำประชาชนในการป้องกันตัว เพื่อไม่ให้ป่วยด้วยไข้หวัดใหญ่” นายวิทยา กล่าว

สธ.ส่งยาให้สสจ.ทุกแห่งแล้ว

นพ.ไพจิตร์ วราชิต รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า กระทรวงไม่ได้เลื่อนการจ่ายยาต้านไวรัสให้คลินิก ขอยืนยันว่าจะต้องมีการจ่ายยาต้านไวรัสไปคลินิกทุกจังหวัดภายในวันที่ 3 ส.ค.นี้ ตามนโยบาย รมว.สาธารณสุข โดยสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) จะเปิดรับสมัครและคัดเลือกคลินิกที่มีคุณสมบัติ 8 ข้อตามที่คณะอนุกรรมการที่ปรึกษาวิชาการและยุทธ ศาสตร์ด้านการแพทย์และสาธารณสุขระดับชาติกำหนด ขณะนี้ได้จัดส่งยาต้านไวรัสให้ สสจ. ทุกแห่งสำรองแล้วแห่งละ 20,000 เม็ด พร้อมจ่ายให้คลินิกอยู่แล้ว และยังมียาสำรองอยู่ที่สำนักงานควบคุมป้องกันโรคประจำเขตแห่งละ 40,000 เม็ด โรงพยาบาลศูนย์แห่งละ 20,000 เม็ด โรงพยาบาลทั่วไปแห่งละ 10,000 เม็ด และโรงพยาบาลชุมชนแห่งละ 2,000 เม็ด

เตือนให้ยาไม่ถูกอาจเกิดดื้อยา

ผศ.ภญ.ดร.นิยดา เกียรติยิ่งอังศุลี หัวหน้าหน่วยปฏิบัติการวิจัยเภสัชศาสตร์สังคม จุฬาลง กรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะผู้จัดการแผนงานสร้างกลไกเฝ้าระวังและพัฒนาระบบยา (กพย.) กล่าวว่า กรณีที่รัฐบาลมีนโยบายกระจายยาต้านไวรัสให้คลินิกนั้น ทาง กพย. มีความเป็นห่วง เนื่องจากการจ่ายยาของแพทย์อาจเกิดจากแรงกระตุ้นจากผู้ป่วยที่ต้องได้รับยา และระบบการจ่ายยาที่มาจากนโยบาย ซึ่งการจ่ายยานั้นจำเป็นที่แพทย์ต้องทำการตรวจวินิจฉัยและซักอาการผู้ป่วยอย่างละเอียดก่อน เพราะหากจ่ายยาให้ผู้ป่วยเป็นจำนวนมาก ๆ ทั้งที่ไม่แน่ใจ นอกจากจะเป็นการลดโอกาสการเข้าถึงยาของผู้ป่วย ยังเป็นการเพิ่มโอกาสเสี่ยงในการดื้อยามากขึ้น

ทำหนังสือแจก-ย้ำดูแลเด็กอย่างดี

“ในกรณีที่ผู้ป่วยเป็นเด็กนั้น การจ่ายยาจำเป็นต้องมีการจัดเตรียมยาโดยเภสัชกร เพื่อให้เด็ก ได้รับยาครบถ้วนตามขนาดที่เหมาะสม ทำให้ไม่สามารถจัดเตรียมยาไว้ล่วงหน้าได้ โดยมีรูปแบบเป็นยาผงที่เภสัชกรต้องนำไปผสมกับน้ำเชื่อมเพื่อทำละลาย ทั้งยังต้องจัดเตรียมแบบวันต่อวัน นอกจากนี้ควรแนะนำวิธีการจัดเก็บยาที่ถูกต้อง และไม่ควรนำยาดังกล่าวผสมกับนมให้เด็กดื่ม ผู้ป่วยที่เป็นเด็กเล็ก ผู้ปกครองควรให้เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล เพื่อให้เภสัชกรประจำโรงพยาบาลจัดขนาดยาที่เหมาะสมให้กับเด็ก” ผศ.ภญ.ดร.นิยดา กล่าว

ผศ.ภญ.ดร.นิยดา กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมา กระทรวงได้จัดคำแนะนำสำหรับแพทย์ในการรักษาพยาบาลผู้ป่วยแล้ว แต่กลับไม่มีคำแนะนำสำหรับผู้ป่วยในการใช้ยาต้านไวรัส ดังนั้นทาง กพย.จะมีการจัดทำแนวทางคู่มือการกินยาโอเซลทามิเวียร์เพื่อให้ผู้ป่วยตระหนักและรับผิดชอบในการใช้ยาอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันภาวะการดื้อยาที่อาจเกิดในอนาคต

ผศ.ภญ.สำลี ใจดี ประธานคณะกรรมการกำกับทิศทางแผนงานสร้างกลไกเฝ้าระวังและพัฒนาระบบยา (กพย.) กล่าวว่า 2 สัปดาห์ที่ผ่านมากระทรวงสาธารณสุขให้คลินิก 150 แห่ง ที่ จ.ราชบุรีจ่ายยาโอเซลทามิเวียร์ได้ ซึ่งเป็นการผลักภาระเรื่องยาให้แก่แพทย์ การทำยาตัวนี้ชนิดน้ำแบบฉุกเฉินสำหรับเด็กนั้น ต้องปรุงยาโดยเภสัชกรในโรงพยาบาลของรัฐเท่านั้น วันนี้กระทรวงสาธารณสุขประกาศใช้เงื่อนไข 8 ข้อ ที่จะจ่ายยา จึงขอเตือนว่า เมื่อตรวจพบผู้ป่วยเด็ก ท่านต้องรีบส่งต่อไปยังโรงพยาบาลโดยด่วน เพื่อป้องกันการดื้อยาในอนาคต

ราชบุรีไม่ต้องเป็นพื้นที่ภัยพิบัติ

วันเดียวกัน เวลา 14.00 น. นายมานิต นพอมรบดี รมช.สาธารณสุข เดินทางไปดูการจ่ายยาต้านไวรัสของมิตรไมตรีคลินิก สาขาสนามบินน้ำ จ.นนทบุรี โดยนายมานิต เผยว่า คลินิกที่เข้าร่วมโครงการจะใช้มาตรฐานเดียวกับโรงพยาบาลรัฐและเอกชน ขณะนี้ยังประเมินไม่ได้ว่าจะมีคลินิกทั่วประเทศกี่แห่งเข้าร่วมโครงการ คงต้องรอตัวเลขที่ชัดเจนอีกครั้ง โดยในส่วนของจ.ราชบุรี ซึ่งนำร่องในการจ่ายยานั้นพบว่า ตั้งแต่วันที่ 28 ก.ค.-2 ส.ค. มีการจ่ายยาต้านไวรัสให้กับผู้ป่วย 42 ราย

นายมานิต กล่าวต่อว่า สำหรับตัวเลขผู้เสียชีวิตด้วยโรคไข้หวัดใหญ่ที่ จ.ราชบุรี ที่มีถึง 9 ราย เป็นอันดับ 2 ของประเทศ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะผู้เสียชีวิตมีโรคประจำตัว โดยเฉพาะโรคอ้วน ต่อข้อถามว่ามีข้อเสนอจาก สสจ.ราชบุรีว่าหากตัวเลขผู้เสียชีวิตไม่ลดลงอาจจะต้องประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติ นายมานิต กล่าวว่า ตอนนี้สถานการณ์ยังไม่ถึงขั้นนั้น และไม่รู้ว่าประกาศไปแล้วจะต้องทำอะไรบ้าง ดังนั้นคงต้องรอประเมินหลังการจ่ายยาต้านไวรัสก่อนว่าได้ผลหรือไม่ อย่างไร ถ้าหลังจากนี้ยังมีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ คงจะมาทบทวนดูกันต่อไป

อภ.เตรียมผลิตยาต้าน1ล้านเม็ด

“จากการพูดคุยกับ นพ.วิทิต อรรถเวชกุล ผอ.องค์การเภสัชกรรม (อภ.) ได้รับทราบข่าวดีว่าอีก 7 วัน ทาง อภ.จะสามารถผลิตยาต้านไวรัสโอเซลทามิเวียร์สำหรับเด็กกลาง และเด็กเล็ก ออกมาจำหน่ายได้ 1 ล้านเม็ด โดยปริมาณยาที่ผลิตออกมานั้นจะน้อยกว่าผู้ใหญ่ ซึ่งกรณีที่จะมีการนำไปใช้ในเด็กรับประทาน ในบางรายเป็นเด็กเล็กจริง ๆ ไม่สามารถรับประทานยาต้านไวรัสชนิดแคปซูลก็อาจจะต้องนำมาผสมน้ำ หรือน้ำเชื่อมรับประทาน โดยจะไม่มีการผลิตแบบน้ำเชื่อม” นายมานิต กล่าว

เปิดบัญชีช่วยเด็กแม่ติดเชื้อ

ที่ จ.ราชบุรี นายมานิต พร้อมนายสุเทพ โกมลภมร ผวจ.ราชบุรี นายวันชัย ธีระสัตยกุล นายกอบจ. นพ.สุริยะ คูหะรัตน์ รองนายแพทย์ สสจ.ฯ และเหล่ากาชาด จ.ราชบุรี ได้เดินทางมาที่ธนาคารกรุงไทย สาขาศรีสุริยวงศ์ จ.ราชบุรี เพื่อเปิดบัญชีกองทุนให้กับด.ญ.ภิรมย์รัตน์ เปียถนอม อายุ 14 วัน เพื่อใช้เป็นค่าเลี้ยงดูและค่านม หลังต้องสูญเสียแม่ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ ในบัญชีออมทรัพย์เลขที่ 736-0-20208-6 โดยมีเงื่อนไข คือ 1.นายจินดา เปียถนอม พ่อ หรือนางอำไพ กลมทุกสิ่ง ย่า เบิกจ่ายได้ไม่เกินเดือนละ 3,000 บาท 2.เบิกจ่ายเกินเดือนละ 3,000 บาท นายจินดา หรือนางอำไพ ต้องลงนามร่วมกับนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลหลักเมือง เบื้องต้นมีเงินในบัญชีรวม 19,498 บาท สำหรับศพของแม่ ด.ญ.ภิรมย์รัตน์ จะฌาปนกิจในวันที่ 4 ส.ค. เวลา 16.00 น. ที่วัดพญาไม้ อ.เมือง จ.ราชบุรี

โคราชปิดโรงเรียน-พระป้องกัน

ที่ จ.นครราชสีมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โรงเรียนหลายแห่งในจังหวัดทั้งระดับประถม มัธยมศึกษา และอนุบาล รวมทั้งศูนย์รับเลี้ยงเด็กหลายแห่ง ถูกสั่งปิดเป็นเวลาหลายวัน หลังจากพบมีผู้ติดเชื้อในโรงเรียนต่าง ๆ หลายแห่ง ขณะที่พระลูกวัด และสามเณร ที่จำพรรษาอยู่วัดต่าง ๆ ในตัวเมือง ต่างให้ความสำคัญกับการป้องกันตัวเอง หลังจากมีเณรลูกวัดจากวัดทุ่งสว่าง 2 รูป ที่เดินทางไปเรียนที่วัดนารายณ์มหาราช แล้วติดหวัดจนต้องนอนพักรักษาตัวที่ รพ.มหาราช นครราชสีมา จนทางวัดต้องสั่งปิดสอน 5 วัน จึงทำให้พระเณรในจังหวัดต่างสวมใส่หน้ากากป้องกัน ตัวเองถ้าหากจำเป็นต้องเดินทางออกนอกวัดหรือหากต้องเดินทางไปในพื้นที่เสี่ยง

ที่โรงเรียนคณะราษฎรบำรุงจังหวัดยะลา อ.เมือง จ.ยะลา นายวิชาญ สุขรักษ์ ผอ.โรงเรียน และ ครูเวร ได้ออกมายืนรอนักเรียนที่บริเวณหน้าประตูของโรงเรียน เพื่อตรวจสอบและคัดกรองนักเรียน หลังจากปิดเรียนมา 4 วัน เพื่อทำความสะอาดหลังพบเด็กนักเรียนติดเชื้อไข้หวัด โดยนักเรียนทุกคนก่อนที่จะเข้าภายในบริเวณโรงเรียนจะต้องสวมหน้ากากอนามัยด้วย ที่ศาลาประชาคม จ.ขอนแก่น นายพงษ์ศักดิ์ ตั้งวานิชกพงษ์ นายกอบจ.ขอนแก่น พร้อมด้วยฝ่ายบริหาร และข้าราชการ ได้ร่วมกันมอบหนังสือ วัสดุ อุปกรณ์ป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ให้กับ สสจ. ขอนแก่น เพื่อนำไปแจกจ่ายให้กับประชาชนใน เขตพื้นที่ จ.ขอนแก่น ทั้ง 26 อำเภอ

เยี่ยม 2 สาวท้องป่วยหวัด 2009

ที่ รพ.พระนครศรีอยุธยา นพ.ปราชญ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เดินทางเข้าเยี่ยมผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ ซึ่งผู้ป่วยอยู่ ในระหว่างตั้งครรภ์ 2 ราย โดยนพ.วีระพล ธีระพันธ์เจริญ ผอ.รพ.พระนครศรีอยุธยา เผยว่า ผู้ป่วยมีอาการปอดอักเสบรุนแรงจนเกิดภาวะหัวใจล้มเหลว ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ โดยรายแรก อายุ 36 ปี มีอาการหอบมาก เข้ารับการรักษาเมื่อวันที่ 19 ก.ค.ที่ผ่านมา และเจ็บท้องคลอดบุตรวันที่ 25 ก.ค.ที่ผ่านมา เป็นเพศชาย ผลการตรวจเชื้อจากคอเด็กพบว่าเด็กติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ และมารดาต้องใส่เครื่องช่วยหายใจตลอด 15 วัน ถอดเครื่องช่วยหายใจในวันที่ 2 ส.ค.ที่ผ่านมา

นพ.วีระพล กล่าวต่อว่า ส่วนรายที่สอง อายุ 39 ปี ตั้งครรภ์ 34 สัปดาห์ เข้ารับการรักษาเมื่อวันที่ 25 ก.ค. ที่ผ่านมา หลังจากมีไข้มา 5 วัน เหนื่อย หอบมาก ต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ ตลอด 9 วัน และได้ถอดเครื่องช่วยหายใจเมื่อวันที่ 2 ส.ค.ที่ผ่านมา โดยเด็กในครรภ์ยังปกติดี

รอผลแล็บนักกีฬาสิงคโปร์ป่วย

ที่ จ.สุพรรณบุรี นายสมศักย์ ภูรีศรีศักดิ์ ผวจ.สุพรรณบุรี นพ.ชัชชรินทร์ ปิ่นสุวรรณ ผอ.รพ.ศูนย์เจ้าพระยายมราช นพ.วรงค์ รุ่งเรือง รอง นพ.สสจ.สุพรรณบุรี และคณะ ร่วมกันแถลง ข่าวว่าขณะนี้อาการของ 2 นักกีฬาปันจักสีลัต ชาวสิงคโปร์ ที่มีอาการไข้ ไอมีเสมหะ ทางคณะแพทย์ลงความเห็นว่าเป็นไข้หวัด และยังกักตัวไว้ที่ห้องแยกโรคและเฝ้าสังเกตอาการต่อไป โดยผลการตรวจจะทราบในวันที่ 4 ส.ค.นี้ ที่ จ.ชลบุรี นายไพโรจน์ มาลากุล ณ อยุธยา นายกเทศมนตรี เทศบาลตำบลสัตหีบ อ.สัตหีบ ประธานเปิดโครงการอบรมผู้สูงอายุ ลดพุง ลดโรค สู้ไข้หวัด 2009 ณ ห้องประชุมเทศบาลตำบลสัตหีบ โดยมีแกนนำชุมชน ผู้นำหมู่บ้าน และผู้ที่ให้ความสนใจ เข้าร่วมรับการอบรม รับความรู้เพื่อนำไปปฏิบัติได้อย่างถูกวิธี

สองแควปิดโรงเรียนหลายแห่ง

ที่ จ.พิษณุโลก นายธีระ อ่ำพูล ผอ.โรงเรียนอนุบาลพิษณุโลก เผยว่า ขณะนี้โรงเรียนได้สั่งปิดเพื่อทำความสะอาดทั้งโรงเรียน หลังจากพบเด็กนักเรียน 7 ราย มีอาการคล้ายกับอาการไข้หวัดใหญ่ ซึ่งที่ผ่านมาโรงเรียนได้มีการเผย แพร่ให้ความรู้แก่นักเรียนมาอย่างต่อเนื่อง โดย โรงเรียน จะเปิดเรียนอีกครั้งในวันที่ 5 ส.ค.นี้ ส่วนที่โรงเรียนโรจน์วิทย์ มาลาเบี่ยง ได้ประกาศสั่งปิดโรงเรียนตั้งแต่วันที่ 4-9 ส.ค.นี้ เพื่อทำความสะอาด ขณะเดียวกันยังมีโรงเรียนโรจนวิทย์ และโรงเรียนวัดศรีวิสุทธาราม (โคกมะตูม) เขตเทศบาลนครพิษณุโลก ยังสั่งปิดเรียนเพิ่ม โดยจะเปิดในวันที่ 10 ส.ค.นี้

ที่ จ.หนองคาย นายชัยวัฒน์ รัฐขจร รอง ผวจ.หนองคาย พร้อม นพ.อิทธิพล สูงแข็ง นายแพทย์ สสจ.หนองคาย พร้อมคณะ ออกตรวจและประเมินผลการซ้อมแผนรับมือไข้หวัดใหญ่ ที่ห้างโลตัส บริษัทเทพอรุโณทัย จำกัด วิทยาลัยเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมการต่อเรือ หนอง คาย และ รร.ปทุมเทพวิทยาคาร โดยเน้นการบูรณาการของทุกหน่วยงาน ด้วยการจำลองเหตุ การณ์การแพร่ระบาด โดยการซ้อมแผนเป็นไปอย่างเรียบร้อย

ดูอาการคนติดเชื้อ-การแจกยา

ที่ จ.สมุทรปราการ นายวิทยา พร้อม นพ.ปราชญ์ เดินทางมาที่ รพ.สมุทรปราการ เพื่อติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่ หลังจากที่ได้รับรายงานว่ามีผู้ป่วย 3 คนที่ติดเชื้อ ซึ่ง 1 ใน 3 ผู้ป่วยเป็นหญิงตั้งท้อง โดยผู้ป่วยรายแรกเป็นชาย อายุ 51 ปี ส่วนรายที่สองเป็นหญิงอายุ 72 ปี ที่แพทย์ต้องนำเข้ารักษาตัวในห้องปลอดเชื้อภายในห้องไอซียู ส่วนผู้ป่วยรายที่ 3 เป็นหญิงตั้งท้อง อายุ 21 ปี แพทย์ต้องแยกตัวออกมาพักรักษาตัวภายในห้องเฝ้าระวังอาคารผู้ป่วย 10 ชั้น ชั้น 2 อาการโดยทั่วไปเป็นปกติเหลือเพียงอาการไอ

หลังจากนั้นนายวิทยา พร้อมคณะ เดินทางมายังคลินิกเวชกรรม กม.30 ซึ่งเป็นคลินิกแรกในจังหวัดสมุทรปราการ ที่เข้าร่วมโครงการจ่ายยาต้านไวรัส โดยนายวิทยา กล่าวว่า จากสถานการณ์ภาพรวมทั้งประเทศในขณะนี้เริ่มที่จะตรึงอยู่ แต่ต้องเพิ่มความระมัดระวัง ขณะที่ต้องอาศัย อสม. และการคัดกรองของสาธารณสุขจังหวัด ทุกจังหวัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าได้รับ ความร่วมมือจากคลินิกแพทย์จะทำให้การป้องกันได้ผลดียิ่งขึ้น

กทม.พร้อมป้องกันหวัดใหญ่

ที่กรุงเทพฯ พญ.มาลินี สุขเวชชวรกิจ รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าวถึงกรณีที่คลินิกเข้าร่วมโครงการรับยาต้านไวรัสว่า แม้จะมีคลินิกที่เข้าร่วมโครงการเพียง 31 แห่ง ก็ไม่น่าเป็นห่วงแต่อย่างใดเนื่องจากศูนย์สาธารณสุขของ กทม. ทั้ง 68 แห่งที่ตั้งกระจายอยู่ทั่ว กทม. ได้เตรียมการรับมือกับเรื่องนี้ไว้เป็นอย่างดี และ กทม. ได้สำรองยาไว้ 7,000 โด๊สที่พร้อมใช้ตลอดเวลา

สำนักข่าวเอพีรายงานจากกรุงกัวลาลัม เปอร์ ประเทศมาเลเซียว่า กระทรวงสาธารณสุขมาเลเซียออกแถลงการณ์ระบุว่า หญิงวัย 23 ปี ซึ่งเพิ่งคลอดลูกเมื่อวันที่ 21 ก.ค. ที่ผ่านมา กลายเป็นผู้เสียชีวิตรายที่ 7 ในประเทศมาเลเซียด้วยเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ โดยหญิงสาวผู้นี้เสียชีวิตด้วยโรคปอดบวมเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา อันเนื่องมาจากการติดเชื้อ ซึ่งเธอมีอาการไข้ขึ้นสูงและไอ 4 วันก่อนคลอด ส่วนผู้ติดเชื้อทั่ว ประเทศ 1,446 ราย

ยิวตายรายที่ 2-เด็กแซมบ้าติดเชื้อ

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงเยรูซา เล็ม ประเทศอิสราเอลว่า กระทรวงสาธารณสุขอิสราเอล แถลงว่า ตรวจพบผู้ป่วยเสียชีวิตรายที่ 2 ของประเทศเพราะไวรัสไข้หวัดใหญ่ เป็นหญิงชาวอาหรับวัย 24 ปี อาศัยอยู่ทางตอนเหนือของประเทศ เสียชีวิตเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยผลการตรวจชันสูตรยืนยันว่า ติดเชื้อไวรัส แต่ก่อนหน้านี้ เธอมีโรคประจำตัวอยู่แล้ว คือ โรคอ้วน และแสดงอาการของโรคปอดบวม จึงถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล และเสียชีวิตในที่สุด ส่วนผู้ติดเชื้อทั่วประเทศของอิสราเอลอยู่ที่ตัวเลขกว่า 1,700 รายแล้ว

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากเมืองเซา เปาโล ประเทศบราซิล ว่า สำนักข่าวเอสตาเดาของบราซิลรายงานว่า เด็กสาววัย 15 ปี ซึ่งแสดงอาการติดเชื้อไวรัส เสียชีวิตบนเครื่องบิน ขณะเดินทางกลับบ้านที่ประเทศบราซิล หลังร่วม คณะเดินทางไปท่องเที่ยวสวนสนุกดิสนีย์แลนด์ที่รัฐฟลอริดาในประเทศสหรัฐอเมริกา เด็กสาวผู้นี้แสดงอาการไม่กี่วันก่อนขึ้นเครื่องบินโดยสารของสายการบินโคปา แอร์ไลนส์ จากเมืองออรันโด รัฐฟลอริดามุ่งหน้าสู่เมืองเซาเปาโล แต่การตรวจอาการของแพทย์สหรัฐนั้น ไม่ได้ชี้ชัดว่าติดเชื้อ

เสนอตั้งคณะฯวิจัยหวัด 4 ด้าน

ที่กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เวลา 17.00 น. ศ.เกียรติคุณ นพ.ประเสริฐ ทองเจริญ ประธานคณะอนุกรรมการการแพทย์และสาธารณสุข เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า ที่ประชุมเห็นชอบเสนอให้กระทรวงสาธารณสุข ตั้งคณะกรรมการขึ้นศึกษาวิจัยเกี่ยวกับโรคไข้หวัดใหญ่ เนื่องจากเป็นโรคอุบัติใหม่ที่เกิดขึ้นมา และไม่เคยมีองค์ความรู้เกี่ยวกับโรคนี้มาก่อน ซึ่งผลการศึกษาวิจัยครั้งนี้จะรวบรวมเป็นความรู้ทางวิชาการเพื่อใช้ประโยชน์ในอนาคต สำหรับประเด็น 1.การวิจัยวิทยาศาสตร์พื้นฐาน และการวิจัยเกี่ยวกับตัวเชื้อ 2.การวิจัยด้านการป้องกันโรค 3.การวิจัยด้านการรักษาโรค และ 4.การวิจัยด้านการสื่อสารความเสี่ยง โดยเฉพาะการศึกษาผลกระทบของการให้ข่าวที่คลาดเคลื่อนของนักการเมือง ผู้บริหาร นักวิชาการ ต่อการป้องกันโรค

ที่ จ.ตาก นพ.ปัจจุบัน เหมหงษา นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดตาก เป็นประธานเปิดโครงการรณรงค์รับสถานการณ์การระบาดใหญ่ของโรคไข้หวัดใหญ่ โดยมีนายเลอชัย อินทรสูตร สาธารณสุขอำเภอแม่สอด กล่าวรายงาน นอกจากนี้ยังมี อสม. ในพื้นที่เข้าร่วมกว่า 900 คน โดยมีการมอบหน้ากากอนามัยให้ตัวแทน อสม. นำไปแจกจ่ายให้ประชาชน.