หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ [ วันจันทร์ ที่ 3 เดือน สิงหาคม 2552 ]
มน.วิจัยสมุนไพร 'พรมมิ' ป้องกันอัลไซเมอร์


จดอนุสิทธิบัตรเตรียมต่อยอดการผลิตเชิงพาณิชย์

มหาวิทยาลัยนเรศวรถือว่าเป็นมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงในเขตภาคเหนือตอนล่าง พร้อมทั้งมีการมุ่งเน้นการเป็นมหาวิทยาลัยระดับแนวหน้า ในกลุ่ม 10 อันดับแรกของประเทศ ภายในปี พ.ศ. 2560 โดยยึดแนวความคิดของการสร้างสังคมไทยให้มีขีดความสามารถและเข้มแข็งทางด้านความรู้ ความสามารถ ในด้านการแข่งขันตลอดจนความพร้อมที่จะรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของสภาวการณ์โลก ทั้งการเมือง เศรษฐกิจ สังคม ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ด้วยการนำกระบวนการ ทางการศึกษา ภายใต้กรอบวิสัยทัศน์ 4 ประการของรัฐบาล มาเป็นโจทย์ใน การกำหนดทิศทาง ได้แก่ 1. ภาคอุตสาหกรรมสามารถแข่งขันได้ในระดับโลก 2. เศรษฐกิจชุมชนมีความเข้มแข็ง 3. สังคมไทยเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ 4. คนไทยมีคุณภาพชีวิตที่ดี


จากวิสัยทัศน์ดังกล่าว มหาวิทยาลัยนเรศวร จึงได้กลายเป็นแหล่งขุมทรัพย์ทางปัญญา ที่ให้คนสามารถตักตวงหาความรู้ได้เป็นอย่างดี และล่าสุด อาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยนเรศวร ได้คิดค้นสมุนไพร “พรมมิ” มีฤทธิ์ในการป้องกันการถูกทำลายของเซลล์ประสาท สามารถช่วยป้องกันไม่ให้ผู้สูงอายุเป็นโรคอัลไซเมอร์ และได้มีการจดอนุสิทธิบัตรแล้วเตรียมถ่ายทอดการผลิตเชิงพาณิชย์ ลดการนำเข้าสมุนไพรต่างประเทศ

รศ.ดร.กรกนก อิงคนินันท์ หัวหน้าศูนย์เทค โนโลยีสมุนไพร มหาวิทยาลัยนเรศวร (HerbTech) กล่าวว่า ปัจจุบันสมุนไพรไทย เป็นที่ยอมรับนำมาใช้เพื่อป้องกันโรคต่าง ๆ อย่างกว้างขวาง เนื่องจากมีความปลอดภัยสูง ทั้งมีการนำมาใช้เพื่อการดูแลสุขภาพ การศึกษาพัฒนา “พรมมิ” ซึ่งเป็นสมุนไพรที่มีคุณสมบัติบำรุงความจำ ได้รับการสนับสนุนงบประมาณในการทำวิจัยจากสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) เป็นเวลา 3 ปี ประมาณ 14 ล้านบาท ตั้งแต่พัฒนาการปลูก การศึกษาทางเคมี การสกัด การพัฒนาวิธีการสังเคราะห์ การพัฒนาผลิตภัณฑ์สมุนไพรพรมมิ การศึกษาประสิทธิภาพของสารสกัดพรมมิในทางเภสัชวิทยาทั้งในระดับหลอดทดลอง สัตว์ทดลอง การศึกษาพิษวิทยา รวมถึงการทดลองทางคลินิก ซึ่งผลการศึกษา พบว่า สารสกัดที่ได้จากต้นพรมมิมีสารซาโปนิน (saponins) สามารถชะลอการเสื่อมของเซลล์สมอง มีผลกระตุ้นความจำ นอกจากนี้ยังมีฤทธิ์ในการป้องกันการถูกทำลายของเซลล์ประสาท ซึ่งสามารถช่วยป้องกันไม่ให้ผู้สูงอายุเป็นโรคอัลไซเมอร์ได้ ล่าสุด คณะผู้วิจัยได้ศึกษาผลของพรมมิในอาสาสมัครที่มีร่างกายปกติอายุ 55-70 ปี จำนวน 60 คน โดยศึกษาเปรียบเทียบระหว่างกลุ่มที่ได้ยาหลอกและได้สารสกัดพรมมิ ขนาด 300 และ 600 มิลลิกรัมต่อวัน เป็นเวลา 3 เดือน พบว่า สารสกัดพรมมิ ช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตให้กับผู้สูงอายุ โดยเพิ่มประสิทธิภาพการทรงตัว เพิ่มการตื่นตัวต่อสิ่งเร้า มีสมาธิมากขึ้น เพิ่มความสามารถในการเรียนรู้และความจำ คลายอาการซึมเศร้า ไม่พบอาการพิษและภาวะข้างเคียง ใด ๆ ในอาสาสมัคร

รศ.ดร.กรกนก กล่าวต่อว่า โดยก่อนหน้านี้ ได้ทำการทดลองกับหนูเป็นเวลา 14 วัน พบว่าหนูมีการเรียนรู้และความจำที่ดีขึ้น นอกจากนี้ได้ทดลองในหนูที่เกิดจากการเหนี่ยวนำให้มีสภาวะความจำบกพร่องและความจำเสื่อมพบว่า เมื่อให้สารสกัดพรมมิติดต่อกันนาน 2 สัปดาห์ ก่อนสมองถูกทำให้บกพร่อง พบว่า พรมมิสามารถป้องกันความสูญเสียความทรงจำได้ ส่วนการศึกษาทางพิษวิทยา พบว่า สาร สกัดพรมมิมีความ ปลอดภัยไม่พบผลข้างเคียงใด ๆ

ทั้งนี้ สารซาโปนิน ที่พบในพรมมิเป็นสารชนิดเดียวกับที่พบในโสมหรือแปะก๊วย (Ginkgo) ซึ่งพรมมิเป็นสมุนไพรของอินเดียในศาสตร์อายุรเวช แต่เป็นพืชล้มลุกที่สามารถเพาะปลูกและขยายพันธุ์ได้ง่ายในประเทศไทย ดังนั้น หากมีการนำพรมมิมาใช้ก็จะถือว่าเป็นการลดการนำเข้าสมุนไพรอย่างโสมหรือแปะก๊วย ที่เป็นสมุนไพร ที่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ ขณะนี้ได้ดำเนินการ จดอนุสิทธิบัตรแล้ว บริษัทเอกชนหลายรายให้ความสนใจติดต่อมายัง วช. เพื่อให้มีการถ่ายทอดเทคโนโลยีและพัฒนาสู่การผลิตเชิงพาณิชย์ อนาคตได้คิดต่อยอดโครงการวิจัย โดยวางแผนที่จะขอรับการสนับสนุนงบประมาณในการศึกษาการใช้สารสกัดดังกล่าวในเด็กที่มีปัญหาสมาธิสั้น รวมถึงการศึกษาด้านพิษวิทยาในระยะยาวต่อไป

ด้าน ศ.ดร.สุจินต์ จินายน อธิการบดีมหา วิทยาลัยนเรศวร กล่าวถึงนโยบายที่จะพัฒนามหาวิทยาลัยให้ก้าวสู่การเป็นมหาวิทยาลัยระดับแนวหน้า โดยมีกลยุทธ์สำคัญในการ ส่งเสริมสนับสนุนพัฒนาให้บุคลากรผลิตงานวิจัยสู่ชุมชนให้เกิดประโยชน์อย่างแท้จริง ซึ่งมอบนโยบายสำคัญให้กับนักวิจัยของมหาวิทยาลัย ได้สร้างสรรค์งานวิจัยให้เป็นที่ยอม รับของสังคมมากขึ้น ทั้งนี้คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร มีอาจารย์ที่มุ่งมั่นใน การคิดค้นผลงานวิจัยสู่สังคมได้อย่างเป็นรูปธรรม

การคิดค้นสมุนไพร “พรมมิ” ป้องกันโรคอัลไซเมอร์ ของ มหาวิทยาลัยนเรศวรนี้ถือว่าเป็นอีกหนึ่ง ผลงานของอาจารย์มหาวิทยาลัยนเรศวร ซึ่งล้วนแล้วแต่มีประโยชน์ต่อผู้ที่สนใจเป็นอย่างดีและสามารถเข้าไปค้นคว้าหาความรู้ใส่ตนเองได้ ยังมีสาระน่ารู้ที่มีประโยชน์อีกมากมายที่ควรค่าแก่การศึกษาภายในมหาวิทยาลัยแห่งนี้ ผู้ที่สนใจก็ลอง เข้าไปศึกษาค้นคว้าเก็บเกี่ยวประสบการณ์ได้เป็นประจำทุกวัน.

ธเนส อนุดิษฐ