 |
หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ [ วันศุกร์ ที่ 31 เดือน กรกฎาคม 2552 ] |
|
| อย.เตือนใช้เจลล้างมือเสี่ยงติดไฟ |
ที่กระทรวงสาธารณสุข เมื่อเวลา 14.00 น. วันนี้(30 ก.ค.) นพ.ปราชญ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยภายหลังการประชุมหัวหน้าส่วนราชการระดับปลัดกระทรวง ที่มีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ว่า ที่ประชุมมีการพิจารณาในหลายประเด็น โดยเน้นการแก้ไขปัญหาสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ชนิดเอ (เอช 1 เอ็น 1) หรือโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 โดยนายกรัฐมนตรีขอให้ทุกส่วนราชการช่วยกันควบคุมการแพร่ระบาดของโรค และเน้นให้ประชาชนดูแลตนเอง หากพบว่าตนเองป่วยเป็นไข้ก็ให้อยู่บ้าน นอกจากนี้ให้ทุกหน่วยงานช่วยกันดูแลความสะอาด และขอความร่วมมือในการประชาสัมพันธ์สร้างความรู้ความเข้าใจให้กับประชาชนในเรื่องหวัด 2009
ผู้สื่อข่าวถามว่า ในที่ประชุมนายกรัฐมนตรีได้กล่าวถึงตัวเลขผู้เสียชีวิตจากโรคไข้หวัดใหญ่ 2009 ที่เพิ่มขึ้นหรือไม่ นพ.ปราชญ์ กล่าวว่า ประเทศอื่นไม่รายงานแล้ว องค์การอนามัยโลกก็ไม่รายงาน มีแต่ของประเทศไทยที่ยังรายงานอยู่ ทั้งที่ความเป็นจริงไม่ต้องแล้ว ต่อซักถามว่า การให้คลินิกจ่ายยาต้านไวรัสโอเซลทามิเวียร์ นายกรัฐมนตรีได้พูดเรื่องนี้ในที่ประชุมหรือไม่ นพ.ปราชญ์ กล่าวว่า ท่านกำชับให้ประชาชนต้องเข้าถึงยาหากป่วย และต้องได้รับบริการทางการแพทย์อย่างเร็วที่สุด
ด้าน นพ.เรวัต วิศรุตเวช อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยถึงกรณีที่มีอาจารย์แพทย์ที่ จ.เชียงใหม่เสียชีวิตจากโรคหวัด 2009 ว่า ตนรู้จักนายแพทย์ท่านนี้เป็นการส่วนตัว ซึ่งปัจจุบันท่านมีอายุ 57 ปี และป่วยด้วยโรคประจำตัวหลายโรค ทั้งโรคตับแข็ง โรคไตวายเรื้อรัง เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และเมื่อติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 เลยส่งผลให้ภาวะโรครุนแรง อาการทรุดหนัก และเสียชีวิตด้วยหัวใจล้มเหลว ซึ่งก่อนหน้านี้ยังได้เข้ารักษาตัวด้วยโรคท้องร่วงรุนแรง
นพ.เรวัต ยังได้กล่าวถึงกรณีที่มีรายงานยืนยันว่า หญิงตั้งครรภ์ที่ได้รับเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 จะเสี่ยงต่อภาวะโรครุนแรงถึงคนทั่วไป 4 เท่าว่า เรื่องนี้ตนได้กำชับทุกโรงพยาบาลในสังกัดกรมการแพทย์แล้วว่า หากมีหญิงตั้งครรภ์มารักษาที่โรงพยาบาลต้องให้สวมหน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันการรับเชื้อ และต้องดูแลเป็นพิเศษ อย่างไรก็ตามจากรายงานหญิงตั้งครรภ์ที่ป่วย และรับเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลที่ผ่านมา ซึ่งเป็นผู้ป่วยหนัก มีทั้งหมด 8 ราย เสียชีวิต 3 ราย และยังรักษาตัวในขณะนี้ 4 ราย
ด้าน นพ.พิพัฒน์ ยิ่งเสรี เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กล่าวถึงกรณีที่มีการส่งต่ออีเมล์เตือนระวังเจลล้างมือติดไฟ โดยยอมรับว่า ข้อมูลดังกล่าวเป็นความจริง เนื่องจากเจลล้างมือมีส่วนผสมสำคัญคือแอลกอฮอล์ที่ใช้ล้างแผลทั่วไป ที่นอกจากมีคุณสมบัติในการฆ่าเชื้อโรค และยังสามารถติดไฟได้ง่าย ดังนั้นเจลล้างมือจึงติดไฟได้ง่ายเช่นกัน หากถูกสะเก็ดหรือเปลวไฟ โดยเฉพาะในผู้สูบบุหรี่ ทั้งนี้ผู้ที่ใช้เจลล้างมือหลังชโลมเปียกทั่วมือแล้วจึงควรรอให้แห้งก่อน ซึ่งใช้เวลาเพียงครึ่งนาที แอลกอฮอล์ก็จะระเหยไป และหลังจากที่แห้งแล้วก็ไม่เป็นอันตรายใดๆ ดังนั้น การล้างมือด้วยน้ำและสบู่จึงดีที่สุด.
| |
|
|
|
 |
| |