Follow us      
  
ทำอย่างไรเมื่อลูกเอาแต่ใจตัวเอง




 

เด็กที่เอาแต่ใจตัวเอง จะเป็นเด็กที่มีพฤติกรรมอ่อนกว่าวัย คิดและทำอะไรเพื่อตัวเองเท่านั้น ไม่ค่อยนึกถึงผู้อื่น มีการเรียกร้องความสนใจสูง คอยไม่เป็น อยากได้อะไรต้องให้ได้ทันที ยอมแพ้ไม่เป็นและบ่อยครั้ง ที่จะลงท้ายด้วยการอาละวาดเพื่อให้ได้ตามที่ต้องการ

การเอาแต่ใจตัวเองของเด็กนั้นเป็นผลมาจากการ เลี้ยงดูของผู้ใหญ่โดยเด็กจะเรียนรู้จากวิธีที่ผู้ใหญ่ตอบสนอง

ต่ออารมณ์และความต้องการของเด็กซึ่งแบ่งลักษณะและสาเหตุการเอาแต่ใจตัวเองของเด็กได้ดังนี้

ในทารกแรกเกิดจนถึงอายุ 2-3 เดือน เป็นวัยที่

เด็กยังไม่สามารถเรียนรู้ที่จะควบคุมความต้องการ เมื่อเด็กหิว เปียก ไม่สบาย หรือเกิดความเครียดและต้องการผ่อนคลาย เด็กจะร้องจนกว่าจะได้รับการตอบสนองต่อความต้องการของเด็กโดยไม่มีข้อแม้ การอุ้มปลอบ กล่อม เป็นสิ่งจำเป็นที่จะให้เด็กได้รับความอบอุ่น และเกิดความมั่นใจขึ้น อาการร้องลักษณะนี้จะค่อย ๆ ลดลง เมื่ออายุ 3-4 เดือน จะหายไปในที่สุด

วัยเริ่มสอนเดิน และวิ่งไปมาด้วยตัวเองได้

เด็กยังไม่สามารถเรียนรู้ที่จะควบคุมความต้องการ เมื่อเด็กหิว เปียก ไม่สบาย หรือเกิดความเครียดและต้องการผ่อนคลาย เด็กจะร้องจนกว่าจะได้รับการตอบสนองต่อความต้องการของเด็กโดยไม่มีข้อแม้ การอุ้มปลอบ กล่อม เป็นสิ่งจำเป็นที่จะให้เด็กได้รับความอบอุ่น และเกิดความมั่นใจขึ้น อาการร้องลักษณะนี้จะค่อย ๆ ลดลง เมื่ออายุ 3-4 เดือน จะหายไปในที่สุด

วัยเริ่มสอนเดิน และวิ่งไปมาด้วยตัวเองได้

เป็นวัยที่เริ่มเห็น ชัดเจนถึงการเอาแต่ใจตัวเอง เพราะอยากจะอยากรู้อยากเห็น อยากหัดอยากลอง กำลังเรียนรู้สิ่งแวดล้อมด้วยตัวเอง

ในขวบที่ 2 เด็กจะเริ่มสร้างพัฒนาการด้วยความ

เป็นตัวของตัวเอง เด็กวัยนี้จะกำลัง “ซน” และ “ดื้อ” เริ่มไม่เชื่อฟัง เด็กยังไม่สามารถระงับความอยากของตนได้ ยังไม่รู้ว่าอะไรทำได้หรือไม่ได้ และยังไม่สามารถสื่อสารความต้องการออกมาเป็นคำพูดอย่างที่ใจนึก ความหงุดหงิดคับข้องใจยิ่งมีได้สูง ยิ่งถ้าถูกห้ามถูกขัดใจอยู่เสมอ เด็กจะมีอารมณ์โกรธไม่พอใจได้บ่อย ๆ ผู้ใหญ่ที่ดูแลเด็กจึงแสดงอารมณ์กับเด็กได้ง่าย และมีอารมณ์เสียต่อกันได้บ่อยๆ ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ ซึ่งถ้าผู้ใหญ่มีปฏิกิริยาตอบโต้ลงโทษรุนแรง เด็กก็จะต่อต้าน ถ้าเพิกเฉยไม่จำกัดพฤติกรรมเด็กก็จะเอาแต่ใจ เพราะไม่รู้จักการปฏิบัติที่เหมาะสมเมื่อเติบโตขึ้น

ช่วงอายุ 18 เดือน – 3 ปี เป็นวัยที่กำลังดื้อ

ไม่ทำตามผู้ใหญ่ เอาแต่ใจตัวเอง เพราะเขาเริ่มรู้ว่าตนเองแตกต่างจากผู้อื่น มีความสามารถจะตกลงใจทำกิจกรรมต่างๆ เช่น การกิน การถ่าย ฯลฯ ได้เอง จึงเริ่มแสดงวิธีการของตนเอง และไม่ทำตามที่ผู้ใหญ่บอกเสมอไป

เด็กเอาแต่ใจ อาจเป็นเด็กที่มีความบกพร่องบางอย่างทำให้เข้าใจอะไรยาก เช่น ปัญญาอ่อน เด็กที่มีปัญหาการพูด เด็กจะแสดงอารมณ์มากกว่าเด็กออทิสติกจะไม่สนใจบุคคล เลือกทำเฉพาะสิ่งที่ตนสนใจ เด็กไฮเปอร์แอ็คทีฟ จะมีความสนใจสั้น ไม่อดทน ใจร้อน ตลอดจนเด็กที่มีพื้นฐานอารมณ์ที่เลี้ยงยากปรับตัวยาก เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม สาเหตุสำคัญของเด็กที่เอาแต่ใจตัวเองนั้นมาจากการเลี้ยงดูของผู้ใหญ่ ที่ตามใจมากเกินไป ทำให้เด็กเคยตัวจะเอาอะไรก็ต้องได้ทันที เด็กจึงไม่เรียนรู้ที่จะรอคอย หรือคำนึงถึงเหตุผล นำไปสู่พฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม เช่น การอาละวาด เพราะเรียนรู้ว่าการทำพฤติกรรมนั้นแล้วจะได้สิ่งที่ตนต้องการ การที่ผู้ใหญ่ปล่อยให้เด็กเล่นตามลำพัง หรือไม่ไวต่อการห้ามปราม เมื่อเห็นเด็กกระทำไม่เหมาะสม เด็กก็จะเคยชินต่อการตามใจตนเอง ไม่เรียนรู้ระเบียบกฎเกณฑ์ต่างๆ นอกจากนี้ความรู้สึกสงสารเด็กจากปัญหาต่างๆ เช่น เจ็บป่วย ครอบครัวแตกแยกก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ผู้ใหญ่เอาแต่ใจและตามใจมากเกิน ไป

การแก้ไข้

* ต้องเข้าใจถึงพัฒนาการของเด็กวัยทารก

ซึ่งจะเอาแต่ใจตนเองเป็นพื้นฐาน ยังไม่เรียนรู้ที่จะควบคุมความต้องการของตนเองได้ ผู้ใหญ่มีหน้าที่ต้องตอบสนองความต้องการนั้น เช่น เมื่อเด็กร้องเมื่อหิวนม ขณะชงนมผู้ใหญ่อาจส่งเสียงปลอบเด็กเพื่อฝึกให้เด็กรู้จักรอคอยแทนที่จะรีบ ให้นมทันที โดยวิธีนี้เด็กจะค่อย ๆ พัฒนาที่เรียนรู้การอดทนรอคอยด้วยการช่วยเหลือของผู้ใหญ่

* การให้เด็กเล่นหรือทำอะไร ต้องมีขอบเขต

จำกัดไว้เสมอ เพื่อฝึกเด็กหัดเผชิญกับข้อห้ามและข้อบังคับ ฝึกให้รู้จักควบคุมตนอง แต่ผู้ใหญ่ไม่ควรใช้คำพูดพร่ำเพรื่อเมื่อบอกว่า “หยิบไม่ได้” ต้องลุกไปหยิบของชิ้นนั้นออก หาชิ้นอื่นให้แทน เป็นต้น

* การตามใจหรือปล่อยมากเกินไปเป็นข้อพึง

ระวังที่สุด ต้องเข้าใจว่าเด็กมีสิทธิ์แสดงอารมณ์ได้เมื่อเด็กร้องหรืออาละวาดเวลาที่ถูกขัดใจ ผู้ใหญ่ต้องหนักแน่น อดทน เอาจริงอย่างสม่ำเสมอ

* การสอนเด็กให้รู้จักร่วมมือกับผู้อื่น

เขาต้องรู้สึกว่าได้รับความร่วมมือจากผู้ใหญ่ เช่นกัน ไม่ควรเอาชนะเด็กตรงๆ แต่ให้รู้สึกว่าการทำด้วยกันช่วยเหลือกัน มีน้ำใจแบ่งปันกัน เป็นเรื่องน่ายินดี เมื่อเด็กอายุย่างปลายขวบที่ 2 จะแสดงความเห็นใจผู้อื่นได้แล้ว เช่น แบ่งขนม โอ๋แม่ที่ไม่สบาย เป็นต้น

ผู้ใหญ่ควรปฏิบัติต่อเด็กด้วยหลักการที่มีเหตุผลเด็กจะค่อยๆเรียนรู้และเลียนแบบจากการปฏิบัติของพ่อแม่จนในที่สุดการเอาแต่ใจตัวเองจะน้อยลง ยอมฟังเหตุผลมากขึ้นการฝึกเด็กให้ค่อยๆช่วยเหลือผู้อื่น

มีการแสดงการยอมรับและชื่นชมการกระทำของเขา จะช่วยให้เด็กนึกถึงตัวเองน้อยลงและนึกถึงคนอื่นมากขึ้นซึ่งกว่าจะเห็นผลก็เมื่อถึงวัยประถมปลาย

 



ข่าวสารและบทความดีๆจาก : รพ.สวนปรุง http://www.suanprung.go.th/sp_story/index15.html

 
pageview  686659    
สำนักงานพัฒนาระบบข้อมูลข่าวสารสุขภาพ Health Information System Development Office (HISO)
ห้อง A3 ชั้น 3 อาคาร 4Plus Buiding เลขที่ 56/22-24 ซอยงามวงศ์วาน 4 ต.บางเขน อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000
Tel : 02-5892490-2 Fax : 02-5892493 www.healthinfo.in.th
 
© Health Information System Development Office (HISO) . All Rights Reserved