Follow us      
  
สื่อกับวิถีชีวิตของเยาวชน




 

ไม่มีใครปฏิเสธว่า สื่อเป็นปัจจัยหนึ่งที่อยู่ในวิถีชีวิตของเยาวชนและส่งผลต่อความคิดและพฤติกรรมจริงๆ เราไม่สามารถป้องกันสื่อที่สร้างผลกระทบด้านลบกับชีวิตเยาวชนได้ ขณะเดียวกันสื่อก็เป็นเครื่องมือในการเปิดโลกทัศน์ เข้าถึงข้อมูลและให้การรับรู้ถึงสิ่งต่างๆในโลกใบนี้ได้ อิทธิพลของสื่อจึงมีผลกับชีวิตในระดับเซลล์สมอง ในระดับจิตวิญญาณ แต่ปรากฏการณ์ที่ผ่านมานั้น เยาวชนสวนใหญ่เป็นผู้ใช้ผู้เสพสื่อ สื่อจึงเป็นส่วนหนึ่งของเยาวชน และเยาวชนเป็นส่วนหนึ่งของสื่อ เมื่อความสัมพันธ์ระหว่างสื่อกับเยาวชนแน่นแฟ้นอย่างนี้แล้ว พลังของสื่อย่อมมีอำนาจเหนือกว่าพลังของเยาวชนเป็นแน่

หากย้อนกลับไปในยุคแรกของการศึกษาทฤษฎีทางด้านสื่อมวลชนพบว่า นักคิดส่วนใหญ่เชื่อในพลังอำนาจของสื่อ ซึ่งมีทฤษฎีอธิบายได้คือ ทฤษฎีกระสุนปืน (Magic Bullet Theory) ต้นกำเนิดของทฤษฎี กระสุนปืนนั้นมาจากภาคปฏิบัติการพิเศษชนิดหนึ่งที่เรียกว่า “การโฆษณาชวนเชื่อ” (Propaganda) ในบริบทพิเศษช่วงหนึ่งในภาวะสงครามของสังคมตะวันตก แนวคิดทั่วไปเกี่ยวกับทฤษฎีนี้เชื่อว่า “สื่อมีอิทธิพลอย่างมหาศาล” ต่อผู้รับสาร สิ่งใดที่ใส่ไว้ในสื่อ จะสามารถพุ่งเข้าใส่ผู้รับสารได้อย่างได้ผลทันทีทันใด แล้วยังมีทฤษฎีทางด้านสังคมศาสตร์ที่หนุนหลังแนวคิด “การโฆษณาชวนเชื่อ” คือ Behaviorism ทฤษฎีนี้มีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า Stimulus Response Theory ( หรือ S-R Theory) เรื่อง สิ่งเร้า-ตอบสนองที่อธิบายพฤติกรรมของสัตว์นั้นสามารถนำมาใช้อธิบายกับมนุษย์ได้เช่นกัน นักทฤษฎีสื่อสารมวลชนจะพิจารณาว่า ตัวสื่อนั้นจะทำหน้าที่ประดุจสิ่งเร้าภายนอก(Stimulus) ที่สามารถกระตุ้นให้เกิดปฏิกริยาตอบสนองแบบต่างๆได้ และอีกทฤษฎีที่สำคัญคือ Freudianism โดย Freud เชื่อว่า การกระทำต่างๆของมนุษย์มีผลมาจากกระบวนการทำงานทางจิตของมนุษย์ซึ่งประกอบด้วย 3 ระบบ คือ Id เป็นตัวแทนของสัญชาตญาณที่เป็นความต้องการที่ไร้เหตุผลของมนุษย์ Superego ซึ่งเป็นตัวแทนของกฏระเบียบทางสังคม และ Ego ซึ่งเป็นผู้ประสานความต้องการระหว่าง 2 ฝ่าย จากแนวคิดดังกล่าวนักทฤษฎีด้านการโฆษณาชวนเชื่อได้นำเอาทฤษฎี Freudian มาใช้อธิบายผลในทางลบที่เกิดจากอิทธิพลของสื่อมวลชน ว่างานโฆษณาชวนเชื่อที่จะใช้ให้ได้ผลก็คือ งานโฆษณาที่สามารถจะกระตุ้นพลังจาก Id ให้ตื่นตัวขึ้นมาจน Ego ไม่อาจควบคุมได้

พอเห็นเช่นนี้ เราสามารถมองเยาวชนในฐานะ “เหยื่อ” ของสื่อได้หรือไม่และมีผลกระทบอะไร

อิทธิพลของสื่อเชิงบ่มเพาะ

อิทธิพลของสื่อที่เกิดขึ้นได้เนื่องจากสื่อเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของเยาวชน หากชวนกันวิเคราะห์ความสัมพันธ์ของเยาวชนกับสื่อจะพบเห็นใน 2 บทบาท คือบทบาทผู้รับสื่อ และบทบาทผู้ใช้สื่อ สื่อที่เกี่ยวข้องกับบทบาทผู้รับสื่อ เช่น โทรทัศน์ วิทยุ เครื่องเล่นMP3/CD ภาพยนตร์ หนังสือการ์ตูน เป็นต้น สื่อที่เกี่ยวข้องกับบทบาทผู้ใช้สื่อ ได้แก่ โทรศัพท์ อินเตอร์เน็ท วิทยุชุมชน หอกระจายข่าว เสียงตามสาย วีดีโอคลิป เป็นต้น ซึ่งไม่ว่าจะอยู่ในบทบาทไหน สื่อก็มีอิทธิพลในเชิงบ่มเพาะเรื่องต่างๆดังนี้

บริโภคนิยม มีฟุ่มเฟือย(ช๊อปไว้-ใช้แหลก) ฟาสท์ฟูด(แดกด่วน) เสี่ยงต่อทุขภาพ รายจ่ายสูง

ทางเพศ เพศสัมพันธ์วัยเรียน ล่วงละเมิด หลงในมายาคติทางเพศ เสพติดเซ็กส์

แนวโน้มบุคลิกและนิสัย ใช้ความรุนแรง มนุษยสัมพันธ์ต่ำ โลกส่วนตัวที่สูง ครอบครัวถูกมองข้าม คนแปลกหน้าได้รับไว้วางใจ

ดูแล้วสื่อช่างโหดร้ายเหลือเกิน มันมีผลกระทบกับเยาวชนขนาดนั้นจริงหรือ ต้องช่วนกันดูสิ่งที่ปรากฏในพื้นที่จากผู้ที่คลุกคลีอยู่กับเด็ก

ครูระดับมัธยมศึกษาในสงขลาเห็นปัญหาและตระหนักกับสถานการณ์ดังกล่าวร่วมกัน

โครงการเยาวชนเท่าทันสื่อได้เปิดวงให้อภิปรายแลกเปลี่ยนถึงสถานการณ์เยาวชนกับสื่อเพื่อสะท้อนข้อมูลเชิงประจักษ์ของครู/อาจารย์ทุกท่านนำไปสู่การจัดกิจกรรมในกิจกรรมพัฒนาเยาวชนเพื่อเท่าทันสื่อ ซึ่งสรุปประเด็นหลักได้ดังนี้

สถานการณ์เยาวชนกับสื่อ

“เด็กถูกเลี้ยงด้วยสื่อ” เด็กและเยาวชนจำนวนไม่น้อยที่ถูกปล่อยให้ใช้ชีวิตอยู่กับสื่อ เนื่องจากด้วยหลายสาเหตุ เช่น ผู้ปกครองต้องดิ้นรนทำมาหากิน ไม่มีเวลาอยู่กับลูก ผู้ปกครองให้เงินลูกได้ใช้จ่ายในการเสพสื่อต่างๆคิดว่าดีกว่าไปยุ่งกับยาเสพติด เป็นต้น ซึ่งปัจจัยครอบครับเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้เด็กอยู่กับสื่อมาก ฉะนั้นปัญหาเรื่องสื่อจึงเป็นปัญหาที่เกี่ยวพันในระดับครอบครัว ไม่ใช่เฉพาะตัวเด็กเท่าทัน

“เด็กติดเกมส์” การใช้เวลาว่างของเด็กจำนวนหนึ่งมาอยู่กับเกมส์ออนไลน์ ตามร้านเกมส์ต่างๆ ซี่งเป็นแหล่งของเยาวชนนอกเวลาเรียน จนทำให้เด็กบางคนติดเกมส์ ใช้เวลาอยู่กับกับเกมส์มาก แบ่งเวลาแยกแยะไม่ถูก ส่วนหนึ่งก็เป็นผลจากการที่พ่อแม่ไม่ได้เอาใจใส่เพียงพอ และร้านเกมส์ต่างๆส่วนใหญ่จะอยู่ใกล้โรงเรียน ไม่ห่างนัก เดี๋ยวนี้ร้านเกมส์เปิดตลอด 24 ชม. มีวิธีการดึงดูดเด็ก ยิ่งเล่นช่วงดึกยิ่งลดราคา ปัญหาเด็กติดเกมส์มีผลต่อสุขภาพของเด็กโดยตรง ท้งเรื่องสายตา เชื่อโรคที่อยู่ที่โซฟานั่งและที่บังคับเกมส์ และเนื้อหาที่อยู่ในเกมส์ปลูกฝังกับเด็ก

“พฤติกรรมทางเพศ” พฤติกรรมทางเพศหลายอย่างที่เกิดกับเด็กมักจะเรียนแบบกับสื่อ โดยเฉพาะสื่อทางทีวีเป็นตัวแบบที่สำคัญของการแสดงออกทางเพศของเด็ก เช่นการแต่งตัว การวางตัวกับเพศตรงข้าม กริยาท่าท่าที่เหมาะสม ค่านิยมต่างๆที่มากับละคร เป็นต้น แล้วเด็กก็นำไปปฏิบัติเป็นแบบอย่าง

“สื่อลามกในมือถือ” เดี๋ยวนี้มือถือสามารถดูวีดีโอกันได้ ในมือถือรุ่นใหม่จะสามารถเก็บคลิปวีดีโอ แล้วคลิบส่วนใหญ่ที่เด็กมีคือ คลิปโป้ เวลาคนหนึ่งเปิดดูก็จะมีเพื่อนมารุมกันเป็นโขยง แล้วมือถือแต่ละเครื่องเดี๋ยวนี้มีบลูทูธสามารถส่งคลิปกันระหว่างเครื่องได้ เวลาริบมือถือของเด็กได้แล้วนำมาเปิดดูในเครื่องก็จะมีแต่คลิปโป้ทั้งนั้น

เมื่อเป็นเช่นนี้แล้วจะมีแนวทางการพัฒนาเยาวชนเพื่อเท่าทันสื่อได้อย่างไร

เริ่มที่แกนนำเยาวชน

“การเริ่มดำเนินกิจกรรมของโครงการน่าจะเริ่มที่เยาวชนแกนนำก่อน จัดการอบรมให้แกนนำรู้และเข้าใจเรื่องเท่าทันสื่อ แล้วนำไปขยายผลต่อให้เพื่อนในโรงเรียน แต่ละโรงเรียนจะมีกิจกรรมของตนเอง ก็ชักชวนเพื่อนต่างโรงเรียนให้มาร่วมมาช่วย ให้แกนนำแต่ละโรงเรียนได้วนสลับกันไปช่วยโรงเรียนอื่นๆจะทำให้สร้างความน่าสนใจกับเด็กได้ ว่ามีเพื่อนต่างโรงเรียนร่วมกิจกรรมด้วย”

ให้โอกาสกับเด็กคิดและปฏิบัติเอง

“กิจกรรมน่าจะมีการเปิดโอกาสให้เด็กช่วยกันคิดและช่วยกันทำ โดยที่เราเป็นคนจัดโอกาสให้เด็กได้เกิดการเรียนรู้ในเรื่องสื่อ ให้รู้สึกว่ากิจกรรมที่เขาทำเป็นกิจกรรมของเขาเอง”

ต้องขยับระดับรัฐด้วย

“จริงๆแล้วงานที่เราทำนี้มันเป็นเพียงงานเล็กๆที่ทำให้กับเยาวชน เด็กที่ร่วมกิจกรรมก็จะพัฒนาได้ แต่สื่อที่เด็กดูเด็กเสพนั้นมาจากส่วนกลาง ยังไม่ได้มีการควบคุมให้เหมาะกับเด็ก เรามันตัวเล็กๆที่เราทำก็ทำกับตัวเล็กๆ แต่ตัวใหญ่ยังเป็นอยู่อย่างนี้ก็ลำบาก น่าจะต้องทำให้รัฐรับรู้ถึงด้วย”

เริ่มที่พ่อแม่ด้วยก็ดี

“อย่างที่ได้พูดคุยกัน ปัญหาสื่อกับเด็กไม่ได้อยู่ที่เด็กคนเดียว ปัจจัยอยู่ที่ครอบครัว ฉะนั้นถ้าทำกิจกรรมน่าจะทำกับพ่อแม่ของเด็กด้วยจะได้รับรู้ปัญหาและหาทางแก้ปัญหาร่วมกัน ไม่ปล่อยให้เป็นภาระของโรงเรียนฝ่ายเดียว”

ใช้ข้อมูลเชิงตัวเลขเศรษฐศาสตร์

“ในการทำกิจกรรมพยายามใช้ข้อมูลทางตัวเลขมาชี้ให้เด็กเห็นถึงมูลค่าที่เสียไป เช่น เสียงเพลงรอยสายจ่ายเดือนละ 30 บาทต่อเครื่อง คิดว่ามีคนใช้บริการนี้ 20 ล้านเครื่อง เป็นเงิน 600 ล้านบาทต่อเดือน ใครเป็นคนได้ ก็คือบริษัทมือถือ ใครเป็นคนเสีย ก็คือพ่อแม่ของเรา 600 ล้านบาทนี้มาจาก เหงื่อที่ตัดยาง มาจากแรงงานที่ทำมาหากินของพ่อแม่เรา ผ่านมือเรา ไปเข้าบริษัทมือถือ บริษัทมือถือได้เพียงคนเดียว พ่อแม่เราทุกคนเป็นคนจ่าย อย่างนี้เป็นต้น เพื่อให้เด็กเห็นว่าทุกอย่างที่เด็กใช้สื่อนั้นมันมีมูลค่าทั้งนั้น และต้องแลกด้วยการทำงานของพ่อแม่”

เห็นแนวโน้มและทิศทางของสิ่งดีๆที่กำลังจะเกิดขึ้น จึงน่าจะประกายความหวังเล็กๆ โดยมี ครูที่มีใจเพื่อเด็ก สานพลังและร่วมมือกัน ใช้โอกาสของโครงการนี้ในการพัฒนาเยาวชนให้เป็นบุคคลที่มีทักษะชีวิตในการเสพสื่ออย่างมีวิจารณญาณ เพื่อให้เกิดการรู้เท่าทันสื่อและไม่ตกอยู่ภาวะที่ถูกกระทำจากสื่อ โดยผ่านกระบวนการที่ออกแบบในแนวคิดที่ว่า “เรียนรู้ (วิเคราะห์สื่อเป็น อ่านสื่อออก) เท่าทัน(ประเมินคุณค่า เห็นเจตนา) พอประมาณ(เลือกสรรพอเหมาะ ใช้สื่ออย่างพอดี)”

 



ข่าวสารและบทความดีๆจาก : www.oknation.net

 
pageview  776082    
สำนักงานพัฒนาระบบข้อมูลข่าวสารสุขภาพ Health Information System Development Office (HISO)
ห้อง A3 ชั้น 3 อาคาร 4Plus Buiding เลขที่ 56/22-24 ซอยงามวงศ์วาน 4 ต.บางเขน อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000
Tel : 02-5892490-2 Fax : 02-5892493 www.healthinfo.in.th
 
© Health Information System Development Office (HISO) . All Rights Reserved