Follow us      
  
โรคและความผิดปกติของระบบเลือด




 

นายแพทย์สุรพล อิสรไกรศีล

 

โรคเลือดไม่ได้มีเฉพาะมะเร็งเท่านั้น ที่สำคัญและพบบ่อย คือภาวะโลหิตจาง เกิดจาการที่มีจำนวนเม็ดเลือดแดงน้อยลง ซึ่งคนไข้จะมีอาการมากน้อยแค่ไหน ขึ้นอยู่กับว่าโลหิตจางเกิดเร็วหรือช้าอย่างไร ถ้าเกิดเร็วคนไข้จะ มีอาการมาก แต่ถ้าค่อยเป็นค่อยไป อาการก็จะไม่มาก คนไข้เหล่านี้ มักมีอาการค่อนข้างเรื้อรัง”

โรคเลือดหรือความผิดปกติ ที่เกี่ยวข้องกับโลหิตวิทยา เป็นภาวะผิดปกติอย่างหนึ่งที่ใกล้ตัวทุกคน ไม่ว่าเด็ก ผู้ใหญ่หรือคนสูงอายุ ทั้งยังอาจเกี่ยวข้องกับโรคอื่นๆ อีกหลายโรค เช่น การเจ็บป่วย การได้รับอุบัติเหตุอันเป็นเหตุให้เสียเลือด กระนั้นก็ดี หลายคนมักไม่ทราบว่าตนเองป่วยจากโรคเลือด อาการสำคัญที่คนไข้มาโรงพยาบาล ได้แก่ โลหิตจาง เลือดออก มีไข้ ตับม้ามหรือต่อมน้ำเหลืองโต ในปัจจุบันโรคเลือดส่วนใหญ่สามารถรักษาให้หายขาดได้ หรืออย่างน้อยก็รักษาให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้ ฉบับนี้เราจึงเดินทางมาที่โรงพยาบาลวัฒโนสถ ในซอยศูนย์วิจัย ขึ้นมายังชั้นสาม ศูนย์โลหิตวิทยากรุงเทพ เพื่อพูดคุยกับนายแพทย์สุรพล อิสรไกรศีล แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางโลหิตวิทยา เกี่ยวกับเรื่องนี้ คุณหมอให้ข้อมูลว่า “ปกติคนไข้ที่มีปัญหาเรื่องโรคเลือดมีกระจัดกระจาย และมีการดูแลรักษาในแผนกต่างๆ อยู่แล้ว แต่ไม่ได้เป็นการดูแลรักษาเฉพาะทางอย่างครบวงจร ซึ่งปัจจุบันเนื่องจากมีคนไข้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับโรคเลือดมากขึ้น เช่น โรคซีด โรคที่มีเลือดออกผิดปกติ หรือโรคที่เกี่ยวข้องกับความผิดปกติของเม็ดเลือด โรคเลือดอาจมีสาเหตุจากกรรมพันธุ์ หรือเกิดขึ้นเนื่องจากความผิดปกติของสิ่งแวดล้อม ในปัจจุบันมีการใช้สารเคมีมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นโรงงานอุตสาหกรรม ผลิตภัณฑ์อาหารซึ่งใช้วิธีการทางอุตสาหกรรมมากขึ้น การเลี้ยงสัตว์ และปศุสัตว์ สิ่งต่างๆ เหล่านี้ทำให้ได้รับสารเคมีมากขึ้น ซึ่งในชีวิตประจำวัน ยากที่จะหลีกเลี่ยงได้ อาจทำให้เกิดโรคเลือดได้โดยที่บางทีก็ไม่รู้ตัว บางก็มีอาการไม่ชัดเจน มีแค่ความล้า ความเหนื่อยของร่างกาย” ลิมโฟมา-มะเร็งต่อมน้ำเหลือง

“โรคเลือดแบ่งเป็น 2 กลุ่มหลักๆ กลุ่มแรกเป็น โรคเลือดโดยตรง เป็นความผิดปกติของเม็ดเลือด เป็นสาเหตุจากเม็ดเลือดเอง กล่าวคือมีการสร้างเม็ดเลือดผิดปกติ หรือมีจำนวนน้อยหรือมากกว่าปกติ ส่วนอีกกลุ่มที่พบได้บ่อยกว่าคือ เป็นโรคระบบอื่นแล้วมีอาการหรือการแสดงทางเลือดที่ผิดปกติ ที่พบมากเป็นเพราะว่าเลือดเกี่ยวข้องกับอวัยวะอื่นเกือบทุกระบบ เมื่อมีความผิดปกติเกิดขึ้นกับระบบใดระบบหนึ่ง แล้วมีผลกระทบทำให้เกิดความผิดปกติทางเลือด การเปลี่ยนแปลงทางเลือดอาจเป็นอาการนำให้คนไข้มาโรงพยาบาลได้ เช่น คนไข้ที่เป็นมะเร็งกระเพาะอาหารหรือมะเร็งลำไส้ใหญ่ พวกนี้ก็อาจจะมาโรงพยาบาลด้วยเรื่องโลหิตจาง แล้วมาตรวจพบว่าเป็นมะเร็งดังกล่าว เป็นต้น”

..ทีนี้ผมอยากพูดถึงรายละเอียดของโรคทั้งสองกลุ่ม กลุ่มแรกคือ โรคเลือดโดยตรง ที่กลัวกันมากที่สุดคือ โรคมะเร็งระบบเลือด ซึ่งที่พบบ่อยที่สุดคือ มะเร็งต่อมน้ำเหลือง หรือลิมโฟมา (Lymphoma) เป็นมะเร็งที่เกิดทีต่อมน้ำเหลืองหรืออวัยวะอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับระบบน้ำเหลือง อาการสำคัญของคนไข้ คือ ต่อมน้ำเหลืองโต เช่น ต่อมน้ำเหลืองที่คอ ไหปลาร้า รักแร้ และขาหนีบ ต่อมน้ำเหลืองโตที่ช่องทรวงอก ไปกดหลอดเลือดดำใหญ่ ทำให้เลือดกลับสู่หัวใจไหลได้ไม่ค่อยดี คนไข้ก็อาจจะมาด้วยอาการบวม หน้าบวม คอบวมหรือหน้าอกบวม หรืออาจจะมีต่อมน้ำเหลืองโตที่ขาหนีบ ขาบวม ต่อมน้ำเหลืองโตอาจโตแห่งเดียวหรือหลายๆ แห่ง เซลล์มะเร็งต่อมน้ำเหลืองที่เยื่อหุ้มปอด มีน้ำในช่องเยื่อหุ้มปอด หรืออาจไปที่เยื่อบุช่องท้อง ทำให้มีน้ำในท้อง อาการสำคัญ ได้แก่ มีก้อนจากการที่มีต่อมน้ำเหลืองโต หรือ ต่อมน้ำเหลืองโตแล้วอาจจะไปกดหลอดเลือดดำหรือมีเซลล์ต่อมน้ำเหลืองที่ผิดปกติกระจายไปที่เยื่อบุช่องต่างๆ นอกจากนั้นอาจมีอาการที่ไม่เฉพาะเจาะจง เช่น มีไข้ น้ำหนักลด เหงื่อออกผิดปกติ เป็นต้น

...มะเร็งต่อมน้ำเหลือง เป็นมะเร็งระบบเลือดที่พบมากเป็นอันดับหนึ่ง ซึ่งในปัจจุบันถือเป็นโรคที่สามารถรักษาได้ ทำให้คนไข้มีอายุยืนขึ้น มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ในคนไข้บางรายก็สามารถรักษาให้หายขาดได้” ลูคีเมีย-มะเร็งเม็ดเลือดขาว “โรคกลุ่มที่สองคือ โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว หรือลูคีเมีย เซลล์ลูคีเมียคือเซลล์มะเร็งของตัวอ่อนเม็ดเลือดขาวที่เกิดขึ้นในไขกระดูก โดยจะมีการเพิ่มจำนวนของเซลล์ตัวอ่อน โดยเพิ่มแบบมะเร็ง เพิ่มอย่างไม่มีหยุด มะเร็งเม็ดเลือดขาวแบ่งเป็น 2 ชนิด คือ ชนิดเฉียบพลันและชนิดเรื้อรัง ตามอาการและตามลักษณะของเซลล์มะเร็งที่พบ ชนิดเฉียบพลันจะมีเซลล์มะเร็งที่มีการเพิ่มจำนวนมาก โดยที่เซลล์มะเร็งเหล่านี้ไม่แก่ ยังคงเป็นตัวอ่อน ส่วนชนิดเรื้อรัง เป็นเซลล์มะเร็งที่เพิ่มจำนวนขึ้นสามารถเจริญเป็นตัวแก่ได้ แต่แก่ไม่แก่จนถึงระยะสุดท้าย

...โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวเกิดได้อย่างไร ถ้าเปรียบเทียบง่ายๆมะเร็งเลือดขาวก็เหมือนกับความผิดปกติของโรงงาน สมมติเรามีโรงงานผลิตสินค้าซึ่งขบวนการของการผลิตสินค้ามี 4 – 5 ขั้นตอน มะเร็งเม็ดเลือดขาวเฉียบพลันก็เป็นมะเร็งที่ผิดปกติของขั้นตอนที่ 1 โดยมีการเพิ่มจำนวนของสินค้าที่ยังอยู่ในขั้นตอนที่ 1 แต่ไม่เจริญถึงขั้นที่ 2, 3 , 4 ทำให้มีสินค้าไปขั้นที่ 1 ให้โรงงานจำนวนมาก ถ้าเราผลิตสินค้าได้แค่ขั้นที่ 1 ก็ต้องเก็บสินค้าไว้ในโรงงาน ส่งไปขายไม่ได้ โรงงานของเราก็มีแต่เซลล์มะเร็งตัวอ่อนเต็มไปหมด ทำให้ไม่สามารถผลิต สินค้าปกติ ดังนั้นเวลาคนไข้เป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวเฉียบพลัน คนไข้จะมีเซลล์มะเร็งเม็ดเลือดขาวเต็มไปหมดในไขกระดูก การสร้างเม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาว เกล็ดเลือด ปกติจะมีจำนวนน้อย คนไข้จึงมีเม็ดเลือดปกติน้อยลง ทำให้มีโลหิตจาง เป็นโรคติดเชื้อง่าย จำนวนเกล็ดเลือดต่ำ ทำให้มีเลือดออกผิดปกติ คนไข้จึงมีอาการที่รุนแรง ถ้าเป็นโรคเม็ดเลือดขาวชนิดเฉียบพลัน สมัยก่อนคนไข้จะเสียชีวิตภายใน 2-3 เดือน ภายหลังจากการวินิจฉัยโรค แต่ในปัจจุบันเราสามารถรักษาโรคนี้ให้หายได้

...ส่วนชนิดเรื้อรัง สมมติในการผลิตสินค้ามี 5 ขั้นตอน ถ้าผลิตไปถึงขั้นที่ 4 แล้ว จะสามารถส่งออกไป ระบายออกไปได้ คนที่เป็นโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเรื้อรัง อาการจึงไม่ค่อยมาก อาจตรวจสอบโดยบังเอิญขณะมาเช็กอัพ (ตรวจสุขภาพ) โดยตรวจพบเซลล์มะเร็งเม็ดเลือดขาว ขณะที่คนไข้บางคน มีเซลล์เม็ดเลือดขาวที่เป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวเรื้อรังกระจายตามที่ต่างๆ โดยเฉพาะที่ตับ ม้าม ต่อมน้ำเหลือง คนไข้พวกนี้ก็มาด้วยเรื่องม้ามโต หรือมาด้วยเรื่องต่อมน้ำเหลืองโต แล้วแต่ชนิด โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเรื้อรังจะมีอาการค่อยเป็นค่อยไป ในปัจจุบันสามารถรักษาให้หายได้ มีการพัฒนายาตัวใหม่ในการรักษาโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวเรื้อรัง ชนิด CML คนไข้โรคนี้มีเซลล์มะเร็งเม็ดเลือดขาวเกิดจากมีโปรตีนที่ผิดปกติซึ่งกระตุ้นทำให้เกิดเซลล์มะเร็งเม็ดเลือดขาวที่เพิ่มจำนวนขึ้น ในปัจจุบันมีการผลิตยาที่ไปยับยั้งเอนไซม์ที่ช่วยในการผลิตโปรตีน ได้แก่ ยาในกลุ่ม Tynosine Kinase Inhibitor ยานี้มีประสิทธิภาพในการรักษา แต่ข้อเสียคือยามีราคาแพงมาก และยังต้องใช้ยาตลอดชีวิต หากหยุดยาโรคจะกลับมาเป็นใหม่ได้” มะเร็งไขกระดูก ชนิด Multiple Myeloma

“มะเร็งเม็ดเลือดที่พบได้บ่อยเป็นอันดับสาม คือ มะเร็งไขกระดูกที่เรียกว่า Multiple Myeloma (มัลติเพิล ไมอีโลมา) เกิดจากความผิดปกติของเซลล์ที่เรียกว่าพลาสม่าเซลล์ ซึ่งพลาสม่าเซลล์เป็นเซลล์ที่ทำหน้าที่ในการสร้างแอนติบอดี้ เมื่อได้รับการกระตุ้นจากแอนติเจน เกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกัน คนไข้โรคนี้จะมีอาการได้หลากหลาย เช่น โลหิตจาง ปวดกระดูก บางคนอายุมาก หกล้มนิดเดียวก็มีกระดูกหัก บางคนมีไตวาย บางคนมาด้วยอาการซึมจากการที่มีแคลเซียมสูง หรือบางคนก็มีแค่ปวดกระดูก พวกนี้ส่วนใหญ่ทีแรกไม่ได้มาหาโลหิตแพทย์ ไปหาหมอโรคกระดูก หรือไปหาหมอด้านอื่นๆ กว่าจะวินิจฉัยได้ใช้เวลานาน” โรคหรือความผิดปกติของเลือดอื่นๆ “มะเร็งระบบเลือดทั้งหมดที่ผมพูดไปแล้ว ทั้งมะเร็งต่อมน้ำเหลือง มะเร็งเม็ดเลือดขาว และมัลติเพิล ไมอีโลมา ในปัจจุบันมีความก้าวหน้าในการรักษามากขึ้น มีการนำยาใหม่ๆ มาใช้ทำให้โรคสงบซึ่งเมื่อโรคสงบแล้ว ขั้นตอนต่อไปในการรักษา คือ จะทำอย่างไรให้โรคสงบได้นานที่สุด ทำให้คนไข้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โรคมะเร็งที่ผมกล่าวไปแล้วทั้งสามชนิด หากรวมกัน จะพบมากที่สุด

...ทีนี้โรคเลือดไม่ได้มีเฉพาะมะเร็ง ที่สำคัญและพบบ่อย คือ ภาวะโลหิตจาง เกิดจากการที่มีจำนวนเม็ดเลือดแดงน้อยลง คนไข้จะมีอาการมากน้อยแค่ไหน ก็ขึ้นอยู่กับโลหิตจางว่าเกิดเร็วหรือช้าอย่างไร เช่น โลหิตจางเกิดเร็ว จะมีอาการมาก แต่ถ้าค่อยเป็นค่อยไป อาการก็จะค่อยๆ เกิด ทำให้เป็นเรื้อรัง

...สาเหตุของโลหิตจางมีสามอย่าง คือ หนึ่ง มีการสร้างเม็ดเลือดแดงลดลง สอง มีการทำลายเม็ดเลือดแดงเพิ่มขึ้น และสาม มีการเสียเลือด แต่ทั้งนี้จะเป็นจากโรคอะไรบ้างก็ขึ้นกับว่า โลหิตจางนั้นเกิดเร็วช้าอย่างไร ถ้าโลหิตจางที่เกิดรวดเร็ว ถ้าสัปดาห์ที่แล้วคนไข้ยังสบายดีอยู่ วิ่งจ๊อกกิ้งได้สบาย 3 – 4 กิโลเมตร แต่มาตอนนี้ เกิดอาการแล้ว อ่อนเพลีย วิ่งไม่ไหว เหนื่อย พวกนี้เรียกว่าเฉียบพลัน สาเหตุอาจเกิดจากเลือดออก ถ้าเลือดออกภายนอกมักไม่มีปัญหาในการวินิจฉัย แต่บางรายมีเลือดออกภายใน เช่น เลือดออกในช่องท้องอยู่ข้างในมองไม่เห็น กว่าแพทย์จะวินิจฉัยได้ต้องใช้เวลา เช่น คนไข้ที่ท้องนอกมดลูกหรือคนไข้บางคนที่ประสบอุบัติเหตุแล้วมีการกระแทกท้องด้านซ้ายจนม้ามแตก หรือมีช็อกโกแล็ตซีสต์แตก ทำให้มีเลือดออกภายใน คนไข้เหล่านี้เวลาเลือดออก ปริมาณหลอดเลือดจะลดลง ทำให้ความดันโลหิตต่ำ อาจมีอาการช็อคเกิดขึ้นได้”

…กลุ่มใหญ่อีกกลุ่ม คือ พวกเม็ดเลือดแดงแตก พวกนี้อาจเกิดจากขาดเอนไซม์ มักเป็นผู้ชาย เป็นโรคทางพันธุกรรม จากที่สบายดีมาตลอด แล้วมีโรคติดเชื้อหรือกินยาบางอย่างเข้าไป เช่น ยารักษามาลาเรีย แล้วทำให้มีเม็ดเลือดแดงแตก เมื่อเม็ดเลือดแดงแตก จะทำให้มีอาการซีด ปัสสาวะสีดำ แล้วมาโรงพยาบาล บางรายมีโปตัสเซียมสูงหรือมีภาวะไตวาย

...โรคที่สองที่อาจพบได้ คือ ธาลัสซีเมีย ที่เรียกว่าฮีโมโกลบินเอ็ช (Hb H disease) พวกนี้เป็นธาลัสซีเมียชนิดหนึ่งซึ่งมีอาการน้อย หน้าตามักไม่มีการเปลี่ยนแปลง หน้าตาเหมือนคนปกติแบบเรา แต่อาจจะมีผิวซีดนิดหน่อย เมื่อมีโรคติดเชื้อเกิดขึ้นจะมีไข้ เม็ดเลือดแดงจะแตกอย่างรวดเร็ว ทำให้มีโลหิตจาง ปัสสาวะสีเข้ม

...และโรคที่สาม คือ เกิดจากผนังของเซลล์เม็ดเลือดแดงผิดปกติ เช่นโรค Hereditary spherocytosis พวกนี้อาจมาด้วยเม็ดเลือดแดงแตกเฉียบพลันได้”

… โรคที่สี่ เกิดจากมีแอนติบอดีย์ต่อเม็ดเลือดแดง ทำให้แอนติบอดีย์นี้ไปจับที่เม็ดเลือดแดง แล้วมีการแตกทำลายของเม็ดเลือดแดงที่ม้าม เรียก โรค Autoimmune hemolytic anemia มักพบในผู้หญิง ถ้าโลหิตจางเกิดเรื้อรัง มีอาการค่อยเป็นค่อยไป สาเหตุที่พบบ่อย เกิดจาก มีการเสียเลือดเรื้อรัง ทำให้เกิดการขาดธาตุเหล็ก การที่มีเลือดออกเรื้อรัง มักเกิดจากมีเลือดออกจากทางเดินอาหาร เช่นเป็นโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งลำไส้ใหญ่ หรือเป็นริดสีดวงทวาร หรืออาจเกิดจากมีเลือดออกจากช่องคลอด จากเนื้องอกในมดลูก ในการวินิจฉัยโลหิตจางเรื้อรังจากการขาดธาตุเหล็ก จำเป็นต้องหาสาเหตุด้วยว่า คนไข้มีเลือดออกจากไหน ภาวะโลหิตจางเรื้อรังที่พบบ่อยอีกโรคหนึ่ง คือ ธาลัสซีเมีย ซึ่งคนไข้มักมีอาการตั้งแต่เด็ก โดยมีโลหิตจางร่วมกับตัวเหลือง ตาเหลือง มีตับม้ามโต และการเจริญเติบโตผิดปกติ มีหน้าตาเปลี่ยนและผิวคล้ำ คนไข้โรคนี้มีเม็ดเลือดแดงแตกง่ายเรื้อรัง ซึ่งมีผลทำให้ไขกระดูกพยาบยามสร้างเม็ดเลือดแดงมาชดเชย มีตับม้ามโตจากการที่มีการทำลายเม็ดเลือดแดงที่ผิดปกติ มีธาตุเหล็กสะสมตามอวัยวะต่างๆ ทำให้ผิวหนังสีคล้ำ หัวใจวายและเป็นเบาหวาน คนไข้โรคธาลัสซีเมีย สามารถรักษาให้หายขาดได้ด้วยการปลูกถ่ายไขกระดูก ซึ่งถ้ารักษาในระยะแรก เช่นภายใน 3 ปีแรก จะหายขาดได้เกือบร้อยเปอเซ็นต์

นอกจากนี้ โลหิตจางเรื้อรัง อาจเกิดจากภาวะไตวายเรื้อรัง การขาดสารอาหารเนื่องจากไม่ค่อยทานผักสดได้แก่ โฟเลตและวิตามันบี 12 หรือเป็นโรคในกลุ่มMyelodysplastic หรือ MDS ซึ่งพบบ่อยในคนสูงอายุ และมีโอกาสเปลี่ยนเป็นลิวคีเมียเฉียบพลันได้บ่อย โลหิตจางที่เกิดจากความผิดปกติของไขกระดูกที่พบได้บ่อย คือ โรคไขกระดูกฝ่อหรือโรคโลหิตจางอะพลาสติก คนไข้โรคนี้จะมีไขกระดูกที่สร้างเม็ดเลือดได้น้อย ทำให้มีอาการทั้งโลหิตจาง มีไข้และเลือดออกผิดปกติ โดยที่โลหิตจางที่เกิดจะเป็นแบบเฉียบพลันก็ไม่ใช่ จะเรื้อรังก็ไม่ใช่ มักมีอาการเป็นมา 1-2 เดือน ไขกระดูกไม่ได้สร้างเม็ดเลือดแดงน้อยอย่างเดียว แต่สร้างเม็ดเลือดขาวและเกล็ดเลือดน้อยด้วย โรคหรือภาวะมีเลือดออกผิดปกติ ภาวะเลือดออก อาจเกิดจากสาเหตุเฉพาะที่หรือเกิดจากการที่มีความผิดปกติของกลไกการห้ามเลือด ส่วนใหญ่เกิดจากเลือดออกเฉพาะที่ประมาณ 80 – 90 % อีก 10 - 20 % เกิดจากความผิดปกติของกลไกการห้ามเลือด ซึ่งอาจเกิดจากความผิดปกติทางกรรมพันธุ์ที่พบได้ตั้งแต่เด็ก ที่เรียกว่าโรคฮีโมฟีเลีย มักพบในเด็กผู้ชาย เริ่มมีอาการตั้งแต่หัดยืน หัดเดิน เมื่อหกล้มก็อาจมีจ้ำเขียว อาการที่สำคัญคือ มีเลือดออกในข้อ

...ขณะเดียวกัน คนไข้ที่มีเลือดออกที่ไม่ใช่โรคทางกรรมพันธุ์ก็พบได้ โดยเฉพาะ มีจำนวนเกล็ดเลือดต่ำ ที่พบบ่อยที่สุดคือโรคเกล็ดเลือดต่ำ ITP เกิดจากร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันที่ไปทำลายเกล็ดเลือดของตัวเอง โรคนี้อยู่กลุ่มเดียวกับโรค SLE โดยที่ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันที่มาทำลายเซลล์หรือทำลายอวัยวะของตัวเอง ขึ้นอยู่กับว่าเป็นอวัยวะใด อาจจะเป็นกับเม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาว เกล็ดเลือด ไต ข้อ ผิวหนัง เป็นต้น

...พวกที่มาด้วยก้อน เช่น ต่อมน้ำเหลืองโตที่พบในโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองและม้ามโตที่พบในโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวเรื้อรังได้กล่าวแล้วในข้างต้น

...สุดท้ายคือ พวกที่มีหลอดเลือดตีบตัน ซึ่งจะมีอาการอย่างไรขึ้นกับมีหลอดเลือดตีบตันที่ไหนเช่น หลอดเลือดหัวใจตีบตัน หรือหลอดเลือดดำอุดตัน เป็นต้น” สรุปลักษณะคนไข้ที่เป็นโรคเลือดที่มาโรงพยาบาล “ลักษณะอาการของคนไข้ที่อาจเป็นโรคเลือด หนึ่งคือ ซีด เหนื่อยง่าย ทำกิจวัตรประจำวันแล้วเหนื่อย หรือพบว่าซีดจากการตรวจเลือดทางห้องปฏิบัติการหรือเกิดจากการเช็คอัพ สอง มีไข้ ซึ่งเป็นอาการของการติดเชื้อ เนื่องจากเม็ดเลือดขาวต่ำ สาม มีเลือดออกตามผิวหนัง เลือดออกตามไรฟัน เลือดออกมากผิดปกติ หรือมีเลือดออกมากกว่าหนึ่งแห่ง สี่ มีก้อน เช่น มีต่อมน้ำเหลืองที่คอ รักแร้ ขาหนีบโต หรืออาจมีม้ามโต มีก้อนในท้อง และห้า เคยเป็นโรคเลือดที่ได้รับการวินิจฉัยมาแล้ว

มิติใหม่ของการรักษาโรคเลือด
“อย่างที่กล่าวมา โรคเลือดมีหลากหลาย อาจเป็นโรคเลือดโดยตรง หรือเป็นโรคระบบอื่นแล้ว มีอาการทางเลือด ซึ่งศูนย์โลหิตวิทยากรุงเทพ ถือเป็นศูนย์รวมการรักษาโรคเลือดในโรงพยาบาลเอกชน หนึ่งเดียวในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์สูงในการดูแลคนไข้ โดยเป้าหมายการบริการของเราคือ ให้การวินิจฉัยโรคอย่างรวดเร็ว ให้การรักษาอย่างทันท่วงที ผู้ป่วยอยู่โรงพยาบาลไม่นาน และค่าใช้จ่ายไม่บานปลาย โดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์สูง ทั้งอายุรแพทย์โรคเลือด กุมารแพทย์โรคเลือด และพยาธิแพทย์ รวมทั้งแพทย์ที่ปรึกษาทุกระบบ มีห้องปฏิบัติการที่ได้มาตรฐานที่ให้ผลการตรวจที่รวดเร็ว มีศูนย์ปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดจากเลือดและไขกระดูก ที่สามารถรักษาผู้ป่วยด้วยการปลูกถ่ายได้โดยไม่ต้องส่งต่อไปรักษาที่โรงพยาบาลอื่น

...มีการเตรียมเลือดและส่วนประกอบของเลือดที่ปลอดภัยสูง โดยมีการตรวจคัดกรองเลือดผู้ให้เป็นพิเศษ เพื่อให้ปลอดเชื้อโรคต่างๆ รวมทั้งเม็ดเลือดแดงที่ให้แก่ผู้ป่วย จะมีการกรองเม็ดเลือดขาวออกไปก่อน เพื่อป้องกันการเกิดแอนติบอดี้ และลดการติดเชื้อ cytomegalovirus และจะเน้นการใช้เกล็ดเลือดจากผู้บริจาคคนเดียว เพื่อลดโอกาสเกิดแอนติบอดี้ นอกจากนี้ ทางศูนย์ฯยังเตรียมพัฒนาศักยภาพของการให้บริการให้มีมาตรฐานยิ่งขึ้น ด้วยการเพิ่มการเรียน การสอนด้านวิชาชีพและการฝึกอบรม ให้กับทีมแพทย์และพยาบาลมีโอกาสเรียนรู้ และเพิ่มพูนประสบการณ์ในการรักษายิ่งขึ้น

...โรคเลือดรักษาได้ บางโรคหายขาด บางโรครักษาแล้วทำให้คนไข้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น การรักษาตั้งแต่เริ่มแรก จะได้ผลดีและใช้ค่าใช้จ่ายน้อย ดังนั้นท่านควรมาตรวจสุขภาพ ตรวจเลือดเป็นประจำอย่างน้อยปีละครั้ง

...วิธีที่ดีที่สุด คือ การป้องกันไม่ให้เกิดโรค แต่หากไม่สามารถป้องกันได้ ท่านควรจะได้รับวินิจฉัยตั้งแต่เป็นระยะแรกๆ ผลการรักษาจะดีที่สุด”

 

pageview  702940    
สำนักงานพัฒนาระบบข้อมูลข่าวสารสุขภาพ Health Information System Development Office (HISO)
ห้อง A3 ชั้น 3 อาคาร 4Plus Buiding เลขที่ 56/22-24 ซอยงามวงศ์วาน 4 ต.บางเขน อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000
Tel : 02-5892490-2 Fax : 02-5892493 www.healthinfo.in.th
 
© Health Information System Development Office (HISO) . All Rights Reserved