Follow us      
  
เพราะเชื่อผิดๆ จึงปวดหลังไม่หาย




 

การจัดกระดูก" แพทย์ทางเลือกรักษาอาการปวดหลังยอดฮิต จะรักษาให้หายจริงได้หรือไม่ หรือเป็นเพียงมายาคติเช่นเดียวกับความเชื่ออื่นๆ กับโรคปวดหลัง

"ปวดหลัง" ปัญหาคลาสสิกทางสุขภาพ ที่ใครๆ ก็เป็นกัน แต่ถ้าลองได้ปวดเรื้อรังแบบรักษาไม่หาย คงไม่ใช่เรื่องดี เพราะทุกครั้งที่เอี้ยวตัว ก้มๆ เงยๆ หรือจะหยิบจับอะไรเป็นอันต้องติดขัดไปซะหมด แต่โดยทั่วไปแล้วอาการจะดีขึ้นและหายไปได้ใน 2 สัปดาห์ แต่หากเรื้อรังนานกว่านั้นบ่งบอกถึงความผิดปกติที่มีโรคมาเกี่ยวข้อง


อาการปวดหลังสามารถกำจัดให้หายได้หากรักษาได้ถูกจุด รวมถึงการออกกำลังกายอย่างถูกวิธี ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดจากแพทย์และนักกายภาพผู้เชี่ยวชาญ จะช่วยปรับพฤติกรรม ฟื้นฟูกล้ามเนื้อหรือจุดที่อ่อนล้าให้กลับมาใช้งานได้ตามปกติ

อย่างไรก็ตาม มีหลากหลายความเชื่อที่ไม่ถูกต้อง ส่งผลให้การรักษาไม่หายและเข้าสู่ภาวะอาการปวดหลังเรื้อรัง พบกับความจริงได้จาก "นพ.ภาริส วงศ์แพทย์" ผู้อำนวยการ ดีบีซีสไปน์คลินิกแอนด์ยิม ไลฟ์เซ็นเตอร์ ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟู

การจัดกระดูกรักษาได้
การวิจัย ไม่พบว่าการจัดกระดูกทำให้ข้อต่อกระดูกสันหลังเคลื่อนตำแหน่ง หรืออย่างน้อยก็ไม่ได้เคลื่อนออกไปจากที่เดิมจนเห็นได้ด้วยการเอกซเรย์ และพบว่าไม่ทำให้หายปวดหลังอย่างถาวร ยกเว้นอาการปวดที่เกิดจากการเคลื่อนตัวไปมาของข้อต่อกระดูกสันหลังเท่านั้น ที่จะมีอาการดีขึ้นหรือหายปวดเป็นปลิดทิ้งทันทีเมื่อทำการรักษา ประมาณว่า ผู้ป่วยด้วยสาเหตุเช่นนี้ มีจริงประมาณไม่ถึง 5% ของผู้ที่มีอาการปวดหลังทั้งหมด

ข้อสังเกตคือ หากนวดจัดกระดูก 2-3 ครั้งแล้วไม่ดีขึ้นอย่างชัดเจน ก็อาจแสดงว่าไม่ใช่อาการปวดที่จะรักษาด้วยวิธีดังกล่าว ควรต้องตรวจหาสาเหตุที่มาของอาการปวดให้ชัดเจนต่อไป

สเตย์พยุงหลังช่วยทำให้หายปวด
การสวมใส่กายอุปกรณ์ใดๆ ทำให้กล้ามเนื้อหลังได้พักและบรรเทาอาการปวดลงได้ แต่ทว่าการใช้เครื่องพยุงหลังเป็นเวลานานๆ จะทำให้กล้ามเนื้อหลังอ่อนแรง และมีโอกาสที่จะปวดหลังได้ง่ายกว่าเดิม ส่วนผู้ที่ใช้เครื่องพยุงหลังแล้ว อาการปวดบรรเทาลงมาก หากได้สร้างเสริมระบบกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อเกี่ยวพันรอบกระดูกสันหลังให้แข็งแรงขึ้น ย่อมมีโอกาสที่จะลดอาการปวดลงได้มากเท่าๆ กันโดยไม่ต้องอาศัยเครื่องช่วยภายนอกใดๆ ทิ้งไว้ 2-3 วันเดี๋ยวก็หายเป็นปกติ

จริงอยู่ที่ว่าส่วนมากเมื่อพักราว 2 สัปดาห์ อาการปวดจะทุเลาลง แต่ทว่าการวิจัยติดตามอาการผู้ที่เคยปวดหลังภายในเวลา 1 ปีพบว่า กว่า 50% ของคนไข้จะยังมีอาการปวดๆ หายๆ แม้จะไม่รุนแรง นอกจากนี้ การสำรวจประชากรทั่วไปพบว่า ประมาณ 30% มีปัญหาปวดหลังเรื้อรัง ที่รบกวนคุณภาพชีวิต โดยไม่สามารถทำกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตได้เท่าระดับปกติ

การฟื้นฟูที่เหมาะสมจะช่วยลดโอกาสกลับมาปวดซ้ำอีก จึงควรออกกำลังกายเพื่อฟื้นฟูกล้ามเนื้อให้แข็งแรง

พักผ่อนหลังมากๆ จะได้หายดี
การนอกพักช่วยบรรเทาอาการปวดได้ดี แต่หากพักนานเกินไปอาจเกิดผลเสียได้เช่นกัน เช่น เอ็นและเนื้อเยื่อ พังผืดต่างๆ หดรั้ง กล้ามเนื้อเสียความแข็งแรง และ อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการปวดกำเริบซ้ำอีก

ที่นอนแข็งๆ ของคนปวดหลัง
เนื้อเยื่อเกี่ยวพันในท่างอตัว ทั้งสองอย่างนี้ล้วนแล้วทำให้อาการปวดหลังกำเริบได้ ส่วนที่นอนนิ่มยุบตัวง่ายหรือนอนแล้วส่วนสะโพกบั้นท้ายจมลงลึกเกินไปในที่นอน ทำให้หลังส่วนล่างแอ่น และเกิดแรงกดมากผิดปกติไป ทำให้ปวดได้เช่นกัน ดังนั้น ที่นอนที่มีความแข็งพอเหมาะกับน้ำหนักตัวและรูปร่างของผู้นอนจึงจะดีที่สุด

นั่งไขว่ห้างทำให้หลังเสื่อม
การนั่งไขว่ห้างเป็นการพักกล้ามเนื้อรูปแบบหนึ่ง ซึ่งมีการศึกษาทางชีวกลศาสตร์และ สรีรวิทยา ระบุว่า นอกจากได้พักกล้ามเนื้อที่มีหน้าที่ประคับประคองความมั่นคงของข้อต่อกระดูกสันหลังแล้ว ยังทำให้เกิดความตึงตัวของเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน จึงทำให้ข้อต่อสันหลัง กระเบนเหน็บและข้อต่อเชิงกราน มีความหนาแน่นมั่นคงขึ้น เพียงแต่ต้องนั่งไขว่ห้างให้ถูกต้อง คือ ไม่นั่งหลังค่อม และ ไม่นั่งนานเกิน 15 นาทีก่อนสลับไขว้ขา

ทั้งนี้หมายถึงผู้ที่ยังไม่มีอาการปวดหลัง แต่สำหรับผู้ที่เคยมีอาการปวดหลังส่วนล่างที่รุนแรงหรือเรื้อรังมาก่อน ควรได้รับการรักษาฟื้นฟูความแข็งแรงของโครงสร้าง จึงจะสามารถนั่งไขว่ห้างได้อย่างปลอดภัยเช่นกัน

เพราะสันหลังเคลื่อน หมอนรองเสื่อม
อาการปวดหลังส่วนล่างนั้น แท้ที่จริงแล้วอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ ต้องตรวจวินิจฉัย หาที่มาของความปวดให้ชัดเจน เช่น หมอนรองกระดูก เอ็นข้างกระดูกสันหลังในด้านต่างๆ กล้ามเนื้อหลัง กล้ามเนื้อสะโพก และ กล้ามเนื้อหว่างเอว เส้นประสาทเหล่านี้ล้วนแล้วแต่ทำให้เกิดความปวด เมื่อเกิดการบาดเจ็บ อักเสบ ฉีกขาด เกร็ง หรือมีภาวะโรคเกิดขึ้นกับเนื้อเยื่อเหล่านี้

อีกทั้งการเสื่อมสภาพของหมอนรองกระดูกและข้อต่อกระดูกสันหลังนั้น อาจพบได้ในผู้ที่มีอาการปวดหลังและผู้ที่ไม่มีอาการปวด ในอัตราเท่าๆ กัน ดังนั้น ไม่ควรด่วนปักใจว่า อาการปวดมาจากหมอนรองกระดูกเสื่อม หรือข้อต่อกระดูกสันหลังเสื่อม จึงควรให้แพทย์ตรวจและอาศัยการตรวจร่างกายควบคู่กับซักประวัติการเจ็บปวด อย่างละเอียด จะช่วยบ่งชี้สาเหตุอาการปวดได้ดีกว่าการวิเคราะห์ภาพทางรังสีแต่อย่างเดียว

 



ข่าวสารและบทความดีๆจาก : กรุงเทพธุรกิจ

 
pageview  768412    
สำนักงานพัฒนาระบบข้อมูลข่าวสารสุขภาพ Health Information System Development Office (HISO)
ห้อง A3 ชั้น 3 อาคาร 4Plus Buiding เลขที่ 56/22-24 ซอยงามวงศ์วาน 4 ต.บางเขน อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000
Tel : 02-5892490-2 Fax : 02-5892493 www.healthinfo.in.th
 
© Health Information System Development Office (HISO) . All Rights Reserved