Follow us      
  
ไทยโพสต์ [ วันที่ 09/05/2560 ]
ไทยตั้งเป้า14ปีพิชิตโรคเอดส์อัตราตายเป็น0

   ทำเนียบฯ * ไทยเปิดโครงการ "อีกนิดพิชิตเอดส์ (AIDS-Almost Zero) ตั้งเป้าภายใน 14 ปี ไทยจะไม่มีผู้ติดเชื้อเอชไอวี หรือมีผู้ติดเชื้อไม่เกิน 1,000 คน และไม่มีผู้เสียชีวิตจากเชื้อเอดส์ พร้อมทั้งไม่มีการตีตราหรือกีดกันในการเข้ารับการรักษา
          ที่ทำเนียบรัฐบาล มีแถลงข่าวและพิธีเปิดโครงการ "อีกนิดพิชิตเอดส์ (AIDS-Almost Zero) ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ภาคประชาสังคมกว่า 30 องค์กร ได้จับมือร่วมกับภาคธุรกิจเพื่อแก้ไขปัญหาและยุติการแพร่ระบาดของการติดเชื้อเอชไอวี โดยมีมูลนิธิเอดส์แห่งประเทศไทยเป็นแกนกลางในการระดมทุนผ่านโครงการดังกล่าว เพื่อดำเนินการตามเป้าหมายของรัฐบาลเพื่อยุติเอดส์ภายในปี พ.ศ.2573 หรือในอีก 14 ปีข้างหน้า
          พลเรือเอกณรงค์ พิพัฒนาศัย รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้รับผิดชอบงานด้านสาธารณสุข เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ กล่าวว่า ปัญหาเรื่องโรคเอดส์เป็นปัญหาที่อยู่คู่กับโลกมาเป็นระยะเวลา 40 ปี และอยู่ในประเทศไทยมา 33 ปี จากที่มีการพบผู้ป่วยรายแรก โดยกว่าร้อยละ 50 อยู่ในกลุ่มชายรักชาย ซึ่งที่ผ่านมาทุกรัฐบาลก็ได้ให้ความสำคัญในปัญหาดังกล่าวมาโดยตลอด และก็ได้มีการตั้งคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยการป้องกันและแก้ไขปัญหาเอดส์ ตั้งแต่ปี พ.ศ.2534 ถึงปัจจุบัน ที่ผ่านมาก็ประสบความสำเร็จในหลายๆ โครงการ จนเป็นที่ยอมรับของนานาชาติในการลดจำนวนผู้ติดเชื้อ เห็นได้จากในปี 2559 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขได้เดินทางไปรับรางวัลในการที่สามารถยับยั้งการถ่ายทอดเชื้อเอชไอวีจากแม่สู่ลูก เป็นประเทศแรกในเอเชีย และเป็นประเทศที่ 2 ของโลกรองจากประเทศคิวบา
          ทั้งนี้ รัฐบาลได้ให้ความสำคัญในการยับยั้งและให้การรักษาเอดส์ ด้วยนโยบายการเพิ่มการเข้าถึงยาต้านไวรัส และการได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่องโดยไม่ถูกกีดกัน ดังนั้นในปีงบประมาณ 2560 จึงได้มีการสนับสนุนในส่วนนี้ประมาณกว่า 4,100 ล้านบาท โดยงบประมาณส่วนมากมอบให้สำนัก งานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ อย่างไรก็ตาม งบประมาณก็ยังไม่เพียงพอ ซึ่งที่ผ่านมาประเทศไทยเคยได้งบสนับสนุนจากกองทุนโลก (Global Fund) และองค์กรระหว่างประเทศ หน่วยงานอื่นๆ ให้การสนับสนุนการดำเนินการป้องกันโรคเอดส์ แต่ในปัจจุบันรายได้ของประเทศไทยค่อนข้างสูง งบประมาณสนับสนุนจึงลดลง ดังนั้นพันธกิจที่สำคัญที่คณะกรรมการ "อีกนิดพิชิตเอดส์" ต้องดำเนินการคือ การจัดหางบประมาณเพื่อมาทดแทนในส่วนนี้
          ปัญหาสำคัญในขณะนี้คือ การกีดกันตัวเองของผู้ติดเชื้อ ไม่ยอมรับการรักษา เป็นการลงโทษตัวเอง การรู้ว่าตัวเองติดเชื้อช้า เพราะกว่าเชื้อจะฟักตัวต้องใช้ระยะเวลาถึง 8-10 ปี ทำให้ไม่ได้ตรวจเลือด ไม่ได้รับการรักษา และการที่มีการลดจำนวนผู้ติดเชื้อลง การรณรงค์น้อยไปด้วย ทำให้เด็กไทยไม่ตระหนักถึงปัญหา และไม่รู้ว่าตัวเองเป็นกลุ่มเสี่ยง ดังนั้นสิ่งที่ต้องบอกเพื่อให้เด็กรับรู้มี 2 ข้อ คือ 1.การสร้างการรับรู้ว่าผู้ติดเชื้อสามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้ และ 2.การสร้างความกลัวว่าเชื้อเอชไอวีน่ากลัว สองสิ่งนี้ต้องทำควบคู่กัน
          "ทั้งนี้ ในนามของรัฐบาล เชื่อมั่นว่าการดำเนินการป้องกันเป็นวาระระดับชาติ และจากที่ได้แสดงเจตนารมณ์ต่อนานาชาติไว้ ภายใน 14 ปี หรือเร็วกว่านั้น ไทยจะเป็นประเทศกลุ่มแรกๆ หรือประเทศแรกที่จะยุติผู้ป่วยเอชไอวีออกจากประเทศ โดยการดำเนินการใน 3 ข้อ คือ 1.ไม่มีผู้ติด เชื้อเอชไอวีรายใหม่ในประเทศ หรือไม่เกิน 1,000 คน 2.ไม่มีผู้เสียชีวิตจากการติดเชื้อ และ 3.ไม่มีการตีตราหรือกีดกันผู้ป่วยเอชไอวีในการได้รับการรักษา" พลเรือเอกณรงค์กล่าว.

pageview  987500    
สำนักงานพัฒนาระบบข้อมูลข่าวสารสุขภาพ Health Information System Development Office (HISO)
ห้อง A3 ชั้น 3 อาคาร 4Plus Buiding เลขที่ 56/22-24 ซอยงามวงศ์วาน 4 ต.บางเขน อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000
Tel : 02-5892490-2 Fax : 02-5892493 www.healthinfo.in.th
 
© Health Information System Development Office (HISO) . All Rights Reserved