Follow us      
  
ไทยโพสต์ [ วันที่ 06/03/2560 ]
13มี.ค.4กระทรวงร่วมเซ็น'เอ็มโอยู'ผลักดันอัตราเกิด

   สาธารณสุข * 4 กระทรวงเตรียมร่วมลงนามบูรณาการการทำงาน พัฒนานโยบายและยุทธศาสตร์พัฒนาอนามัยเจริญพันธุ์แห่งชาติ ฉบับที่ 2 (พ.ศ.2560-2569) ในวันที่ 13 มี.ค.วางยุทธศาสตร์ 20 ปี เพิ่มอัตราเด็กเกิดใหม่ทดแทนผู้สูงอายุ
          จากกรณีกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ร่วมกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง จัดทำนโยบายและยุทธศาสตร์การพัฒนาอนามัยการเจริญพันธุ์แห่งชาติ ฉบับที่ 2 (พ.ศ.2560-2569) โดยเป็นยุทธศาสตร์พัฒนาชาติ 20 ปี เพื่อส่งเสริมอัตราการเกิดทดแทนอัตราการตายอย่างมีคุณภาพ เนื่องจากประเทศไทยกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ โดยพบว่าอัตราการเพิ่มประชากรไทยลดลงจากร้อยละ 2.7 ในปี 2513 เหลือร้อยละ 0.4 ในปี 2558 หากไม่มีการดำเนินการใดๆ ภายใน 10 ปี อัตราการเพิ่มประชากรไทยจะเท่ากับร้อยละ 0.0 จำนวนประชากรไม่เพิ่ม เนื่องจากอัตราการเกิดเท่ากับอัตราการตาย โดยจะเน้นในกลุ่มหญิงวัยเจริญพันธุ์ 20-34 ปี ซึ่งทางกระทรวงสาธารณสุขได้จัดโฟลิกและเหล็กไว้ในสิทธิประโยชน์ของทุกสิทธิ์สำหรับหญิงวัยเจริญพันธุ์ที่มีความพร้อมจะตั้งครรภ์ ซึ่งต้องกินควบคู่กันอาทิตย์ละครั้ง เป็นเวลา 3 เดือนก่อนการตั้งครรภ์ เพื่อส่งเสริมการตั้งครรภ์อย่างมีคุณภาพ ป้องกันการพิการแต่กำเนิด
          นพ.วชิระ เพ็งจันทร์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า ในเรื่องการพัฒนาอนามัยเจริญพันธุ์นั้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้ 4 กระทรวง คือ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งจะได้ลงนามข้อตกลงเพื่อร่วมกันพัฒนา เพื่อส่งเสริมการเติบโตของเด็กไทยอย่างมีคุณภาพ ทดแทนประชากรผู้สูงอายุ ในวันที่ 13 มี.ค.นี้ ทั้งนี้ สธ.จะรับผิดชอบในส่วนการเกิดอย่างมีคุณภาพร่วมกับอีก 3 กระทรวงที่เกี่ยวข้อง จะเริ่มดำเนินการตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์ไปจนถึงคลอด เมื่อตั้งครรภ์จะได้รับการฝากท้องฟรีตามสโลแกน "ฝากครรภ์ทุกที่ ดีทุกสิทธิ์" ซึ่งในระหว่างตั้งครรภ์จะมีการนัดทั้งหมด 5 ครั้ง เพื่อตรวจร่างกายว่าเด็กในครรภ์มีความเสี่ยงด้านใดหรือไม่ พร้อมแนะวิธีการกินเพื่อบำรุงต่างๆ ซึ่งเด็กที่คลอดออกมาต้องมีน้ำหนักไม่ต่ำกว่า 2,500 คน ไม่เกินร้อยละ 7 ส่งเสริมการเจริญเติบโตเต็มศักยภาพ พร้อมกันนี้ต้องมีการส่งเสริมให้เด็กได้รับนมแม่เพียงอย่างเดียวเป็นเวลา 6 เดือน และหลังจากนั้นก็ให้มีการให้อาหารเสริมตามความเหมาะสม เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย ทางใจ อย่างเหมาะสม พร้อมวางยุทธศาสตร์ว่า ร้อยละ 63 ของเด็ก 0-5 ปี ต้องสูงดีสมส่วน และยังมีการส่งเสริมพัฒนาการของเด็กให้สมวัย และมีครอบครัว ชุมชนที่อบอุ่นและเข้มแข็ง
          สำหรับในกลุ่มที่ออกไปทำงานที่กังวลว่าจะไม่มีคนเลี้ยงลูกก็ไม่ต้องห่วง ทางรัฐบาลให้ลาหยุดงานเลี้ยงลูกได้ถึง 3 เดือน และพ่อสามารถอยู่ดูแลได้ถึง 15 วัน โดยไม่โดนตัดรายได้ นอกจากนี้ตามชุมชนต่างๆ จะมีสถานรับฝากเด็กเล็กตั้งแต่ 1 ปี 6 เดือน ซึ่งตามแผนจะได้มีการเพิ่มคุณภาพของศูนย์เด็กเล็กและโรงเรียนอนุบาลให้มีคุณภาพมาตรฐาน เป็นการเตรียมความพร้อมก่อนส่งต่อเด็กให้เข้ารับการศึกษาในระดับประถมศึกษา ซึ่งจากการประเมินพบว่า ร้อยละ 70 ของเด็กมีความพร้อมก่อนเข้าประถมศึกษา
          "ซึ่งในเรื่องการศึกษานั้น ทางกระทรวงศึกษาธิการก็มีการให้สิทธิ์เด็กเรียนฟรี 15 ปีอยู่แล้ว ส่วนในเรื่องการเพิ่มสิทธิประโยชน์ต่างๆ เพื่อส่งเสริมการตั้งครรภ์นั้น เห็นว่าประเทศที่มีการให้สิทธิ์เยอะๆ เช่น ประเทศสิงคโปร์ ที่มีโครงการ เบบี้ โบนัส ก็พบว่าไม่ได้ทำให้ประเทศของเขามีประชากรเพิ่มมากขึ้น เฉลี่ยไม่ถึงครอบครัวละ 1 คน แสดงว่าไม่ใช่สิ่งจูงใจ และประเทศไทยก็ต้องมาดูเรื่องรายได้ด้วยว่า เราไม่ได้มีเงินเยอะเหมือนประเทศสิงคโปร์ ทั้งนี้ เนื่องจากเป็นแผนชาติระยะ 20 ปี ทางประเทศไทย โดย 4 กระทรวงหลัก ก็จะได้หารือเรื่องการเพิ่มสิทธิประโยชน์อื่นๆ เข้าไปเพื่อพัฒนาการส่งเสริมเด็กไทยด้วย"
          อธิบดีกรมอนามัยกล่าวอีกว่า อย่างไรก็ ตาม แม้ว่าจะมุ่งไปที่การเพิ่มอัตราการเกิดเพื่อทดแทนการตาย แต่หากจะให้ตรงเป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์ เฉลี่ยครอบครัวหนึ่งต้องมีลูก 2.1 คน เป็นเรื่องที่ยาก ดังนั้น ในระยะแรกจะเป็นการตรึงประชากรไม่ให้น้อยลงกว่าเดิม แต่ต้องมีคุณภาพ โดยจะส่งเสริมให้ 1 ครอบครัว มีลูก 2 คน หญิงก็ได้ ชายก็ดี เพื่อทดแทนพ่อแม่คนละ 1 คน.

pageview  988016    
สำนักงานพัฒนาระบบข้อมูลข่าวสารสุขภาพ Health Information System Development Office (HISO)
ห้อง A3 ชั้น 3 อาคาร 4Plus Buiding เลขที่ 56/22-24 ซอยงามวงศ์วาน 4 ต.บางเขน อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000
Tel : 02-5892490-2 Fax : 02-5892493 www.healthinfo.in.th
 
© Health Information System Development Office (HISO) . All Rights Reserved