Follow us      
  
หนังสือพิมพ์ข่าวสด [ วันที่ 29/09/2560 ]
กรมสุขภาพจิตแนะวิธีลดเศร้า ก่อนพระราชพิธีถวายพระเพลิงฯ

 หลังสำนักพระราชวังประกาศแจ้งเปิด ให้ประชาชนเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช โดยขยายเวลาไปจนถึงคืนวันที่ 5 ตุลาคม เป็นวันสุดท้าย เพื่อจัดเตรียมการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ
          น.ต.นพ.บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข แสดงความเป็นห่วงต่ออาการใจหายของประชาชน ซึ่งอาการใจหายหลังรู้ข่าวสามารถเกิดขึ้นได้กับประชาชนทุกคน
          โดยน.ต.นพ.บุญเรืองกล่าวว่า อาการใจหายเป็นปฏิกิริยาทางจิตใจที่เกิดขึ้นตามปกติในผู้ที่เกิดความเศร้า สูญเสียบุคคลหรือสิ่งที่ผูกพันยึดเหนี่ยวจิตใจ ในบางคนมีประสบการณ์การสูญเสียซ้ำแล้วซ้ำเล่า
          ในทางสุขภาพจิตเรียกว่าประสบการณ์ที่เจ็บปวดซ้ำ(Re traumatic experience) เป็นเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นมาแล้ว ปรับตัวปรับใจได้ แล้วมาเกิดขึ้นซ้ำอีก อาการใจหายนี้เป็นเพียงกลุ่มอาการที่ยังไม่ถือว่าป่วยเป็นโรคทางจิตใจ
          ผู้ที่มีอาการจะหายใจไม่อิ่ม หายใจไม่ทั่วท้อง บางคนอาจมีความรู้สึกว่าหัวใจเต้นผิดจังหวะ วูบวาบในใจ ตกใจ หรือแน่นที่หน้าอก จุกที่อกหรือจุกที่คอเหมือนมีอะไรมากดทับ อาการที่เกิดขึ้นจะแตกต่างกันไปตามพื้นฐานสภาพจิตใจของแต่ละคน และจะค่อยๆ ดีขึ้นภายใน 5-7 วัน
          อธิบดีกรมสุขภาพจิตกล่าวต่อว่า กลุ่มคนที่อาจเกิดผลกระทบทางจิตใจได้มากกว่าคนทั่วไปคือกลุ่มที่จิตใจเปราะบางอยู่เดิม ได้แก่ 1.ผู้ที่มีความเครียดเป็นทุนเดิมมาก่อนอยู่แล้ว ทั้งจากสภาพเศรษฐกิจหรือ
          สูญเสียคนรักในครอบครัว 2.ผู้ที่มีอาการซึมเศร้าหรือเป็นโรคซึมเศร้าอยู่เดิม ทั่วประเทศมีประมาณ 1.5 ล้านคน และ 3.กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรังทางกายประจำตัว เช่น โรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน เป็นต้น
          "หากมีอาการใจหายมากจนถึงขั้นรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน มีความทุกข์ทรมานในช่วงที่ยังไม่ถึงเวลาถวายพระเพลิงพระบรมศพ เช่น เครียดจนกินไม่ได้ นอนไม่หลับ ปวดเมื่อย ปวดท้อง ปวดศีรษะที่หาสาเหตุไม่ได้ ควรไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลใกล้บ้านทุกแห่งเพื่อได้รับการดูแลรักษาที่ถูกต้อง" อธิบดีกรมสุขภาพจิตกล่าว
          น.ต.นพ.บุญเรืองกล่าวอีกว่า ประการสำคัญขอให้ผู้ที่มีโรคประจำตัวทุกโรคกินยาให้ต่อเนื่องครบจำนวนตามที่แพทย์สั่ง อย่าขาดยา เพราะยาจะช่วยควบคุมอาการให้อยู่ในเกณฑ์ปกติสามารถใช้ชีวิตได้ไม่ต่างจากคนทั่วไป
          สำหรับประชาชนทั่วไป ในช่วงแรกๆ หลังรู้ข่าวอาจเกิดอาการได้บ้าง แม้ว่าจะเตรียมใจมาก่อนหน้านี้แล้วก็ตาม แต่อาการจะค่อยๆ ดีขึ้นเรื่อยๆ และหมดไป อย่างไรก็ดีขอให้หมั่นสังเกตสภาพจิตใจตนเองหรือบุคคลใกล้ชิด หากมีอาการวูบวาบ หายใจไม่อิ่ม ใจสั่น เป็นมากถึงขั้นนอนไม่หลับ ปวดศีรษะ หายใจไม่ทั่วท้อง เกิดขึ้นนานเกิน 7 วัน จนทำงานทำการไม่ได้ ถือว่ามีความผิดปกติ ควรได้รับการช่วยเหลือทางจิตใจ ขอแนะนำให้ไปพบแพทย์ที่สถานพยาบาลใกล้บ้าน หรือปรึกษาอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านหรือ เจ้าหน้าที่สาธารณสุขประจำโรงพยาบาล ส่งเสริมสุขภาพตำบล หรือโทร.ปรึกษา นักจิตวิทยาทางสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ฟรีตลอด 24 ชั่วโมง
          อธิบดีกรมสุขภาพจิตกล่าวด้วยว่า ก่อนจะถึงช่วงเวลาแห่งการถวายพระเพลิงฯ ขอแนะนำประชาชนให้ตั้งสติ เตรียมความพร้อมทั้งกายใจดังนี้ 1.ตั้งใจ ตั้งสติ หมั่นทำกิจกรรมที่เป็นสาธารณกุศล เช่น การเป็นจิตอาสาช่วยในด้านต่างๆ การทำดอกไม้จันทน์ การร่วมทำบุญบริจาคหรือกิจกรรมอื่นๆ ตามแต่กำลังของตน
          2.ระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน นำมาเป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะการยึดแนวปฏิบัติตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง จะทำให้เกิดความสุขใจที่ยั่งยืน
          3.ติดตามข่าวสารจากทางราชการเป็น ระยะๆ โดยเฉพาะพระราชกรณียกิจของพระองค์ท่าน เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและความภาคภูมิใจต่อตนเองและครอบครัว
          4.พักผ่อนนอนหลับให้เพียงพอ เพื่อให้ร่างกายได้พัก5.หมั่นออกกำลังกาย ทำกิจกรรมที่คลายเครียดต่างๆ6.ใช้เวลาว่างทำกิจกรรมกับครอบครัวให้เป็นประโยชน์ ไม่อยู่คนเดียว
          "หากเรามีความทุกข์ใจ มีอุปสรรคต่างๆ ในชีวิตหรือการดำเนินชีวิต ก็ขอให้มองไปที่รูปของพระองค์ เสมือนพระองค์ท่านยังคอยเป็นกำลังใจให้พวกเราประชาชนชาวไทยฟันฝ่าอุปสรรคต่างๆ ให้พร้อมต่อสู้สำหรับการดำเนินชีวิตต่อไป" น.ต.นพ.บุญเรืองกล่าว
          ด้านนพ.กิตต์กวี โพธิ์โน ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจิตเวชนครพนมราชนครินทร์ จ.นครพนม กล่าวว่า โรงพยาบาลดำเนินการป้องกันการเกิดอาการใจหายของประชาชน 3 ประการ ประการแรกคือ ให้ผู้ป่วยยาเสพติดหลังผ่านการบำบัดฟื้นฟู เขียนปฏิญาณตนแสดงการทำความดีที่จะลดละสิ่งเสพติด แขวนใต้ต้นโพธิ์จำลอง เพื่อถวายแด่พระองค์ท่าน เพื่อให้ผู้ป่วยเกิดความแน่วแน่ หักห้ามความคิดที่จะหวนกลับไปใช้ยาเสพติดอีก
          ประการที่ 2  จะให้ผู้รับบริการที่เป็นทั้งคนไทยและจากสปป.ลาว ทั้งผู้ป่วยและญาติ ที่ใช้บริการที่แผนกผู้ป่วยนอกซึ่งมีวันละประมาณ 200 คน ฝึกการใช้สติ ฝึกหายใจคลายเครียด นานประมาณ 15-20 นาที ช่วงเวลา 08.30-09.00 น. ในช่วงเช้าก่อนพบแพทย์ตรวจ เพื่อช่วยบรรเทาแก่ ผู้ที่มารับบริการที่มีอาการแน่นหน้าอก หายใจไม่อิ่ม หรือเครียดเรื้อรังสะสม ซึ่งสามารถนำกลับไปใช้ที่บ้านได้ด้วย
          ประการที่ 3 ในกลุ่มผู้ป่วยในหอผู้ป่วยต่างๆ ทั้งหญิงและชายที่มีวันละประมาณ 70 คน จะเน้นให้บริหารร่างกาย ออกกำลังกายเบาๆ ฝึกการยืดเหยียดกล้ามเนื้อ ทำกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ เช่น ทำดอกไม้จันทน์ และทำพรมเช็ดเท้า ทำน้ำยาล้างจานจากสมุนไพรเพื่อใช้ หรือจำหน่ายราคาถูก ตามแนวเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อระลึกถึง พระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่านที่ทรงมีต่อพสกนิกร

pageview  1117887    
สำนักงานพัฒนาระบบข้อมูลข่าวสารสุขภาพ Health Information System Development Office (HISO)
ห้อง A3 ชั้น 3 อาคาร 4Plus Buiding เลขที่ 56/22-24 ซอยงามวงศ์วาน 4 ต.บางเขน อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000
Tel : 02-5892490-2 Fax : 02-5892493 www.healthinfo.in.th
 
© Health Information System Development Office (HISO) . All Rights Reserved