Follow us      
  
หนังสือพิมพ์มติชน [ วันที่ 09/03/2560 ]
แฉ'คลินิกเสริมงาม'เต็มเมือง ศัลยแพทย์ตกแต่งแค่320คน

นายกสมาคมศัลยแพทย์ตกแต่งแห่งประเทศไทยเผยกลางวงประชุมนานาชาติ ยังขาด'หมอเชี่ยวชาญ'ด้านเสริมความงาม ทั่ว ปท.มีแค่ 320 คน แต่'คลินิก'มีกว่า 1,000 แห่ง แนะประชาชนเลือกให้ดี
          เมื่อวันที่ 8 มีนาคม นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เป็นประธานเปิดการประชุมวิชาการนานาชาติ 18th ACPS 2017 ที่ โรงแรมอวานี ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพมหานคร โดยมีศัลยแพทย์ตกแต่งนานาประเทศเข้าร่วม เช่น บรูไน กัมพูชา ลาว พม่า มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย สิงคโปร์ เกาหลี ญี่ปุ่น ตรุกี สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย ฯลฯ เข้าร่วม
          ทั้งนี้ รศ.นพ.ศิรชัย จินดารักษ์ นายกสมาคมศัลยแพทย์ตกแต่งแห่งประเทศไทย กล่าวในวงเสวนาสุดยอดนวัตกรรมด้านศัลยกรรมตกแต่ง จริง! หรือ ลวง! เลือกอย่างไรให้ปลอดภัย ว่า ปัจจุบันคลินิกศัลยกรรมเสริม ความงามมีจำนวนมาก แต่ศัลยแพทย์ตกแต่งในประเทศไทยมีเพียง 320 คน เท่านั้น และแต่ละปีมีจบใหม่ประมาณ 20 กว่าคน ดังนั้น การให้บริการศัลยกรรมเสริมความงามบางส่วนจึงไม่ได้ทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพราะกฎหมายเปิดช่องให้แพทย์ที่ไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญ หรือมีความเชี่ยวชาญสาขาอื่นสามารถทำศัลยกรรม เสริมความงามได้โดยไม่ถือว่าผิดกฎหมาย
          "การศัลยกรรมเสริมความงามนั้น ควรทำโดยแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญ คือศัลยแพทย์ตกแต่ง แต่เมื่อกฎหมายเปิดกว้าง ทำให้แพทย์ทั่วไปหรือแพทย์เฉพาะทางสาขาอื่นก็สามารถทำได้ ดังนั้น ประชาชนต้องพิจารณาเลือกให้ดี หากเป็นเพียงศัลยกรรมเสริมความงามที่มีความเสี่ยงต่ำ เช่น ตัดไฝ เป็นต้น ก็อาจทำโดยแพทย์ที่ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญได้ แต่หากเป็นการทำศัลยกรรมที่มีการลงลึก เช่น ผ่าตัดใหญ่ ดูดไขมัน เป็นต้น ควรทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น เพราะมีการเรียนมาโดยเฉพาะ ซึ่งโดยทั่วไปเมื่อแพทย์จบใหม่ใช้ทุนครบ 3 ปี ก็สามารถเรียนต่อศัลยกรรมตกแต่งอีก 5 ปี หรือบางส่วนใช้ทุน 1 ปี ไปเรียนศัลยกรรมทั่วไป 4 ปี ก็จะเรียนต่อศัลยกรรมตกแต่งอีก 3 ปี" รศ.นพ.ศิรชัย กล่าว และว่า ขณะนี้แพทยสภาได้ตั้งคณะกรรมการศึกษาว่า ศัลยกรรมเสริมความงามประเภทใดที่แพทย์สาขาอื่นสามารถทำได้ หรือประเภทใดที่ต้องทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น เพื่อให้เกิดความชัดเจนและความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ซึ่งก็จะพิจารณาจากความยากง่ายของการศัลยกรรมเสริมความงาม
          ด้าน นพ.สงวน คุณาพร ศัลยแพทย์ตกแต่งประจำโรงพยาบาลสิริโรจน์ จ.ภูเก็ต กล่าวว่า สำหรับจำนวนคลินิกศัลยกรรมเสริมความงามในไทยถือว่ามีมาก เริ่มจากออนไลน์ มีเอเยนซี่ มีแพคเกจ โดยในกรุงเทพฯมีประมาณ 1,000 แห่ง ต่างจังหวัดหลายพันแห่ง แต่สังคมกลับรู้สึกว่าเป็นเรื่องปกติ ทั้งๆ ที่มีศัลยแพทย์ตกแต่งเพียง 320 คนเท่านั้น
          นพ.สุกิจ วรธำรง สมาชิกสมาคมศัลยแพทย์ตกแต่งแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ปัจจุบันการผ่าตัดแปลงเพศจากหญิงเป็นชายพบมากขึ้นประมาณร้อยละ 20-30 เนื่องจากประชาชนมีความรับรู้และสังคมเปิดกว้างมากขึ้น โดยจะเริ่มตั้งแต่พบจิตแพทย์ จนถึงการผ่าตัดจะใช้ระยะเวลา 2 ปี หลังจากนั้น ต้องให้ฮอร์โมนเพศชายต่อเนื่องตลอดชีวิต เพื่อป้องกันปัญหาหญิงวัยทองที่มีกระดูกบาง โรคหัวใจ เป็นต้น อย่างไรก็ตาม สำหรับการผ่าตัดจะใช้เนื้อหรืออวัยวะบริเวณท้องแขน หรือต้นขาของผู้ป่วยมาทำ เป็นอวัยวะเพศ ขนาดจะใหญ่แค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับเนื้อที่ทำ ซึ่งส่วนใหญ่จะประมาณ 5-6 นิ้ว มีบ้างที่หลังจากทำแล้วต้องกลับมาพบแพทย์เพื่อเพิ่มขนาดขึ้นไปอีก เนื่องจากเนื้อที่นำมาทำเกิดการหดตัว แต่พบไม่มาก

pageview  925655    
สำนักงานพัฒนาระบบข้อมูลข่าวสารสุขภาพ Health Information System Development Office (HISO)
ห้อง A3 ชั้น 3 อาคาร 4Plus Buiding เลขที่ 56/22-24 ซอยงามวงศ์วาน 4 ต.บางเขน อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000
Tel : 02-5892490-2 Fax : 02-5892493 www.healthinfo.in.th
 
© Health Information System Development Office (HISO) . All Rights Reserved