Follow us      
  
หนังสือพิมพ์มติชน [ วันที่ 10/03/2560 ]
เลขาธิการสพฉ.คนใหม่ชู4ปี พัฒนาการแพทย์ฉุกเฉินดีขึ้น

 'หมออัจฉริยะ'ประกาศนโยบายหลังรับตำแหน่งเลขาฯ สพฉ. 4 ปี พัฒนาการแพทย์ฉุกเฉิน เพิ่มการเข้าถึงบริการ พร้อมแก้ปัญหาการส่งต่อผู้ป่วยในอนาคต
          เมื่อวันที่ 9 มีนาคม ที่สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) ร.อ.นพ.อัจฉริยะ แพงมา เลขาธิการ สพฉ. แถลงข่าวทิศทางการทำงานภายหลังรับตำแหน่งเลขาธิการ สพฉ.คนใหม่ ว่า สถานการณ์ผู้ป่วยฉุกเฉินของไทยมีแนวโน้มที่จะมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น ที่ผ่านมาพบว่ามีผู้ป่วยฉุกเฉิน 12 ล้านคน ในจำนวนนี้เป็นผู้ป่วยวิกฤตถึง 4 ล้านคน ขณะที่การเข้าถึงการบริการนั้น สถิติไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้จำนวนผู้ป่วยฉุกเฉินที่ได้รับการบริการเพิ่มขึ้น แต่ยังไปไม่ถึงจุดที่ต้องการ ทั้งนี้ ในปี 2556-2558 พบว่ามีผู้ป่วยฉุกเฉินเข้าถึงการบริการ 1.3 ล้านคน แต่มีผู้ป่วยวิกฤตเพียง 4 แสนคน คิดเป็นร้อยละ 10 ดังนั้น อีกร้อยละ 90 ที่เหลือยังต้องการระบบการแพทย์ฉุกเฉินเข้ามาให้บริการ จึงจำเป็นต้องมีการพัฒนาเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงบริการมากขึ้น
          ร.อ.นพ.อัจฉริยะกล่าวว่า การเข้าถึงการบริการฉุกเฉิน สพฉ. จะส่งเสริมและพัฒนาให้มีระบบการรับแจ้งที่ตอบสนองต่อการเจ็บป่วยฉุกเฉิน โดยสนับสนุนให้ท้องถิ่นเป็นหน่วยรับแจ้งและประสาน และสนับสนุนให้สถานพยาบาลเป็นหน่วยอำนวยการทางการแพทย์ฉุกเฉิน จากเดิมที่เมื่อโทร 1669 หน่วยที่รับแจ้ง คือ หน่วยที่อยู่ในกระทรวงสาธารณสุข และประสานต่อ รวมไปถึงการดำเนินการให้มีการแจ้งเหตุในพื้นที่ที่เข้าถึงยาก เช่น พื้นที่ทะเล ซึ่งในอดีตจะมีเฉพาะพื้นที่ทางบกเท่านั้น โดยอาจจะประสานกับกองทัพเรือในการขอความร่วมมือ ส่วนการปฏิบัติการฉุกเฉินทางอากาศที่ลำเลียงผ่านเฮลิคอปเตอร์ และเครื่องบิน ที่ผ่านมา เริ่มใน 8 จังหวัดภาคเหนือ ตามแนวชายแดนภาคตะวันตกมาแล้ว ส่วนใหญ่เป็นการเคลื่อนย้ายระหว่างโรงพยาบาล แต่อนาคตจะพัฒนาให้หน่วยปฏิบัติการฉุกเฉินทางอากาศไปรับยังจุดเกิดเหตุ รวมไปถึงการขยายขอบเขตการให้บริการไปยังสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วย
          ร.อ.นพ.อัจฉริยะกล่าวว่า การให้บริการผู้ป่วยในสถานพยาบาลก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่จะต้องให้ความสำคัญ เพราะมีระดับการให้บริการที่แตกต่างกัน แต่ที่ผ่านมาไม่มีการจัดระดับอย่างชัดเจน ซึ่งจะมีการพัฒนาในเรื่องนี้ ว่าโรงพยาบาลใดสามารถรับคนไข้ประเภทไหนอย่างไรบ้าง เช่น โรคสมอง โรคหัวใจ ซึ่งจะทำให้ง่ายต่อการส่งต่อผู้ป่วย โดยในอนาคตจะมีการจัด Emergency Center เพื่อที่จะลดการแออัดคับคั่งของผู้ป่วยฉุกเฉินในสถานพยาบาลภาครัฐ นอกจากนี้ จะทำ Reverse EMCO คือ กรณีที่ผู้ป่วยเข้าโรงพยาบาลภาครัฐแล้ว และสถานพยาบาลของรัฐอาจจะเต็ม ขีดความสามารถไม่ว่าจะเป็น เตียงเต็ม ทรัพยากรต่างๆ อาจจะต้องอาศัยกลไก ความร่วมมือจากสถานพยาบาลเอกชน ในการรับผู้ป่วยฉุกเฉินออกไปดูแล ซึ่งตรงนี้เป็นเรื่องของข้อตกลงระหว่างสถานพยาบาลเอกชนกับกองทุนต่างๆ ของภาครัฐ

pageview  933073    
สำนักงานพัฒนาระบบข้อมูลข่าวสารสุขภาพ Health Information System Development Office (HISO)
ห้อง A3 ชั้น 3 อาคาร 4Plus Buiding เลขที่ 56/22-24 ซอยงามวงศ์วาน 4 ต.บางเขน อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000
Tel : 02-5892490-2 Fax : 02-5892493 www.healthinfo.in.th
 
© Health Information System Development Office (HISO) . All Rights Reserved