HISO - เรื่องเล่าข่าวเด่น

  
   Follow us      
  
หนังสือพิมพ์มติชน [ วันที่ 03/03/2560 ]
จี้หลอดลมด้วย'ความร้อน'นวัตกรรมรักษาหืดรุนแรง

  รพ.จุฬาลงกรณ์นำนวัตกรรมใหม่รักษาโรคหืดเรื้อรังขั้นรุนแรง ที่เดียวในไทยและแห่งแรกในอาเซียน เตรียมผลักดันเข้าระบบ ให้ทุกคนเข้าถึง
          เมื่อวันที่ 2 มีนาคม ที่อาคารภูมิสิริมังคลา นุสรณ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย และหน่วยโรคระบบการหายใจและภาวะวิกฤตการหายใจ ฝ่ายอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกัน แถลงข่าว "รพ.จุฬาลงกรณ์ ส่องกล้องรักษาโรคหืด แห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทย" โดยมี ศ.นพ.สุทธิพงศ์ วัชรสินธุ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และคณบดีคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ศ.นพ.สมเกียรติ วงษ์ทิม นายกสมาคมองค์กรโรคหืดแห่งประเทศไทย นพ.ธิติวัฒน์ ศรีประสาธน์ หน่วยโรคระบบการหายใจและภาวะวิกฤตการหายใจ ฝ่ายอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พร้อมบุคลากรทางการแพทย์ และผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาร่วม
          ศ.นพ.สุทธิพงศ์แถลงว่า โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ประสบความสำเร็จในการนำนวัตกรรมใหม่ใช้ในการรักษาโรคหืดเรื้อรังขั้นรุนแรง ทำให้ผู้ป่วยลดปริมาณการกินยาและฉีดยาได้เป็นเวลานานถึง 5 ปี ลดภาระค่าใช้จ่าย ในการรักษาผู้ป่วย
          ศ.นพ.สมเกียรติกล่าวว่า สถานการณ์โรคหืดในปัจจุบัน พบผู้ป่วยประมาณ 3-4 ล้านคน จากประชากรทั้งหมด 70 ล้านคน โรงพยาบาลสามารถคิดค้นนวัตกรรมที่สามารถรักษาโรคหืดได้ ไม่เฉพาะเพียงแห่งแรกในประเทศไทย แต่นับเป็นแห่งแรกในอาเซียน
          นพ.ธิติวัฒน์กล่าวว่า นวัตกรรมใหม่นี้เรียกว่าการจี้หลอดลมด้วยความร้อน ซึ่งใช้ในกรณีที่ผู้ป่วยโรคหืดอาการขั้นรุนแรง การรักษาด้วยนวัตกรรมใหม่นี้จะรักษาคนไข้ที่อยู่ในอาการสลบ จากนั้นจะนำสายของเครื่องขนาดความกว้าง 2-3 มิลลิเมตร หย่อนผ่านหลอดลมไปยังปอด ซึ่งเซ็นเซอร์จากสายดังกล่าวจะเปลี่ยนจากคลื่นวิทยุเป็นความร้อนที่ 65 องศาเซลเซียส จากนั้นจี้เข้าไปยังหลอดลมส่วนปลายเพื่อทำลายกล้ามเนื้อเรียบให้บางลงไม่ให้หลอดลมตีบ ระยะการใช้แต่ละจุดประมาณ 2 ชั่วโมง และเข้ารับการรักษาด้วยนวัตกรรมนี้ทั้งหมด 3 ครั้ง แต่ละครั้งต้องห่างกันอย่างน้อย 3 สัปดาห์
          "จากการวิจัยในต่างประเทศพบว่าการจี้กล้ามเนื้อเรียบทำให้ลดการมานอนโรงพยาบาลได้ร้อยละ 70 และลดโอกาสกำเริบ 5 เท่า และสามารถควบคุมอาการกำเริบได้นานถึง 5 ปี ไม่มีผลข้างเคียง ปอดไม่ถูกทำลาย ขณะนี้มีผู้เข้ารับรักษาทั้งหมด 5 คน รักษาเสร็จแล้ว 2 คนและที่เหลืออยู่ระหว่างการเข้ารับรักษา การรักษานี้ คาดหวังให้คนไข้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและลดค่าใช้จ่ายในการใช้ยาที่มีราคาแพงด้วย" นพ.ธิติวัฒน์กล่าว
          นางสุดสวงน สงวนแก้ว ผู้ป่วยที่รักษาด้วยวิธีนี้ กล่าวว่า ก่อนเข้ารับการรักษาด้วยนวัตกรรมดังกล่าว ตนมีอาการรุนแรงมาก ต้องใช้ยาในปริมาณมาก เกิดผลข้างเคียงผมร่วง เวลา 8 ปีที่ต้องจ่ายค่ารักษาสูงเกือบ 1 ล้านบาท แต่ภายหลังเข้ารับการรักษาแล้ว หายใจคล่องขึ้น มีอาการที่ดีขึ้นทำให้การใช้ชีวิตประจำวันเปลี่ยนไปมาก
          เมื่อถามว่า ค่ารักษาพยาบาลสำหรับนวัตกรรมดังกล่าวประมาณเท่าใด นพ.ธิติวัฒน์กล่าวว่า อยู่ที่ประมาณ 200,000 บาท ซึ่งครอบคลุมการรักษาทั้งหมด 3 ครั้ง ขณะนี้ยังไม่สามารถเบิกจ่ายได้ แต่ในอนาคตทางโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์จะนำนวัตกรรมดังกล่าวเข้าระบบเพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงได้


pageview  1134401    
สำนักงานพัฒนาระบบข้อมูลข่าวสารสุขภาพ Health Information System Development Office (HISO)
ห้อง A3 ชั้น 3 อาคาร 4Plus Buiding เลขที่ 56/22-24 ซอยงามวงศ์วาน 4 ต.บางเขน อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000
Tel : 02-5892490-2 Fax : 02-5892493 www.healthinfo.in.th
 
© Health Information System Development Office (HISO) . All Rights Reserved