Follow us      
  
  

หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ [ วันที่ 20/04/2560 ]
ประยุทธ์คาใจ จี้หาสาเหตุตาย เทศกาลฯกำชับปค.เสริมวินัยให้ผู้ใช้รถ

 "พล.อ.ประยุทธ์" กร้าว ยังไม่พอใจ สถิติลดตายสงกรานต์ 60 ชี้ยังมี สูญเสีย ย้ำหาสาเหตุให้ได้ เพื่อล้อมคอก "พล.อ.ประวิตร" ระบุ คงมาตรการ ยึดรถ-ยึดใบขับขี่ ป้องกันบาดเจ็บ-เสียชีวิต ด้าน ศปถ. สรุป 7 วันอันตราย ดับเซ่นสงกรานต์รวม 390 ศพ ต่ำกว่าปี 59 ถึง 52 ศพ ลั่นไม่ปิดศูนย์ ความปลอดภัยทางถนน เร่งรณรงค์ต่อเนื่อง สั่ง "กรมปกครอง" เป็นแม่งานสร้างวินัยขับขี่ประชาชน โวมาตรการคาดเข็มขัด-ห้ามนั่งท้ายกระบะ ทำยอดตายลดฮวบ ฝั่ง "ดร.นพดล" ชงรัฐบังคับติดกล้องหน้ารถ ช่วยลดอุบัติเหตุ ส่วนมูลนิธิเมาไม่ขับ แนะเพิ่มโทษ ผู้โดยสารไปกับคนเมาแล้วขับ ให้ได้รับโทษเท่ากันแก้ปัญหา ขณะที่บรรยากาศส่งท้ายสงกรานต์ ชลบุรี ชุ่มฉ่ำงานวันไหลเกาะสีชัง รำลึกประเพณีอุ้มสาวลงน้ำแห่งเดียวในโลก
          ส่งท้ายเทศกาลสงกรานต์ หนังสือพิมพ์และเว็บไซต์เดลินิวส์ ผนึกกำลังมูลนิธิเมาไม่ขับ อีกทั้งมูลนิธิสถาบันวิจัยความสุขชุมชนและความเป็นผู้นำ หรือซูเปอร์โพล ร่วมรณรงค์ลดตาย ลดอุบัติเหตุ อย่างต่อเนื่อง โดยรัฐบาลใช้คำสั่ง ม.44 คุมเข้มผู้ขับขี่ยวดยานพาหนะ ห้ามฝ่าฝืนกฎหมายจราจร เพื่อดูแลความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชนเดินทางกลับ สู่จุดหมายปลายทางอย่างสวัสดิภาพ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
          สรุป 7 วันสังเวย 390 ศพ
          ความคืบหน้า เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 18 เม.ย. ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) นายกฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย รองประธานกรรมการศูนย์อำนวย การความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) คนที่ 1 เป็นประธานแถลงสรุปผลการดำเนินงานลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ 60 โดย นายกฤษฎา กล่าวว่า สถิติอุบัติเหตุทางถนนของวันที่ 17 เม.ย. ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการรณรงค์ลดตาย เกิดอุบัติเหตุ 307 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 40 ราย ผู้บาดเจ็บ 323 ราย สรุปอุบัติเหตุทางถนนรวม 7 วัน ตั้งแต่วันที่ 11-17 เม.ย. เกิดอุบัติเหตุรวม 3,690 ครั้ง โดยมีสาเหตุสูงสุด 3 อันดับแรกจากการเมาแล้วขับ 1,589 ครั้ง ขับรถเร็ว 1,028 ครั้ง และตัดหน้ากระชั้นชิด 547 ครั้ง ประเภทยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด 2 อันดับแรก ได้แก่ รถจยย. 3,230 คัน รถกระบะ 260 คัน แยกเป็น รถส่วนบุคคล 3,428 คัน รถโดยสารสาธารณะ 230 คัน รถบรรทุก 21 คัน พฤติกรรมเสี่ยงที่ทำให้เสียชีวิตและบาดเจ็บ 5 อันดับแรก ได้แก่ ไม่สวมหมวกนิรภัย เมาแล้วขับ ขับรถเร็ว ตัดหน้ากระชั้นชิด และ รถจยย. ไม่ปลอดภัย มีผู้เสียชีวิตรวม 390 ราย แยกเป็น เสียชีวิต ณ จุดเกิดเหตุ 198 ราย และเสียชีวิตที่ รพ. 171 ราย ระหว่างนำส่ง รพ. 21 ราย ขณะที่ผู้บาดเจ็บมียอดรวมทั้งหมด 3,808 ราย
          ขับรถเร็วสาเหตุมรณะ
          นายกฤษฎา กล่าวอีกว่า สาเหตุที่ทำให้เสียชีวิตสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ขับรถเร็ว 146 ราย เมาแล้วขับ 124 ราย และทัศนวิสัยไม่ดี 77 ราย ประเภทรถที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ รถจยย. 284 ราย ไม่สวมหมวกนิรภัย 163 ราย รองลงมาได้แก่ รถกระบะ 49 ราย รถเก๋ง 27 ราย สถานะของผู้เสียชีวิตเป็นผู้ขับขี่ 270 ราย ผู้โดยสาร 84 ราย คนเดินถนน 22 ราย ส่วนจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด ได้แก่ จ.อุดรธานี 161 ครั้ง จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ จ.นครราชสีมา 17 ราย จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ จ.อุดรธานี 168 ราย จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต 4 จังหวัด ได้แก่ จ.กระบี่ นราธิวาส แม่ฮ่องสอน และสมุทรสงคราม จังหวัดที่ไม่มีผู้บาดเจ็บ 1 จังหวัด ได้แก่ จ.ชัยภูมิ สำหรับการวิเคราะห์สถิติอุบัติเหตุช่วงวันที่ 11-17 เม.ย. พบว่า สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด
          ได้แก่ เมาแล้วขับ ร้อยละ 43.06 ขับรถเร็ว ร้อยละ 27.86 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจยย. ร้อยละ 84.91 รถกระบะ ร้อยละ 6.83 ส่วนใหญ่เกิดในเส้นทางตรง ร้อยละ 63.71 ถนนกรมทางหลวง ร้อยละ 36.07 บนถนนใน อบต./หมู่บ้าน ร้อยละ 36.02
          ยอดตายลดลงจากปี 59
          นายกฤษฎา กล่าวอีกว่า ต้องขอขอบคุณข้าราชการทุกฝ่ายที่ช่วยดูแลความปลอดภัยเทศกาลสงกรานต์ตั้งแต่วันที่ 11 เม.ย.-17 เม.ย. โดยผลของการปฏิบัติงานจะไม่นำตัวเลขของผู้เสียชีวิตมาโฆษณาหรือประชาสัมพันธ์ แต่จะตั้งเป้าทำให้ประชาชนมีความปลอดภัยมากที่สุดและสูญเสียน้อยที่สุดหรือไม่มีเลย อย่างไรก็ตามผู้เสียชีวิตในปี 60 มีน้อยกว่าปี 59 ถึงร้อยละ 20 แต่จำนวนอุบัติเหตุยังสูง และผู้ได้รับบาดเจ็บมีจำนวนมากขึ้น ซึ่งอุบัติเหตุส่วนใหญ่เกิดจากการดื่มสุรา ร้อยละ 47 รองลงมาคือการไม่ปฏิบัติตามกฎจราจร โดยอุบัติเหตุส่วนใหญ่ยังเกิดจาก รถจยย. กว่าร้อยละ 60 ขณะที่รถยนต์ส่วนบุคคลเกิดอุบัติเหตุมากกว่ารถสาธารณะ ทั้งนี้จะนำมาตรการที่ได้ใช้มาปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง และจะไม่ปิดศูนย์ความปลอดภัยทางถนน เพราะเราจะทำหน้าที่รณรงค์ให้ความรู้แก่ประชาชนต่อเนื่องเรื่องเมาไม่ขับ จะไม่รณรงค์เฉพาะช่วงเทศกาลเท่านั้น ซึ่งต่อไปกรมการปกครองจะต้องหารือกับท้องถิ่นพื้นที่ต่าง ๆ เพื่อทำความเข้าใจสร้างวินัยกับชาวบ้านให้มากขึ้น
          เร่งสร้างสำนึกเมาไม่ขับ
          นายกฤษฎา กล่าวอีกว่า ส่วนปีต่อไปจะออกกฎเกณฑ์ควบคุมการจำหน่ายสุราในเทศกาลสงกรานต์หรือไม่นั้น การจะออกเป็นกฎหมายต้องคิดให้รอบคอบ เพราะไม่เช่นนั้นจะเกิดผู้ออกมาต่อต้าน ทั้งที่รัฐคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นหลัก แต่ต่อจากนี้จะพูดคุยกับผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอและผู้อยู่ในพื้นที่ รณรงค์การสร้างจิตสำนึกให้เมาไม่ขับ และเมื่อเทียบกับเหตุการณ์ในจังหวัดชายแดนใต้ ยังพบว่าเกิดการสูญเสียไม่เท่ากับเทศกาลสงกรานต์ 7 วัน 390 ราย จึงอยากให้ประชาชนช่วยกันตระหนักและดูแลกันภายในครอบครัวด้วย ทั้งนี้ยอมรับว่าการปรับวิธีรายงานสาเหตุของผู้เสียชีวิต ทำให้การทำงานดีขึ้น สำหรับมาตรการห้ามนั่งท้ายรถกระบะและเข้มงวด การคาดเข็มขัดนิรภัยนั้น ช่วยลดจำนวนผู้เสียชีวิตลงได้ แต่ตัวเลขการสูญเสียยังเกิดจากการดื่มสุราเป็นหลัก และไม่ทำตามกฎระเบียบวินัยจราจร
          แฉสถิติดับย้อนหลัง 4 ปี
          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับสถิติการเกิดอุบัติเหตุช่วงเทศกาลสงกรานต์ย้อนหลัง ระหว่างปี 56-59 พบว่า สถิติอุบัติเหตุวันที่ 11-17 เม.ย. 56 เกิดอุบัติเหตุ 2,828 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 321 ราย ผู้บาดเจ็บ 3,040 คน สาเหตุการเกิดอุบัติเหตุมาจาก เมาสุราร้อยละ 39.11 ขับรถเร็ว ร้อยละ 23.59 ประเภทรถที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด รถจยย. ร้อยละ 78.71 รถกระบะ ร้อยละ 11.80 รถเก๋ง/แท็กซี่ ร้อยละ 4.24 ส่วนจังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุดคือ จ.ประจวบคีรีขันธ์ 12 ราย สำหรับสถิติอุบัติเหตุ วันที่ 11-17 เม.ย. 57 เกิดอุบัติเหตุ 2,992 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 322 ราย ผู้บาดเจ็บ 3,225 คน สาเหตุการเกิดอุบัติเหตุมาจาก ขับรถเร็ว ร้อยละ 24.47 เมาสุรา ร้อยละ 36.76 รถที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด รถจยย. ร้อยละ 79.14 รถกระบะ ร้อยละ 11.39 รถเก๋ง/แท็กซี่ ร้อยละ 4.74 จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด จ.นครราชสีมา 14 ราย สถิติอุบัติเหตุวันที่ 9-15 เม.ย. 58 เกิดอุบัติเหตุ 3,373 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 364 ราย ผู้บาดเจ็บ 3,559 คน สาเหตุการเกิดอุบัติเหตุ เมาสุรา ร้อยละ 39.31 ขับรถเร็ว ร้อยละ 24.34 ส่วนจังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด คือ จ.สุรินทร์ 16 ราย ขณะที่สถิติอุบัติเหตุวันที่ 11-17 เม.ย. 59 สถิติสะสม เกิดอุบัติเหตุ 3,447 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 442 ราย ผู้บาดเจ็บ 3,656 ราย สาเหตุการเกิดอุบัติเหตุ เมาสุรา ร้อยละ 34.09 ขับรถเร็ว ร้อยละ 32.93 รถที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด รถจยย. ร้อยละ 80.67 รถกระบะ ร้อยละ 8.85 ส่วนจังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตมากสุด คือ กรุงเทพฯ และ จ.นครราชสีมา 19 ราย ทั้งนี้เมื่อเทียบยอดผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางท้องถนน ปี 59 ที่มีรวม 442 ราย กับปี 60 ที่มีผู้เสียชีวิตรวม 390 ราย พบว่า ลดลงถึง 52 ราย
          ยึดรถคนเมา 7,512 คัน
          ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) ถนนราชดำเนิน พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษก คสช. กล่าวว่า พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ. ในฐานะเลขาธิการ คสช. เป็นประธานการประชุมสำนักเลขาธิการ คสช. โดยได้กล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่ได้ร่วมกันทำงานดูแลประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ทั้งนี้ มีข้อสังเกตว่าสถิติการเสียชีวิตลดลงถึง 20 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 59 ส่วนหนึ่งประเมินว่า อาจเกิดจากประชาชนปฏิบัติตามมาตรการเพิ่มประสิทธิภาพความปลอดภัยการจราจร คาดเข็มขัดนิรภัย สวมหมวกกันน็อก ไม่บรรทุกน้ำหนักเกินและระมัดระวังการนั่งในกระบะท้ายรถ แต่สาเหตุการเสียชีวิตส่วนใหญ่ยังเกิดจากการดื่มสุราและขับรถเร็ว ซึ่งเป็นเรื่องที่สังคมควรให้ความสำคัญ และหาทางแก้ไขต่อไป นอกจากนี้ในช่วงเทศกาลไม่ปรากฏเหตุการณ์อันไม่พึงประสงค์ เป็นเพราะการทำงานอย่างเข้มงวดในการรักษาความสงบเรียบร้อย สำหรับสถิติการตรวจพบผู้กระทำผิดดื่มแล้วขับขี่ วันที่ 17 เม.ย. มีดังนี้ รถจยย. พบกระทำความผิด 63,144 ครั้ง จำเป็นต้องยึดรถไว้ 695 คัน และส่งผู้กระทำผิดดำเนินคดี 39,635 คน สำหรับรถโดยสารสาธารณะและรถยนต์ส่วนบุคคล พบการกระทำความผิด 46,975 ครั้ง ยึดใบอนุญาตขับขี่ไว้ 1,294 ใบ ยึดรถยนต์ 273 คัน ส่งผู้กระทำความผิดดำเนินคดี 30,905 คน โดยตลอด 6 วัน ที่ผ่านมาตั้งแต่วันที่ 12-17 เม.ย. พบการกระทำความผิดในส่วนรถจยย. 388,157 ครั้ง รถโดยสารสาธารณะและรถยนต์ 321,284 ครั้ง ต้องยึดรถ 7,512 คัน แยกเป็นรถจยย. 5,677 คัน และรถยนต์ 1,835 คัน และดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด รถจยย. 250,148 คัน รถโดยสารสาธารณะและรถยนต์ส่วนบุคคล 197,050 คัน
          13 เม.ย.คนเจ็บรักษาอื้อ
          อีกด้าน นพ.อัจฉริยะ แพงมา เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) เปิดเผยว่า ศูนย์ประสานคุ้มครองสิทธิผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤติ สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (ศคส.สพฉ.) สรุปยอดรวมการใช้สิทธิตามนโยบาย "เจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤติ มีสิทธิ ทุกที่" ในช่วง 7 วันเทศกาลสงกรานต์ พบว่า มีผู้ขอใช้สิทธิเจ็บป่วยฉุกเฉินจากอุบัติเหตุจราจร 744 ราย เป็นผู้ป่วยที่เข้าเกณฑ์ 290 ราย โดยวันที่ประชาชนขอใช้สิทธิมากที่สุด คือวันที่ 13 เม.ย. รองลงมาคือวันที่ 11 เม.ย. และ วันที่ 17 เม.ย. ซึ่งเป็นช่วงที่ประชาชนเดินทางกลับมากที่สุด ส่วนยอดรวมการขอใช้สิทธิตลอด 17 วันที่ผ่านมา 1,773 ราย เข้าเกณฑ์ 715 ราย คิดเป็นร้อยละ 40.33 ในจำนวนนี้เป็นผู้ป่วยจากสิทธิประกันสุขภาพถ้วนหน้า 471 ราย ประกันสังคม 106 ราย ข้าราชการ 115 ราย และกองทุน อื่น ๆ 23 ราย โดยเป็นการใช้บริการในพื้นที่กรุงเทพมหานคร 378 ราย ต่างจังหวัด 337 ราย ทั้งนี้ 5 จังหวัดที่รับบริการมากที่สุด คือ กรุงเทพฯ 378 ราย ชลบุรี 38 ราย พิษณุโลก 34 ราย สมุทรปราการ 33 ราย สมุทรสาคร 24 ราย และนนทบุรี 19 ราย ทั้งนี้กลุ่มอาการฉุกเฉินวิกฤติที่เข้าข่าย คือ หมดสติ ไม่รู้สึกตัว ไม่หายใจ หายใจเร็ว หอบเหนื่อยรุนแรง เจ็บหน้าอกเฉียบพลันรุนแรง แขนขาอ่อนแรงครึ่งซีก พูดไม่ชัดแบบปัจจุบันทันด่วน หรือชักต่อเนื่องไม่หยุด หรือมีอาการอื่นร่วม ที่มีผลต่อการหายใจ ระบบการไหลเวียนโลหิตและระบบสมองที่อาจเป็นอันตรายต่อชีวิตเมื่อประสบเหตุ ให้รีบโทรฯสายด่วน 1669 เพื่อนำส่ง รพ. และหากไม่เข้าใจ โทรฯ เข้ามาสอบถามได้ที่ 0-2872-1669 หรืออีเมล ucepcenter@niems.go.th ตลอด 24 ชั่วโมง
          บิ๊กตู่ไม่พอใจยังมีสูญเสีย
          ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. กล่าวก่อนการเป็นประธานประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงกรณีการดำเนินงานลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ 60 ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วยสีหน้าเคร่งเครียดว่า ส่วนตัวยังไม่พอใจกับสถิติตัวเลขผู้เสียชีวิตบนท้องถนน จากอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลสงกรานต์ เพราะยังมีคนตายอยู่ เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามว่า สงกรานต์ที่ผ่านมานายกฯ เดินทางไปเที่ยวที่ไหน พล.อ. ประยุทธ์ กล่าวเพียงสั้น ๆ ว่าอยู่บ้าน
          ย้ำหาต้นตอสาเหตุให้ได้
          พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า สถิติอุบัติเหตุทางถนน เบื้องต้นจากรายงานระบุว่า มีผู้เสียชีวิต 390 ราย บาดเจ็บ 3,808 คน ซึ่งยังเป็นสาเหตุเดิมคือเมาแล้วขับ ขับรถเร็ว และไม่สวมหมวกนิรภัย โดยรถ จยย. เกิดอุบัติเหตุมากที่สุด อย่างไรก็ตามขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง รวมกว่า 3 แสนนาย ที่เสียสละทำหน้าที่อำนวยความสะดวกให้กับประชาชนในช่วงวันหยุด รวมถึงเจ้าหน้าที่ที่อยู่ตามบริเวณชายแดนต่าง ๆ ที่ต้อง เตรียมรองรับสถานการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้น ส่วนกฎหมายต่าง ๆ ที่ได้ผ่อนปรนในช่วงเทศกาลสงกรานต์นั้น ก็ยังคงบังคับใช้อยู่ ขออย่านำมาสร้างความขัดแย้ง ซึ่งรัฐบาลเข้าใจแต่ขอให้ใช้เวลาปรับตัวให้ได้ ทั้งนี้ แม้สถิติจะลดลง แต่ก็ยังไม่พอใจกับสถิติดังกล่าว ไม่ว่าจะมากเรื่องน้อยก็ตาม เพราะยังมีการสูญเสีย แต่ไม่ได้โทษเจ้าหน้าที่เพราะทำได้เพียงเท่านี้ตามกฎหมาย ดังนั้นต้องยกเรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์ในการดูแลตัวเอง ไม่มีใครดูแลชีวิตใครได้เท่าตัวเอง และสิ่งสำคัญต้องแก้ต้นเหตุด้วยการสร้างจิตสำนึก เนื่องจากสังคมยังขาดในส่วนนี้ อาจจะเคยชินกับความรุนแรงและขาดการยับยั้งชั่งใจ จึงเกิดความขัดแย้งไปหมด
          สั่งล่าตัวคนเต้นเปลือยอก
          พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังได้สั่งการในเรื่องการเต้นไม่สุภาพหรือเปลือยเปิดอก ที่ต้องดำเนินการจับกุมให้ได้ เพราะถือว่าไม่เกรงกลัวอะไร และไม่มีความละอาย ซึ่งสังคมจะเป็นแบบนี้ไม่ได้ ส่วนข้อเสนอให้ปรับแก้กฎหมายให้เข้มงวดมากยิ่งขึ้นนั้น มองว่าปัญหาอยู่ที่ผู้ปฏิบัติที่ไม่เกรงกลัว กฎหมาย แม้ว่ารัฐบาลเข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมายแล้ว แสดงว่าสังคมมีปัญหา จึงต้องช่วยกันให้สังคมปลอดภัย ขณะเดียวกันในส่วน ของการกวาดล้างอาวุธสงครามในช่วงที่ผ่านมา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ได้สั่งการให้กวาดล้างมาโดยตลอดก่อนช่วงสงกรานต์ แต่มีคนจำนวนมากและบ้านเมืองยังไม่เป็นระเบียบจึงดูแลควบคุมได้ยาก ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ทำเต็มที่และดำเนินการอย่างต่อเนื่อง และขอให้สร้างกระแสสังคมให้ช่วยกันดูแล รวมถึงการนำเสนอข่าวให้ไปในทิศทางที่ดี และสอนให้สังคมรับรู้ว่าสิ่งใดเหมาะสมหรือไม่เหมาะสม
          ลุยต่อยึดรถ-ใบขับขี่
          ต่อมา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม กล่าวภายหลังการประชุม ครม. ถึงมาตรการดูแลประชาชนช่วงเทศกาลสงกรานต์ ที่ผ่านมา มีสถิติการเสียชีวิตลดลง ว่า หากพูดถึงตัวเลขคงไม่เกี่ยวกับพอใจหรือไม่พอใจ แต่เราไม่อยากให้ประชาชนเสียชีวิตในช่วงเทศกาลต่าง ๆ ที่สำคัญ เราใช้กำลัง 2 แสนคน ดูแลจุดตรวจต่าง ๆ 25,000 กว่าจุด เพื่อบริการและป้องกันไม่ให้ประชาชนที่สัญจรเดินทางนั้นเสียชีวิตหรือบาดเจ็บ แต่ก็ยังทำไม่ได้ เนื่องจากยังมีบางคนดื่มสุราและขับรถเร็ว จึงต้องใช้มาตรการยึดรถ ยึดใบขับขี่กว่า 9 แสนคดี ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูง อย่างไรก็ตามเราพยายามดำเนินการร่วมกับเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการบาดเจ็บและเสียชีวิต ซึ่งขณะนี้ไม่ใช่ว่าดีขึ้นหรือแย่ลง แต่ยังเกิดเหตุการณ์ทุกอย่าง ดังนั้นต้องช่วยกันดูแล พร้อมทั้งยืนยันว่าไม่จำเป็นต้องเพิ่มมาตรการ หรืออนุโลมใด ๆ ยังคงยึดหลักปฏิบัติดังกล่าวต่อไป ทั้งยึดรถยึดใบขับขี่ และอะไรควรทำ หรือไม่ควรทำ ซึ่งต้องรอดูว่าเจ้าหน้าที่ทั้งหมดจะรวบรวมบูรณาการอย่างไร
          กังขาตัวเลขเมาแล้วขับ
          นพ.แท้จริง ศิริพานิช เลขาธิการมูลนิธิเมาไม่ขับ กล่าวถึงผลสรุปลดอุบัติเหตุช่วง 7 วันอันตรายว่า ตัวเลขที่ตาย 390 ราย ลดลงจากปีที่ผ่านมา แต่ยังมากอยู่เมื่อเทียบกับปี 58 สาเหตุหลักมาจากเมาแล้วขับ และขับรถเร็ว มีข้อสงสัยว่าตัวเลขเมาแล้วขับ 1,589 ราย ใน 7 วันมีผลตรวจเลือดประกอบหรือไม่ เพราะที่ผ่านมาคาดว่าตำรวจจะใช้วิธีประเมินด้วยสายตา และดมว่ามีกลิ่นสุราหรือไม่ แต่ส่วนมากจะตรวจก่อนที่จะเกิดอุบัติเหตุมากกว่า โดยตำรวจตั้งจุดตรวจที่ด่าน เนื่องจากระเบียบของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะใช้ดุลพินิจให้ตรวจแอลกอฮอล์ในเลือดเมื่อเกิดอุบัติเหตุ ซึ่งต้องมีคำสั่งจากตำรวจ หมอจึงสามารถตรวจได้ ขณะเดียวกันเมื่อตรวจเลือดแล้ว ตำรวจต้องจ่ายค่าตรวจให้ รพ. มีค่าใช้จ่าย 300 บาทต่อ คน ที่ผ่านมามีช่องว่างทางกฎหมาย ทำให้ที่สุดแล้ว ผู้ที่เมาแล้วขับไม่ได้รับโทษสูงสุด เพราะไม่มีผลแอลกอฮอล์ในเลือดไปเป็นหลักฐาน ได้ อย่างไรก็ตามในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา ทางกระทรวงสาธารณสุขมีนโยบายให้รพ.ตรวจเลือดผู้เกิดอุบัติเหตุฟรี แต่ไม่แน่ใจว่าได้ส่งข้อมูลให้ ศปถ. หรือไม่ นอกจากนี้ยังมีสถิติขับรถเร็วมีหลักฐานจากกล้องตรวจจับความเร็วประกอบหรือไม่ นอกจากนี้อยากเสนอให้ปรับปรุงกฎหมาย ให้ผู้โดยสารไปกับคนเมาแล้วขับ ได้รับโทษเท่าเทียมกันด้วย เพื่อให้การแก้ปัญหาเป็นไปอย่างสัมฤทธิผล
          ยืนยันไม่ปิดศูนย์ลดตาย
          ดร.นพดล กรรณิการ์ ประธานมูลนิธิสถาบันวิจัยความสุขชุมชนและความเป็นผู้นำ สำนักวิจัยซูเปอร์โพล เปิดเผยว่า แม้ตัวเลขการเกิดอุบัติเหตุสะสมและจำนวนผู้บาดเจ็บจะสูงขึ้น แต่สิ่งสำคัญคือยอดผู้เสียชีวิตโดยรวมเทศกาลนี้ลดลง ถือว่าการช่วยลดความตายลง เป็นกุศลที่สุดแล้ว จึงเป็นไปตามเป้าหมายสูงสุดในการลดตาย ที่ได้ผนึกกำลัง 3 หน่วยงาน คือ หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ซูเปอร์โพล และมูลนิธิเมาไม่ขับ ดังนั้นเราจะไม่ปิดศูนย์ แต่จะร่วมรณรงค์ตลอดไป ขณะนี้ถือว่าประชาชนตื่นตัวด้วยการใช้มาตรการทางสังคม เช่น การติดกล้องหน้ารถ จะช่วยติดตามพฤติกรรมและช่วยป้องปรามผู้ขับขี่ ทางศูนย์ฯลดตาย มีเป้าหมายรณรงค์ให้ประชาชนติดกล้องหน้ารถให้ได้ 50% จากปริมาณรถยนต์ทั่วประเทศและทุกประเภท 37 ล้านคัน ในจำนวนนี้เป็นรถจยย.ถึง 20 ล้านคัน และเป็นยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุดกว่า 80%
          ชงรัฐบังคับติดกล้องหน้ารถ
          ดร.นพดล เปิดเผยต่อว่า ดังนั้นขอเสนอภาครัฐให้มีการแก้ไขกฎหมายด้วยการติดกล้องหน้ารถ เพื่อเป็นเครื่องมือและกลไกสำคัญในการควบคุมพฤติกรรมขับขี่อันตราย และมีนัยสำคัญทางสถิติ เป็นประโยชน์หลายมิติทั้งแก้ไขปัญหาทุจริต คอร์รัปชั่นของตำรวจ หากรัฐบาลสนับสนุนด้วยการใช้มาตรการทางภาษีมาช่วยจูงใจ เช่นการลดภาษี และเปิดช่องทางพิเศษให้สามารถส่งคลิปที่เกิดปัญหาให้ตำรวจติดตามผู้กระทำผิด หรือเปิดเว็บไซต์กลางให้ลงลิงก์เหมือนในต่างประเทศ เพื่อนำคลิปไปโชว์ให้เห็นพฤติกรรมในการขับขี่ จะเป็นการกระตุ้นเตือนประชาชนและผู้ขับขี่ให้ลดพฤติกรรมเสี่ยงมากขึ้น
          อัญเชิญหลวงพ่อพระใสกลับ
          ส่วนบรรยากาศส่งท้ายเทศกาลสงกรานต์ตามต่างจังหวัด อาทิ ที่วัดโพธิ์ชัย พระอารามหลวง อ.เมือง จ.หนองคาย นายสุชาติ นพวรรณ ผวจ.หนองคาย เป็นประธานฝ่ายฆราวาส และพระราชรัตนาลงกรณ์ เจ้าคณะจังหวัดหนองคาย เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ในพิธีอัญเชิญหลวงพ่อพระใส พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองชาวหนองคาย ออกจากศาลาพลับพลา แห่รอบพระอุโบสถ 3 รอบ ก่อนอัญเชิญขึ้นประดิษฐาน บนพระอุโบสถเช่นเดิม หลังจากที่ได้อัญเชิญหลวงพ่อพระใสลงจากพระอุโบสถ เมื่อวันที่ 13 เม.ย.ที่ผ่านมา เนื่องในเทศกาลสงกรานต์ ให้ประชาชนชาวหนองคายและนักท่องเที่ยวได้สรงน้ำ เพื่อความเป็นสิริมงคลอย่างใกล้ชิด โดยมีประชาชนชาวหนองคายหลายพันคน ร่วมพิธี เพราะนอกจากจะได้สรงน้ำหลวงพ่อพระใสแล้ว ยังถือเป็นการเล่นน้ำสงกรานต์ส่งท้ายด้วย
          อุ้มสาวลงน้ำวันไหลสีชัง
          ที่บริเวณชายหาดเกาะขามใหญ่ อ.เกาะ สีชัง จ.ชลบุรี ทางตอนเหนือของเกาะสีชัง นายธวัช สุวรรณ นายอำเภอเกาะสีชัง เป็นประธานในการเปิดงานเทศกาลสงกรานต์เกาะสีชัง วันไหลเกาะขามใหญ่ อุ้มสาวลงน้ำ โดยประเพณีสงกรานต์อุ้มสาวลงน้ำแห่งนี้ จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี และเป็นแห่งเดียวในโลก เป็นที่สนุกสนานของหนุ่มสาวชาวเกาะทั้งสองเกาะ ในปีนี้จัดขึ้นที่บริเวณเกาะขามใหญ่ ซึ่งห่างจากตัวอำเภอเกาะสีชัง 1 กม. และนั่งเรือจากท่าเรือเกาะลอยศรีราชามา 45 นาที ภายในงานจัดกิจกรรมที่เรียบง่าย เช่น พิธีทำบุญตักบาตร สรงน้ำพระ พิธีกองข้าวบวงสรวง การก่อพระเจดีย์ทราย โดยงดการจัดกิจกรรมรื่นเริงที่ส่งเสียงอึกทึกทั้งปวง
          ร่วมชมขบวนแห่พญายม
          ที่บริเวณคอเขาบางพระ หมู่ 4 ต.บางพระ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี นายสมเจตน์ เกตุวัตถา นายกเทศมนตรีตำบลบางพระ พร้อมคณะผู้นำชุมชน และชาวบ้านเขตเทศบาลตำบลบางพระ จัดขบวนแห่องค์พญายม จากบริเวณคอเขาบางพระ ไปบนถนนสุขุมวิท แล้วเลี้ยวเข้ารอบตลาดบางพระ ลงไปที่ชายทะเล ซึ่งในขบวนแห่นั้น มีประชาชนจากชุมชนต่าง ๆ และหน่วยงานเอกชนส่งรถตกแต่งที่สวยงามมาเข้าร่วมขบวนแห่องค์พญายม ทั้งสิ้น 29 ขบวน เป็นขบวนแห่ยาวกว่า 2.5 กม. ตลอดเส้นทางมีการสาดน้ำสงกรานต์กันตลอดสองข้างทางเนื่องในวันไหลบางพระอย่างสนุกสนาน ซึ่งประเพณีนี้จะจัดขึ้นทุกวันที่ 18 เม.ย.ของทุกปี
          รดน้ำพระเถระผู้ใหญ่
          ที่อนุสาวรีย์เจ้าพระยาสุลวฤาไชยสงคราม (พ่อเจ้าทิพย์ช้าง) ต.พระบาท อ.เมือง จ.ลำปาง นายสุวัฒน์ พรมสุวรรณ ผวจ.ลำปาง พร้อมนายกเหล่ากาชาดจังหวัดลำปาง ร่วมกันทำพิธีสักการะรดน้ำอนุสาวรีย์เจ้าพระยาสุลวฤาไชยสงคราม (พ่อเจ้าทิพย์ช้าง) อดีตเจ้าผู้ครองนครลำปาง พร้อมกับเปลี่ยนผ้าคาดเอวด้วยการผูกผ้าสีแดงเหลือง และน้ำเงิน ก่อนที่จะนำพวงมาลัยคล้องที่ไกปืน และทำพิธีรดน้ำอนุสาวรีย์เนื่องในเทศกาลสงกรานต์ เพื่อแสดงออกถึงความกตัญญูกตเวที ที่พ่อเจ้าทิพย์ช้างได้กอบกู้นครลำปางให้เป็นปึกแผ่นทำให้ลูกหลานได้อยู่เย็นเป็นสุขจนถึงทุกวันนี้ และเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชาวลำปางทุกคน จากนั้นได้เดินทางไปยังวัดเจดีย์ซาวหลังพระอารามหลวง เพื่อรดน้ำพระเถระผู้ใหญ่ พระราชจินดานายก เจ้าคณะจังหวัดลำปาง และพระวิสุทธิธรรมพิลาส รองเจ้าคณะฯ ที่วัดต้นธงชัย และเดินทางต่อไปวัดพระแก้วดอนเต้าสุชาดารามพระอารามหลวง เพื่อรดน้ำพระจินดารัตนภรณ์ รองเจ้าคณะฯ เพื่อความเป็นสิริมงคลและร่วมสืบสานประเพณีวัฒนธรรมอันดีงามของชาวไทยล้านนาให้คงอยู่สืบไป.

pageview  896591    
สำนักงานพัฒนาระบบข้อมูลข่าวสารสุขภาพ Health Information System Development Office (HISO)
ห้อง A3 ชั้น 3 อาคาร 4Plus Buiding เลขที่ 56/22-24 ซอยงามวงศ์วาน 4 ต.บางเขน อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000
Tel : 02-5892490-2 Fax : 02-5892493 www.healthinfo.in.th
 
© Health Information System Development Office (HISO) . All Rights Reserved