โรคฉี่หนู..........ภัยร้ายที่ไม่ควรมองข้าม!!!!








โรคเล็ปโตสไปโรซิส (Leptospirosis) หรือโรคฉี่หนู ไข้ฉี่หนู เป็นอีกโรคหนึ่งที่ต้องมีการเฝ้าระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นโรคที่ทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตลงอย่างกะทันหัน มักจะมีการระบาดอย่างหนักในช่วงเดือนตุลาคมและพฤศจิกายน เนื่องจากเป็นฤดูฝนซึ่งมีน้ำขังหรือระบาดหนักหลังจากเกิดน้ำท่วม กลุ่มอาชีพที่เสี่ยงต่อการเกิดโรคฉี่หนู คือ อาชีพเกษตรกร : ชาวนา, ชาวไร่อ้อย, คนเลี้ยงสัตว์ เช่น คนงานฟาร์มโคนม, คนงานบ่อปลา เป็นต้น คนงานขุดลอกท่อระบายน้ำ คนงานเหมืองแร่ คนงานโรงฆ่าสัตว์ และสัตวแพทย์

โรคเล็ปโตสไปโรซิส มีสาเหตุจากการติดเชื้อแบคทีเรียรูปเกลียว (spirochete) ชื่อ เล็บโตสไปร่า อินเทอโรแกนส์ (Leptospira interrogans) เชื้อชนิดนี้อาศัยอยู่ในท่อหลอดไตของสัตว์ได้หลายชนิด โดยมีหนูเป็นแหล่งรังโรคที่สำคัญที่สุด โดยที่สัตว์อาจจะไม่มีอาการแต่สามารถปล่อยเชื้อได้เป็นเวลาหลายสัปดาห์หรืออาจจะตลอดชีวิตสัตว์ หลังจากถูกขับออกทางปัสสาวะจากสัตว์ที่มีเชื้อ ถ้าออกมาอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสม เชื้อสามารถมีชีวิตอยู่ได้นานหลายเดือน เช่น ดิน, โคลน, แหล่งน้ำ, น้ำตก, แม่น้ำลำคลอง เป็นต้น

ซึ่งเชื้อโรคสามารถเข้าสู่ร่างกายทางบาดแผล แม้กระทั่งแค่รอยขีดข่วน รอยถลอกก็เข้าได้ หรือโดยการกลืนน้ำที่มีเชื้อโรคเข้าไป เชื้อจะเข้าไปในกระแสเลือดและไปยังอวัยวะต่างๆ ที่สำคัญ คือ ตับ ไต และปอด มักจะเกิดการติดเชื้อในกระแสเลือดทำให้เสียชีวิตได้ ส่วนใหญ่จะแสดงอาการหลังจากได้รับเชื้อประมาณ 7-10 วัน

โดยตั้งแต่เดือนมกราคมจนถึงเดือนสิงหาคมพบผู้ป่วยจากโรคนี้รวมแล้ว 1,779 ราย คิดเป็นอัตราป่วย 2.80 ต่อแสนประชากร ทั้งนี้เมื่อย้อนกลับไปดูสถิติการเจ็บป่วยจากโรคฉี่หนู จะเห็นได้ว่าในปี 2552 มีจำนวนผู้ป่วยสูงสุดอยู่ที่ 4,858 ราย และเริ่มลดลง ในปี 2553 และ 2554 (ดังภาพ)


ภาพแสดง จำนวนและอัตราผู้ป่วยโรคฉี่หนู ระหว่างปี 2550-2554




ที่มา : สำนักระบาดวิทยา กระทรวงสาธารณสุข
หมายเหตุ : ผู้ป่วยโรคเฝ้าระวัง หมายถึง โรคติดต่อหรือกลุ่มอาการที่มีผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของประชาชนอย่างรุนแรงกว้างกขวาง แพร่ระบาดในกลุ่มคน หรือชุมชนได้อย่างรวดเร็ว


พื้นที่การแพร่ระบาดของโรค

ในช่วงปี 2555 สำนักระบาดวิทยาได้รวบรวมข้อมูลอัตราการป่วยจากโรคเล็ปโตสไปโรซิส พบว่า พื้นที่ที่มีการป่วยจากโรคนี้มากที่สุด คือ ภาคใต้ มีอัตราการป่วย 5.96 ต่อแสนประชากร รองลงมาคือ ภาคอีสาน 4.68 ต่อแสนประชากร ภาคเหนือ 1.55 ต่อแสนประชากร และภาคกลาง 0.30 ต่อแสนประชากร (ดังตารางที่ 1)


ตารางที่ 1 จำนวนผู้ที่ป่วยจากโรคฉี่หนู (อัตราป่วยต่อแสนประชากร)
ปี 2555 จำแนกตามภาค

ภาค อัตราป่วย (ต่อแสนประชากร)
  ใต้   5.96
  อีสาน   4.68
  เหนือ   1.55
  กลาง   0.30



ที่มา : รายงานโรคในระบบเฝ้าระวัง 506 Leptospirosis (ตั้งแต่ 1 ม.ค. 2555 – 4 ส.ค. 2555) โดยใช้ฐานข้อมูลจากระบบเฝ้าระวังโรค (รายงาน 506) อ้างใน http://www.boe.moph.go.th/



จากข้อมูลอัตราการป่วยในแต่ละภาคนั้น มีการรายงานซึ่งระบุจังหวัดที่พบยอดผู้ป่วยสูงสุดไว้ดังนี้ จังหวัดที่อัตราผู้ป่วยมากที่สุด 5 อันดับแรก คือ ระนอง (91.88 ต่อแสนประชากร) รองลงมาคือ พังงา (11.92 ต่อแสนประชากร) พัทลุง (11.62 ต่อแสนประชากร) สุรินทร์ (11.47 ต่อแสนประชากร) และศรีสะเกษ (10.99 ต่อแสนประชากร) ตามลำดับ ดังตารางที่ 2 ส่วนจังหวัดที่ไม่พบผู้ป่วย คือ จังหวัดสมุทรสงคราม นนทบุรี ปทุมธานี สิงห์บุรี อ่างทอง ปราจีนบุรี สุโขทัย


ตารางที่ 2 แสดงลำดับของจังหวัดที่พบผู้ป่วยจากโรคฉี่หนู มากที่สุด ปี 2555
(อัตราป่วยต่อแสนประชากร)

ลำดับ จังหวัดป่วยมากที่สุด อัตราป่วย (ต่อแสนประชากร)
1 ระนอง 91.88
2 พังงา 11.92
3 พัทลุง 11.62
4 สุรินทร์ 11.47
5 ศรีสะเกษ 10.99



ที่มา : รายงานโรคในระบบเฝ้าระวัง 506 Leptospirosis (ตั้งแต่ 1 ม.ค. 2555 – 4 ส.ค. 2555) โดยใช้ฐานข้อมูลจากระบบเฝ้าระวังโรค (รายงาน 506) อ้างใน http://www.boe.moph.go.th/



จากสถิติการระบาดของโรคเล็ปโตสไปโรซิส ในปี 2555 พบผู้เสียชีวิต 27 ราย คิดเป็นอัตราตาย 0.04 ต่อแสนประชากรจากยอดจำนวนผู้ป่วย 1,779 ราย และยังพบอีกว่าผู้ป่วยส่วนใหญ่อยู่ในช่วงอายุ 35-44 ปี ซึ่งเป็นช่วงอายุของวัยทำงาน ทำให้กรมควบคุมโรคคาดการณ์ไว้ว่า ต้องมีการเฝ้าระวังการเจ็บป่วยในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงแต่การระบาดของโรคนี้ไว้เป็นพิเศษ







เรียบเรียงโดย :  ธัญญรัตน์ เกิดสุวรรณ สำนักงานพัฒนาระบบข้อมูลข่าวสารสุขภาพ
แหล่งที่มา :  - สำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค. ระบบเฝ้าระวังโรค (รายงาน 506) Leptospirosis อ้างใน http://www.boe.moph.go.th/boedb/d506_1/ds_wk2pdf.php?ds=43&yr=55

- http://healthy.in.th/disease/leptospirosis/

 




pageview  329260    
สำนักงานพัฒนาระบบข้อมูลข่าวสารสุขภาพ Health Information System Development Office (HISO)
ห้อง A3 ชั้น 3 อาคาร 4Plus Buiding เลขที่ 56/22-24 ซอยงามวงศ์วาน 4 ต.บางเขน อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000
Tel : 02-5892490-2 Fax : 02-5892494 www.hiso.or.th
 
© Health Information System Development Office (HISO) . All Rights Reserved