หน้าแรก

 
  

 



สุขภาพคนไทย 2551
( อ่านรายงานทั้งหมด )

 



ThaiHealth 2008
( อ่านรายงานทั้งหมด )

 



การสาธารณสุขไทย 2548 - 2550
( อ่านรายงานทั้งหมด )

 



สุขภาพคนไทย 2550
( อ่านรายงานทั้งหมด )

 



ThaiHealth 2006
( อ่านรายงานทั้งหมด )

 



สุขภาพคนไทย 2549
( อ่านรายงานทั้งหมด )

 



ThaiHealth 2006
( อ่านรายงานทั้งหมด )

 



สุขภาพคนไทย 2548
( อ่านรายงานทั้งหมด )

 



ThaiHealth 2005
( อ่านรายงานทั้งหมด )

 



การสาธารณสุขไทย
2544 - 2547
( อ่านรายงานทั้งหมด )

 



Thailand Health Profile
2001 - 2004
( อ่านรายงานทั้งหมด )

 



การสำรวจสภาวะสุขภาพอนามัยของ
ประชาชนไทยโดยการตรวจร่างกาย
ครั้งที่ 3 พ.ศ. 2546 - 2547
( อ่านรายงานทั้งหมด )

 



สถานการณ์การแพทย์แผนไทย
การแพทย์พื้นบ้านและการแพทย์
ทางเลือก ประจำปี พ.ศ. 2548 - 2550
( อ่านรายงานทั้งหมด )

 













โรคคอมพิวเตอร์ วิชั่น ซินโดรม


 

             คนรุ่นใหม่ที่ต้องนั่งแกร่วอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ติดต่อกันวันละหลายๆ ชั่วโมง เสี่ยงต่อการเป็นโรคตาที่มีชื่อว่า "คอมพิวเตอร์ วิชั่น ซินโดรม Computer Vision Syndrome" โดยมีอาการ คือ ปวดเบ้าตา, ปวดต้นคอ, มีอาการอ่อนล้าทางประสาทตา, มีภาวะตาแห้ง รอยดำคล้ำบริเวณตา หรือมีรอยบวมเห็นเป็นถุงใต้ตาโปนออกมา นับเป็นปัญหาที่สร้างความกังวลให้กับคนทุกเพศทุกวัยอย่างมาก

             สาเหตุหลักๆ นอกจากการใช้สายตาเพ่งหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานๆ แล้ว ยังเกิดจากการได้รับรังสีอัลตราไวโอเลตในแสงแดดมากเกินไป และมีปัจจัยอื่นๆ เช่น กรรมพันธุ์ สภาพแวดล้อม อาหาร ความเครียด การลดลงอย่างฉับพลันของฮอร์โมน ฯลฯ

             การรักษานั้น สมัยก่อนมักคิดถึงการผ่าตัด ซึ่งไม่เพียงแต่ความเจ็บปวดและมีค่าใช้จ่ายสูง
แต่อาจจะคงสภาพได้เพียง 1-2 ปี พญ.พุธศิรินทร์ ชูจันทร์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง เปิดเผยว่า ล่าสุดเริ่มมีการคิดค้นวิธีรักษาด้วยตนเอง ด้วยการบำรุงผิวรอบดวงตาเพื่อชะลอความเสื่อมและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน อิลาสติน ด้วยสารโปรตีนอนุภาคเล็กที่เรียกว่า Acetyl tetrapeptide 5 (อะเซ็ทติล เต็ตตร้า เปปไทด์ 5) ซึ่งในวงการแพทย์ใช้เป็นยาลดความดันเลือด แต่ปัจจุบันมีการนำมาใช้ในเครื่องสำอางบำรุงผิว เพราะมีการศึกษาวิจัยในยุโรปแล้วว่า สามารถช่วยลดการเกิดถุงใต้ตา รอยบวม ตลอดจนรอยคล้ำได้ เพราะช่วยปรับการไหลเวียนของโลหิตและน้ำเหลืองให้เป็นไปอย่างสมดุล อีกทั้งช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ทำให้เซลล์ผิวแข็งแรงกระชับขึ้นและช่วยให้ของเสียถูกขับถ่ายออกจากเซลล์ผิวได้ดีขึ้น จึงช่วยลดการสะสมตัวของน้ำและไขมันที่อาจเกิดขึ้นรอบดวงตา

             สำหรับการแก้ไขขั้นต้น ควรเริ่มจากการปฏิบัติตัวใหม่ เช่น อย่าให้กล้ามเนื้อตาล้าเกินไป
ด้วยการอย่านั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์นานๆ ให้พักสายตาทุก 15 นาที ด้วยการมองออกไปไกลๆ จะทำให้ดวงตาไม่เกิดอาการล้า พร้อมปรับแสงหน้าจอคอมพิวเตอร์ให้แสงพอเหมาะ อย่าขยี้ตา หากรู้สึกอ่อนล้าให้นวดคลึงเบาๆ และควรบริหารดวงตาเพื่อคลายความตึงเครียด ด้วยการกลอกตาไปรอบๆ เป็นวงกลม สัก 5-6 รอบ ใช้นิ้วนางทั้ง 2 นิ้ว แตะที่หัวตาแต่ละข้าง คลึงเบาๆ แบบกดจุดนาน 1-2 วินาที






ขอขอบคุณข้อมูลจาก
ที่มา :  ข้อมูลจากหนังสือพิมพ์มติชน
คัดลอกจาก :  http://www.cyberorigin.com/TH/newsShow.asp?idNews=112&Lang=TH
 ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต




 












หน้าแรก | เกี่ยวกับแผนงาน | เครือข่ายและกิจกรรม | ผลผลิตและรายงาน | ข้อมูลสถิติ | การจัดการความรู้ | หน่วยงาน | ติดต่อแผนงาน | เจ้าหน้าที่ดูแลระบบ
แนะนำแผนงาน | ข่าวกิจกรรม | เกาะติดกิจกรรมเด่น | หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง | ผลผลิตและรายงาน| รายงานสุขภาพ| ก้าวใหม่กับ HISO | สถานการณ์สุขภาพประเทศไทย
การวิเคราะห์สถานการณ์สุขภาพ | สถานการณ์ข่าวสุขภาพ | เรื่องเล่าข่าวสุขภาพ | สื่อข้อมูลสุขภาพ | แบบสำรวจสุขภาพ | webbord | คำถามที่พบบ่อย | สมุดเยี่ยมชม | บริการข้อมูล